Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ข้อกำหนดขอบเขตงาน (Terms of Reference) การจัดซื้อบัตรประจำตัวนักเรียนแบบ RFID และเครื่องอ่านบัตร RFID สนับสนุนการขยายผลระบบ Digital Health Information System (DHIS) เฟส 2 พื้นที่ชายแดนแม่สอด จังหวัดตาก

FHI 360
  • FHI 360
  • Nonprofits / องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
  • 21
  • 23 Jul 2026
  • 07 August 2026

ข้อกำหนดขอบเขตงาน (Terms of Reference)

การจัดซื้อบัตรประจำตัวนักเรียนแบบ RFID และเครื่องอ่านบัตร RFID

 

สนับสนุนการขยายผลระบบ Digital Health Information System (DHIS) เฟส 2

พื้นที่ชายแดนแม่สอด จังหวัดตาก

 

1. ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ (Background & Purpose)

โครงการระบบสารสนเทศสุขภาพดิจิทัล (DHIS) สำหรับศูนย์การเรียนในพื้นที่ชายแดนแม่สอด จังหวัดตาก ได้ดำเนินการในระยะที่ 1 (Phase 1) ครอบคลุมศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กข้ามชาติ (Migrant Learning Centers: MLCs) จำนวน 20 แห่ง โดยใช้บัตรประจำตัวนักเรียนแบบ RFID ร่วมกับเครื่องอ่านบัตร RFID เพื่อสนับสนุนการลงทะเบียน การระบุตัวตน และการจัดการข้อมูลนักเรียนในระบบ

 

ปัจจุบัน โครงการอยู่ระหว่างการขยายผลในระยะที่ 2 (Phase 2) เพื่อครอบคลุมศูนย์การเรียนเพิ่มเติมอีก 42 แห่ง รวมทั้งสิ้น 62 แห่ง จึงมีความจำเป็นต้องจัดหาบัตรประจำตัวนักเรียนแบบ RFID และเครื่องอ่านบัตร RFID เพิ่มเติม เพื่อรองรับการใช้งานของศูนย์การเรียนเป้าหมาย และให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับระบบที่ได้พัฒนาและใช้งานแล้วในระยะที่ 1

 

การจัดซื้อภายใต้ TOR ฉบับนี้ครอบคลุมเฉพาะบัตรประจำตัวนักเรียนแบบ RFID และเครื่องอ่านบัตร RFID เท่านั้น โดยจะใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์และเครื่องพิมพ์บัตรรุ่น Seasory S28 ที่มีอยู่เดิมจากระยะที่ 1 เพื่อให้เกิดความเข้ากันได้ของระบบและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน ทั้งนี้ ไม่มีการจัดซื้อระบบเซิร์ฟเวอร์หรือเครื่องพิมพ์บัตรเพิ่มเติม ภายใต้ TOR ฉบับนี้.

 

2. ขอบเขตการจัดซื้อ (Scope of Procurement)

การจัดซื้อภายใต้ TOR ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการขยายผลระบบ DHIS ระยะที่ 2 โดยมีขอบเขตการ

จัดซื้อดังต่อไปนี้

 

1) บัตรประจำตัวนักเรียนแบบ RFID

  • บัตร RFID ต้องเป็นมาตรฐาน ISO/IEC 14443 Type A หรือมาตรฐานเทียบเท่าที่สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องอ่านบัตรและระบบ DHIS ที่ใช้งานอยู่ในระยะที่ 1 ได้อย่างสมบูรณ์
  • ผู้ขายต้องดำเนินการพิมพ์ข้อมูลและรายละเอียดบนบัตรให้แล้วเสร็จก่อนการส่งมอบ (Pre-printed Card) โดยใช้รูปแบบ (Template) และข้อมูลนักเรียนที่ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมให้
  • บัตรที่จัดส่งต้องพร้อมใช้งานกับระบบ DHIS ทันทีโดยไม่ต้องดำเนินการพิมพ์เพิ่มเติม

 

2) เครื่องอ่านบัตร RFID

  • จัดหาเครื่องอ่านบัตร RFID ที่สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบ DHIS ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ทันที
  • อุปกรณ์ต้องสามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมได้โดยไม่ต้องมีการแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างซอฟต์แวร์ฝั่ง Backend ของระบบ DHIS 

 

3) รายการที่ไม่อยู่ในขอบเขตการจัดซื้อ

  • ไม่รวมการจัดซื้อระบบเซิร์ฟเวอร์ เนื่องจากใช้ระบบเดิมจากการดำเนินงานระยะที่ 1
  • ไม่รวมการจัดซื้อเครื่องพิมพ์บัตร เนื่องจากจะใช้เครื่องพิมพ์บัตรรุ่น Seasory S28 ที่มีอยู่เดิมจากระยะที่ 1 สำหรับการพิมพ์บัตรทดแทน บัตรสูญหาย หรือการใช้งานเฉพาะกิจในอนาคต โดยไม่มีการใช้เครื่องดังกล่าวสำหรับการพิมพ์บัตรภายใต้การจัดซื้อครั้งนี้

 

4) การทดสอบและการส่งมอบ

  • ผู้ขายต้องดำเนินการทดสอบความเข้ากันได้ (Compatibility Testing) ของบัตร RFID และเครื่องอ่านบัตร RFID กับระบบ DHIS ให้แล้วเสร็จก่อนการส่งมอบ
  • ผู้ขายต้องจัดส่งบัตร RFID และเครื่องอ่านบัตร RFID ทั้งหมดไปยังศูนย์ประสานงานการจัดการศึกษาเด็ก ต่างด้าว (Migrant Educational Coordination Center: MECC) 

 

5) การกระจายอุปกรณ์

  • การกระจายบัตร RFID และเครื่องอ่านบัตร RFID ไปยังศูนย์การเรียนเป้าหมายจำนวน 42 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดตาก เป็นความรับผิดชอบของ MECC
  • การกระจายอุปกรณ์ดังกล่าวไม่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ขายและไม่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดซื้อภายใต้ TOR ฉบับนี้.

 

3. ข้อกำหนดทางเทคนิคและจำนวน (Technical Specifications & Quantity)

รายการ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

จำนวน

หมายเหตุ

บัตรประจำตัวนักเรียนแบบ RFID พร้อมพิมพ์ข้อมูล (Pre-printed Student ID Card) 

  1. รองรับมาตรฐาน ISO/IEC 14443 Type A ความถี่ 13.56 MHz
  2. เป็นบัตรชนิด MIFARE Classic 1K หรือ เทียบเท่าที่สามารถใช้งานร่วมกับระบบ DHIS ระยะที่ 1 ได้อย่างสมบูรณ์
  3. ต้องสามารถอ่านหมายเลขประจำบัตร (Card UID) ได้ผ่านเครื่องอ่านบัตรที่จัดหาในโครงการนี้
  4. ผู้ขายต้องดำเนินการพิมพ์ข้อมูลบนบัตรทั้งสอง ด้านให้แล้วเสร็จก่อนส่งมอบ (Pre-printed) ตามรูปแบบ (Template) ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
  5. ข้อมูลที่พิมพ์บนบัตรประกอบด้วยอย่างน้อย รหัสประจำตัวนักเรียน ชื่อ-นามสกุล และชื่อ ศูนย์การเรียน โดยผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้จัดเตรียม ข้อมูลสำหรับการพิมพ์ให้แก่ผู้ขาย
  6. ผู้ขายต้องรับรองว่าบัตรRFID ที่เสนอสามารถ ใช้งานร่วมกับระบบ DHIS ระยะที่ 1 และเครื่อง อ่านบัตร RFID ที่ใช้งานอยู่ในโครงการได้อย่างสมบูรณ์ โดยผู้ว่าจ้างอาจขอให้มีการสาธิตหรือทดสอบความเข้ากันได้ก่อนการพิจารณารับมอบงาน

17,000 ใบ

รายละเอียดรูปแบบบัตรและข้อมูลที่ต้องพิมพ์เป็นไปตามหัวข้อ 4 

เครื่องอ่านบัตร RFID (RFID Reader)

  1. รองรับการอ่านบัตร RFID ตามมาตรฐาน ISO/IEC 14443 Type A ความถี่ 13.56 MHz และสามารถอ่าน UID ของบัตรตามข้อกำหนด ข้างต้นได้โดยตรง
  2. เชื่อมต่อผ่าน USB Interface
  3. รองรับการส่งค่า Card UID ในรูปแบบ Keyboard Wedge (HID Keyboard Emulation) หรือ Serial Mode
  4. เป็นอุปกรณ์แบบ Plug-and-Play สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องติดตั้ง Driver เพิ่มเติม
  5. รองรับระบบปฏิบัติการMicrosoft Windows ที่ใช้งานในโครงการ ณ วันที่ส่งมอบ
  6. สามารถเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกับระบบ DHIS เดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ไขหรือปรับปรุง Backend ของระบบ
  7. ต้องสามารถนำเข้าข้อมูลบัตรนักเรียนเข้าสู่ ระบบ DHIS ผ่าน API หรือมีช่องทาง/API ที่ รองรับการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ระบบ DHIS ได้
  8. ผู้ขายต้องจัดเตรียมเอกสารทางเทคนิค คู่มือการใช้งาน และข้อมูลการเชื่อมต่อที่จำเป็นสำหรับ การทดสอบระบบ
  9. ก่อนการส่งมอบ ผู้ขายต้องดำเนินการทดสอบ การอ่าน Card UID และการส่งข้อมูลเข้าสู่ ระบบ DHIS กับผู้แทนของผู้ว่าจ้าง เพื่อยืนยัน ว่าอุปกรณ์สามารถใช้งานได้จริงตาม วัตถุประสงค์ของโครงการ

150 เครื่อง

MECC จะเป็นผู้กำหนดการจัดสรรอุปกรณ์ให้แก่ศูนย์การเรียนแต่ละแห่งภายหลังการส่งมอบ โดยเฉลี่ยประมาณ 3-4 เครื่องต่อศูนย์ ทั้งนี้ อาจแตกต่างกันตามขนาดศูนย์การเรียน จำนวนนักเรียน และจำนวนจุดให้บริการ

 

 

4. ข้อกำหนดการพิมพ์บัตร (Card Personalization Requirements)

  • ผู้ว่าจ้างจะจัดเตรียมเทมเพลตการออกแบบบัตร (Card Template) และไฟล์ข้อมูลนักเรียน (เช่น CSV/Excel) ประกอบด้วย รหัสประจำตัวนักเรียน, ชื่อ-นามสกุล, และชื่อศูนย์การเรียน ให้ผู้ขายใช้เป็นต้นฉบับในการพิมพ์
  • ผู้ขายต้องพิมพ์ข้อมูลลงบัตรแบบ dual-sided ให้ตรงตามเทมเพลตทุกประการ และต้องส่งตัวอย่างพิสูจน์อักษร (Proof/Sample) อย่างน้อย 5 ใบ ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนพิมพ์เต็มจำนวน
  • ผู้ขายต้องรักษาความลับของข้อมูลนักเรียนทั้งหมด และใช้ข้อมูลเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิตบัตร ตามสัญญาเท่านั้น ห้ามนำข้อมูลไปใช้ เปิดเผย หรือส่งต่อแก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง
  • ภายหลังการส่งมอบงานแล้วเสร็จ ผู้ขายต้องลบหรือทำลายไฟล์ข้อมูลนักเรียนทั้งหมดจากระบบของตน และจัดส่งหนังสือรับรองการลบข้อมูล (Data Deletion Certificate) ให้ผู้ว่าจ้างภายใน 30 วัน

 

5. ข้อกำหนดเพิ่มเติม (Additional Requirements)

  • ผู้ขายต้องส่งมอบบัตร RFID ตัวอย่างจำนวนไม่น้อยกว่า 100 ใบ พร้อมเครื่องอ่านบัตร RFID อย่างน้อย 1 เครื่อง เพื่อใช้ในการทดสอบความเข้ากันได้กับระบบ DHIS ก่อนเริ่มการผลิตและจัดส่งสินค้าจริง
  • การทดสอบความเข้ากันได้ต้องครอบคลุมการอ่านหมายเลขประจำบัตร (Card UID) และการเชื่อมต่อกับระบบ DHIS โดยมีอัตราความสำเร็จในการอ่านข้อมูลไม่น้อยกว่าร้อยละ 99 ของบัตรตัวอย่างทั้งหมด จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ
  • เครื่องอ่านบัตร RFID ต้องสามารถทดสอบการอ่านบัตรตัวอย่างจำนวนไม่น้อยกว่า 100 ใบต่อเนื่อง และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ DHIS ได้อย่างถูกต้อง โดยมีอัตราความสำเร็จไม่น้อยกว่าร้อยละ 99
  • เครื่องอ่านบัตร RFID ต้องมีคุณลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานในพื้นที่ชายแดน และสามารถทำงานได้ภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความชื้นตามข้อกำหนดของผู้ผลิต
  • ผู้ขายต้องจัดเตรียมคู่มือการติดตั้ง การใช้งานเบื้องต้น และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเป็นภาษาไทย

 

6. การส่งมอบและตรวจรับ (Delivery and Acceptance) 

  • ผู้ขายส่งมอบบัตร RFID ครบถ้วนตามจำนวนที่ได้รับอนุมัติ
  • ข้อมูลที่พิมพ์บนบัตร RFID มีความถูกต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 99 เมื่อเทียบกับข้อมูลต้นฉบับที่ผู้ว่าจ้างจัดส่งให้
  • บัตร RFID ที่ส่งมอบได้รับการเข้ารหัสและลงทะเบียนข้อมูลเรียบร้อยแล้ว และสามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลนักเรียนในระบบ DHIS ได้อย่างถูกต้อง
  • เครื่องอ่านบัตร RFID สามารถใช้งานร่วมกับบัตร RFID ที่จัดซื้อและเชื่อมต่อกับระบบ DHIS ได้อย่างสมบูรณ์
  • ผู้ขายส่งมอบไฟล์รายการหมายเลขบัตร RFID (Card ID) ที่จับคู่กับรหัสประจำตัวนักเรียน (Student ID) ครบถ้วนและอยู่ในรูปแบบที่สามารถนำเข้าใช้งานในระบบได้
  • ผลการทดสอบการอ่านบัตร RFID จำนวนไม่น้อยกว่า 100 ใบต่อเนื่องต้องมีอัตราความสำเร็จไม่น้อยกว่าร้อยละ 99 และสามารถส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ DHIS ได้ถูกต้องครบถ้วน
  • ผู้ขายต้องสาธิตการทำงานร่วมกันระหว่างบัตร RFID เครื่องอ่านบัตร RFID และระบบ DHIS ต่อผู้แทนผู้ว่าจ้างก่อนการตรวจรับงานขั้นสุดท้าย

 

7. การรับประกัน (Warranty)

  • เครื่องอ่านบัตร RFID: รับประกันความเสียหายจากการผลิตไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันส่งมอบ
  • บัตร RFID: รับประกันการเปลี่ยนบัตรชำรุดจากการผลิตหรือการพิมพ์ (ไม่รวมความเสียหายจากการใช้งานผิดวิธี) ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

 

8. คุณสมบัติผู้เสนอราคา (Vendor Qualifications)

  • มีประสบการณ์จำหน่าย พิมพ์ และติดตั้งระบบบัตร RFID สำหรับงานระบุตัวตน (Identification) มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี รวมถึงมีประสบการณ์งานพิมพ์บัตรแบบระบุตัวบุคคล (Personalized Card Printing)
  • ผู้เสนอราคาต้องมีบุคลากรหรือทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านการพิมพ์บัตรระบุตัวบุคคล (Personalized Card Printing) และการจัดการข้อมูลจำนวนมาก โดยสามารถอ้างอิงผลงานหรือโครงการที่เคยดำเนินการได้เมื่อได้รับการร้องขอ
  • สามารถจัดส่งสินค้าตัวอย่างเพื่อทดสอบความเข้ากันได้กับระบบเดิมก่อนสั่งซื้อจริงได้
  • มีนโยบายและมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับ PDPA และยินยอมลงนามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement) กับผู้ว่าจ้าง
  • สามารถจัดส่งและติดตั้งในพื้นที่จังหวัดตาก รวมถึงพื้นที่ชายแดนห่างไกลได้
  • มีบริการหลังการขายและอะไหล่สำรองในประเทศไทย

 

9. เงื่อนไขการชำระเงิน (Payment Terms)

  • งวดที่ 1 (30%): เมื่อลงนามใบสั่งซื้อ ส่งมอบตัวอย่างสินค้าผ่านการทดสอบความเข้ากันได้กับระบบ และผู้ว่าจ้างอนุมัติตัวอย่างพิสูจน์อักษร (Proof) ของบัตรแล้ว
  • งวดที่ 2 (40%) : เมื่อผู้ขายส่งมอบบัตร RFID และเครื่องอ่านบัตร RFID ครบถ้วนตามจำนวนที่กำหนด ณ ศูนย์ประสานงานการจัดการศึกษาเด็กต่างด้าว (MECC) และผ่านการตรวจรับเบื้องต้นจากผู้ว่าจ้าง
  • งวดที่ 3 (20%): เมื่อผ่านการตรวจรับขั้นสุดท้ายและพ้นระยะเวลาทดลองใช้งาน 30 วัน โดยไม่พบปัญหาด้านคุณภาพ
  • งวดที่ 4 (10%): เมื่อผู้ขายส่งมอบหนังสือรับรองการลบข้อมูลนักเรียน (Data Deletion Certificate) ตามหัวข้อ 4

 

10. ระยะเวลาดำเนินการ (Timeline)

  • ภายใน 1 สัปดาห์หลังลงนาม: ผู้ว่าจ้างส่งมอบเทมเพลตและไฟล์ข้อมูลนักเรียนให้ผู้ขาย
  • ภายใน 3 สัปดาห์หลังลงนาม: ผู้ขายส่งตัวอย่างสินค้าและตัวอย่างพิสูจน์อักษร (Proof) เพื่อทดสอบและอนุมัติ
  • ภายใน 7 สัปดาห์หลังลงนาม: ส่งมอบบัตร RFID และเครื่องอ่านบัตร RFID ครบถ้วนตามจำนวนที่ได้รับการยืนยัน ณ ศูนย์ประสานงานการจัดการศึกษาเด็กต่างด้าว (MECC)
  • ระยะเวลาดังกล่าวอาจปรับตามกำหนดการฝึกอบรมและติดตั้งระบบซอฟต์แวร์ตาม TOR การพัฒนาระบบเฟส 2 เพื่อให้ทั้งสองส่วนแล้วเสร็จพร้อมกัน
  • กรณีผู้ว่าจ้างมีการปรับปรุงข้อมูลนักเรียนหรือจำนวนบัตรภายหลังการส่งมอบข้อมูลครั้งแรก ระยะเวลาดำเนินการอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมโดยความเห็นชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

  

ปิดรับสมัคร ภายใน วันที่ 7 สิงหาคม  เวลา 17.00 . หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว จะถือว่าเอกสารถูกส่งล่าช้าและอาจไม่ได้รับการพิจารณา

 

ขอให้ส่งเอกสาร หรือ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ อีเมล: Procurement.EpiC.TH@fhi360.org

View PDF

Contact : Procurement.EpiC.TH@fhi360.org

Recent Jobs

Administration and Finance Officer
Nonprofits / องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

Administration and Finance Officer

  • RECOFTC
  • 23 Jul 2026
9 August 2026 18
Project Technical Adviser
Nonprofits / องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

Project Technical Adviser

  • RECOFTC
  • 23 Jul 2026
9 August 2026 20
Senior Grants and Partnerships Coordinator, Mae Sot or Bangkok (National Position)
Nonprofits / องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

Senior Grants and Partnerships Coordinator, Mae Sot or Bangkok (National Position)

  • International Rescue Committee
  • 23 Jul 2026
7 August 2026 109

Jobs by Categories