Development News and Information Sources
องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
ขอบเขตเงื่อนไขการดำเนินงาน
การจ้างที่ปรึกษาในการเขียนคู่มือจากการพัฒนาหลักสูตรเพื่อการพัฒนาทักษะชีวิตและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน
โครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับเยาวชน ระยะที่ 2
I. บทนำ
จากรายงานสถานการณ์แรงงานเมื่อปี 2017 รายงานว่า เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี จำนวน 4,119,120 คนอยู่ในตลาดแรงงาน คิดเป็นร้อยละ 11 จากจำนวนประชากรวัยทำงานทั้งหมด โดยพบว่าเยาวชนไทยเหล่านี้ยังคงประสบกับความเปราะบางและติดอยู่ในวงจรความยากจนเป็นอย่างมาก อัตราเยาวชนว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 5.49 คิดเป็นอัตราที่สูงกว่าผู้ใหญ่ถึง 7.6 เท่า การว่างงานของเยาวชนนำไปสู่ผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ งานศึกษาจำนวนมากแสดงว่า การขาดการศึกษาและทักษะในการทำงานนำไปสู่การได้รับค่าตอบแทนที่ต่ำ โอกาสในการวางงานสูง และอายุขัยที่สั้นลง
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ในวัยแรงงานแล้ว เยาวชนยังขาดโอกาสในการเข้าถึงการอบรมด้านอาชีพ ทักษะชีวิตและการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงาน ศูนย์อบรมด้านอาชีพมีงบประมาณสนับสนุนและความสามารถที่จำกัดในการจัดการอบรมและประสานงานระหว่างนายจ้าง ตลอดจนสถาบันการอบรมที่ก็ยังคงไม่เข้มแข็งนัก ซึ่งพบว่าเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมฯ จะประสบความยากลำบากในประเด็นดังกล่าวข้างต้นมากกว่าเด็กกลุ่มอื่นๆ เนื่องจากส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้มักมาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำและไม่มีงานทำ เด็กกลุ่มนี้จึงมักจะขาดทักษะทางสังคม ทักษะชีวิต โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมีงานทำ จึงทำให้ระบบสนับสนุนทักษะของเด็กกลุ่มนี้มีความจำเป็น เพื่อลดการแบ่งแยกกีดกันและอคติจากนายจ้าง เพื่อนร่วมงานและสังคม
จากการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานของโครงการในระยะแรก กลุ่มเจ้าหน้าที่จากศูนย์ฝึกและอบรมฯ ที่เข้าร่วมการประชุมได้สะท้อนว่างบประมาณสำหรับการจัดอบรมด้านอาชีพให้กับเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมฯ นั้นมีจำกัด และคาดว่าจะถูกถูกปรับลดงบประมาณลงอีกในปีต่อไป นั่นหมายความว่าจำนวนเยาวชนที่มีโอกาสได้รับการอบรมอาชีพและทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำงานของพวกเขาในอนาคตจะยิ่งมีน้อยลงไปอีก ทั้งยังเป็นการตัดโอกาสในการขอลดหย่อนโทษจากการสำเร็จการอบรมด้านวิชาชีพตามระเบียบอีกด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พบว่าแม้เยาวชนที่สำเร็จหลักสูตรการฝึกอาชีพไปแล้ว ก็ยังประสบความยากลำบากในการหางานที่เหมาะสม โดยพบว่านายจ้างส่วนใหญ่ยังคงไม่ต้องการรับเด็กกลุ่มนี้เข้าทำงาน หากไม่ปฏิเสธการรับเข้าทำงาน ก็จะจ่ายค่าตอบแทนการทำงานในอัตราที่ต่ำกว่าแรงงานรายอื่น ๆ ในตำแหน่งเดียวกัน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของศูนย์และนายจ้างที่เข้าร่วมการดำเนินโครงการในระยะที่ 1 ได้เน้นย้ำว่าทักษะชีวิตนั้นมีความจำเป็นต่อการมีงานทำของเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมฯ ไม่แพ้ทักษะด้านอาชีพ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ฝึกและอบรมฯ ได้แบ่งปันข้อมูลว่ากว่าร้อยละ 80 ของเยาวชนหญิงที่ออกจากศูนย์ไปแล้วมักจะตั้งครรภ์ภายในเวลาไม่เกิน 1 ปี ทั้งที่ได้เคยผ่านการอบรมเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์มาแล้วขณะอยู่ที่ศูนย์ฝึกและอบรมฯ นอกจากนี้ยังพบว่า เยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมฯ อีกจำนวนมากขาดทักษะการบริหารจัดการด้านการเงินขั้นพื้นฐาน ซึ่งทำให้เด็กกลุ่มนี้ไม่สามารถจัดสรรเงินได้อย่างเหมาะสม ทำให้ต้องขอเงินเดือนล่วงหน้า และนำไปสู่การมีปากเสียงและโอกาสในการก่ออาชญากรรมหากไม่ได้รับความยินยอมจากนายจ้าง ทั้งนี้เยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมฯ ควรต้องได้รับการฝึกฝนทักษะทางอารมณ์ที่สำคัญๆ อาทิ การเจรจา การจัดการความขัดแย้ง และการตระหนักรู้ในตนเอง นอกจากนี้ยังพบว่า เยาวชนร้อยละ 83.5 ในตลาดแรงงานไทยยังคงเป็นแรงงานไร้ฝีมือ ซึ่งมีเพียงร้อยละ 38.8 เท่านั้นที่จัดว่าเป็นแรงงานมีฝีมือตามที่นายจ้างต้องการ จากการประเมินผลโครงการของประเทศไทยพบว่า นายจ้างจากสถานประกอบการหลายแห่งต่างมีความต้องการที่จะจ้างงานเยาวชนที่มีทักษะด้านความรู้ในการทำงานและทักษะด้านอารมณ์ ดังนั้น อัตราการว่างงานที่สูงและเยาวชนที่จัดอยู่ในแรงงานไร้ฝีมือจำนวนมากนั้นเป็นทั้งข้อท้าทายและโอกาสสำหรับประเทศไทย ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องใช้กลวิธีที่สอดคล้องกันในการดำเนินโครงการที่มีคุณภาพ ยั่งยืนและยืดหยุ่นได้ เพื่อให้เกิดการตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นในกลุ่มเยาวชนที่อยู่ในศูนย์ฝึกและอบรมฯ ผู้ซึ่งประสบความยากลำบากในการมีงานทำมากกว่าเด็กกลุ่มอื่นๆ
II. ข้อมูลโครงการ
โครงการพัฒนาอาชีพสำหรับเยาวชน ระยะที่ 2 นี้จะดำเนินงานกับกลุมเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 16-25 ปี จำนวนอย่างน้อย 317 คน จากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน 3 แห่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการและนครปฐม โดยกว่าร้อยละ 80 ของเด็กกลุ่มนี้มาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำถึงต่ำมาก และส่วนใหญ่ไม่มีงานทำ จากข้อมูลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก พบว่าคดีเยาวชนในความรับผิดชอบของกรมพินิจกว่าร้อยละ 43.25 เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนที่ไม่มีงานทำ ขณะที่การว่างงานนี้ยังถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งของการกระทำความผิดซ้ำ ดังอัตราการกระทำความผิดซ้ำของเยาวชนที่ออกไปจากศูนย์ในปี 2016 ที่มีกว่าร้อยละ 22 ซึ่งโครงการนี้จะเสริมความสามารถของเยาวชนกลุ่มนี้ให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการมีงานทำ อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดอัตราการกระทำความผิดซ้ำได้
องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้จัดการประชุมหารือเพื่อพัฒนาแบบเสนอโครงการร่วมกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ตัวแทนเยาวชน ตัวแทนจากภาคธุรกิจ เจ้าหน้าที่จากกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก หลายครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจในความเกี่ยวข้อง ความเป็นไปได้ ประสิทธิภาพและความยั่งยืนของโครงการ ซึ่งโครงการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในระหว่างการพัฒนาข้อเสนอโครงการ ผู้เข้าร่วมการประชุมต่างเห็นพ้องต้องกันว่า โครงการนี้มีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมฯ และยินดีที่จะให้การสนับสนุนโครงการ นอกจากนี้อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กผู้ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน ก็ได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่ของโครงการได้ประสานความร่วมมือกับทางกรมฯ ในการจัดการอบรมด้านอาชีพและทักษะชีวิตให้กับเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมฯ ด้วย ในระหว่างการประชุม อธิบดีกรมพินิจฯ เห็นชอบว่าโครงการนี้มีความสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของกรมพินิจฯ ดังนั้นจึงเห็นควรที่จะลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อการมีงานทำของเยาวชน ดังกล่าว
III. วัตถุประสงค์การจัดทำขอบเขตเงื่อนไขการดำเนินงาน
|
ลำดับที่ของกิจกรรม |
กิจกรรม |
ช่วงเวลาในการทำงาน (โดยเฉลี่ย) |
กรอบเวลา ในการทำงาน |
|
1 |
ที่ปรึกษาส่งเอกสารข้อเสนอ |
3 สัปดาห์ |
|
|
2 |
ข้อเสนอของที่ปรึกษาที่มีความเป็นไปได้/ศักยภาพจะถูกคัดเลือกโดยองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย |
1 สัปดาห์ |
|
|
3 |
ที่ปรึกษาที่มีความเป็นไปได้/ศักยภาพนำเสนอข้อเสนอและหารือรายละเอียดเพิ่มเติมกับทีมงานขององค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย |
||
|
4 |
ที่ปรึกษาที่มีความเป็นไปได้/ศักยภาพส่งเอกสารข้อเสนอที่ได้รับการปรับปรุง |
||
|
5 |
องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เลือกทีมที่ปรึกษาและแจ้งผลให้กับทีมที่ปรึกษาที่ได้รับคัดเลือกทราบ |
3 วัน |
|
|
6 |
การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหลักสูตรเพื่อการพัฒนาทักษะชีวิตและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานและคู่มือการปฏิบัติ ครั้งที่ 1 |
สัปดาห์ที่ 1 |
ตุลาคม 2561 |
|
7 |
การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหลักสูตรเพื่อการพัฒนาทักษะชีวิตและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานและคู่มือการปฏิบัติ ครั้งที่ 2 |
สัปดาห์ที่ 4 |
ตุลาคม 2561 |
|
8 |
การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหลักสูตรเพื่อการพัฒนาทักษะชีวิตและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานและคู่มือการปฏิบัติ ครั้งที่ 3 |
สัปดาห์ที่ 2 |
พฤศจิกายน 2561 |
|
9 |
ทบทวนหลักสูตรเพื่อการพัฒนาทักษะชีวิตและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานและคู่มือการปฏิบัติ |
สัปดาห์ที่ 4 |
พฤศจิกายน 2561 |
|
10 |
ทบทวน/สังเกตการณ์/ทบทวนและร่างหลักสูตร |
1 เดือน |
ธันวาคม 2561
|
|
|
ส่งหลักสูตรและคู่มือการปฏิบัติฉบับสมบูรณ์ |
||
|
11 |
การประชุมเผยแพร่หลักสูตร |
|
มกราคม 2562 |
กรุณาส่งประวัติการทำงาน (Curriculum Vitae) ของท่าน และข้อมูลการติดต่อมายัง คุณสุพรชัย นวทวีพร ทางอีเมล์ Supornchai.Nawataweeporn@plan-international.org หรือโทรติดต่อ 02 2598284 – 6 ภายในวันที่ 20 กันยายน 2561
Contact : Supornchai.Nawataweeporn@plan-international.org