Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

สำหรับท่านที่โอนเงินหลังวันที่ 9 เมษายน 2569 ทางเราจะส่งใบเสร็จหลังเทศกาลสงกรานต์
For those who make payments after April 9, 2026, we will issue the receipt after the Songkran Festival.

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางสังคม (Cost-Benefit Analysis) ในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของ เด็กนักเรียนนักศึกษาไร้รัฐไร้สัญชาติในสถานศึกษา

Plan international
  • Plan international
  • Nonprofits / องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
  • 2289
  • 19 Feb 2022
  • 04 March 2022

 

การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางสังคม (Cost-Benefit Analysis)

ในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของ เด็กนักเรียนนักศึกษาไร้รัฐไร้สัญชาติในสถานศึกษา


 

 

  1. เกี่ยวกับองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล

เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาสิทธิและความเสมอภาคของเด็ก โดยเฉพาะสําหรับเด็กผู้หญิงทั่วโลก ในฐานะองค์กรพัฒนาอิสระและมนุษยธรรม เราทํางานร่วมกับเด็ก เยาวชน ผู้สนับสนุน และพันธมิตรของเรา เพื่อจัดการกับสาเหตุของความท้าทายที่เด็กหญิงและเด็กเปราะบางทุกคนต้องเผชิญ เราสนับสนุนสิทธิเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนกว่าจะถึงวัยผู้ใหญ่ และช่วยให้เด็กเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อวิกฤตและความทุกข์ยาก เราผลักดันการเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติและนโยบายในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก โดยใช้การเข้าถึงประสบการณ์และความรู้ของเรา เป็นเวลากว่า 80 ปีที่เราได้สร้างความร่วมมืออันทรงพลังสําหรับเด็ก และเรามีบทบาทในกว่า 75 ประเทศทั่วโลก

 

 

  1. ความเป็นมาในหัวข้อ/ ประเด็น

โครงการ We Belong #Status ได้ดำเนินงานภายใต้สถานการณ์ สภาพปัญหาการไร้รัฐไร้สัญชาติของบุคคลในพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงมีจำนวนมากในสถานศึกษา เขตการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะเด็กที่ขึ้นต้นด้วยรหัส G เด็กไร้รัฐ
(ทุกสังกัด) ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาด้านสถานะและสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น ไร้สถานะทางกฎหมาย การเข้าถึงสิทธิด้านการศึกษา สิทธิการรักษาพยาบาล สิทธิการเดินทางออกนอกพื้นที่ และสิทธิการประกอบอาชีพ ทำให้เด็กๆ เหล่านี้เป็นกลุ่มเปราะบางที่เสี่ยงต่อการแสวงหาผลประโยชน์ทั้งทางด้านแรงงาน และเสี่ยงต่อการถูกแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ

ความไร้รัฐ ไร้สัญชาติส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนหลายประการ เด็กและเยาวชนที่ไร้สถานะที่เข้าไม่ถึงระบบการศึกษาจะขาดโอกาสในการพัฒนาตนเองในรูปแบบต่างๆ เด็กหลายคนขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตเพราะความหวาดกลัวและความกังวลในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและการถูกเลือกปฏิบัติด้วยสาเหตุของการไม่มีสถานะบุคคล ส่งผลต่อโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขา แน่นอนว่าจะส่งกระทบในเชิงเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมของประเทศในอนาคตด้วย

ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงสิทธิต่างๆ ด้วยการช่วยให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาผ่านระบบการบันทึกด้วยรหัส G (บุคคลไร้รัฐ) อย่างไรก็ตาม พบว่า กระบวนการในการกำหนดเลข 13 หลักให้กับเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีสถานะทางทะเบียน ยังเผชิญกับอุปสรรคทั้งในเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติบางประการ ซึ่งส่งผลให้เด็กและเยาวชนจำนวนมากไม่สามารถได้รับการรับรองสถานะ หรือมีความล่าช้าติดขัดบางประการ ทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณ และทรัพยากร ซึ่งหากได้รับการวินิจฉัยและแก้ไข จะช่วยให้กระบวนการการรับรองสถานะบุคคลของเด็กในสถานศึกษามีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และช่วยขจัดความไร้รัฐของเด็กในสถานศึกษา ซึ่งเป็นฐานรากให้เด็กสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอื่นๆ ตามมา

เป็นที่แน่นอนว่า การขจัดความไร้รัฐของเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา รวมถึงการจัดสรรทรัพากรที่จะเอื้อให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงสิทธิและการบริการจากภาครัฐ คือต้นทุนทางเศรษฐกิจของประเทศที่รัฐต้องแบกรับ อย่างไรก็ตาม หากเราพิจารณาตามความเป็นจริงว่า เด็กและเยาวชนเหล่านี้กำลังจะเติบโตขึ้นมาเป็นประชากรของประเทศ ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมให้กับประเทศได้ในอนาคต จึงอาจกล่าวได้ว่า การลงุทนทางสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติ คือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ที่มุ่งผลเพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว และช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

การศึกษาเปรียบเทียบความคุ้มค่าทางสังคม (Cost-Benefit Analysis) ของการดำเนินการแก้ไขปัญหาเด็กไร้รัฐในสถานศึกษา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเชิงนโยบายในอนาคต ข้อค้นพบจากการศึกษาในครั้งนี้จะช่วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปรับปรุงนโยบายและแนวปฏิบัติที่เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการยื่นขอและพิจารณาสถานะบุคคล รวมถึงเข้าใจถึงความจำเป็นและความสำคัญในการลงทุนทรัพยากรเพื่อการพัฒนาสิทธิและคุณภาพชีวิตของเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติภายใต้แผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศในอนาคต

 

  1. การมุ่งเน้นการวิจัย

การศึกษาวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางสังคม (Cost-Benefit Analysis) ในการขจัดความไร้รัฐในสถานศึกษา มุ่งศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุนทางสังคมเพื่อขจัดความไร้รัฐในสถานศึกษา ว่าส่งผลกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กเยาวชนรวมถึงคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาวอย่างไร โดยมีวัตถุประสงค์ย่อยในการวิจัย ดังนี้

1. เพื่อศึกษาข้อเท็จจริง วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสถานะบุคคลของกลุ่มเด็กเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ และอุปสรรคปัญหา ในการแก้ไขปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติ ของเด็กนักเรียนนักศึกษาในสถานศึกษาที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G

2. เพื่อศึกษาผลกระทบทางสังคมทั้งทางตรงและทางอ้อม อันเกิดจากการที่เด็กและเยาวชน ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในด้านต่างๆ ทั้งการศึกษา การรักษาพยาบาล การเดินทาง ปัญหาการเข้าถึงสิทธิในการบริการด้านหลักประกันสุขภาพ ปัญหาในการเข้าถึงทุนการศึกษา ปัญหาในการเดินทาง และปัญหาในการประกอบอาชีพ

3. เพื่อศึกษาประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ หากเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านต่างๆ ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาคุณภาพชีวิต

4. เพื่อนำผลของการศึกษาในสามข้อดังกล่าวข้างต้น มาประเมินความคุ้มค่าทางสังคม (Cost-Benefit Analysis) ในการขจัดความไร้รัฐในสถานศึกษา เปรียบเทียบกับ ความคุ้มค่าในการลงทุนทางสังคมเพื่อขจัดความไร้รัฐในสถานศึกษาในประเทศไทย

  1. สิ่งที่ต้องส่งมอบ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

รูปแบบ

กำหนดส่ง

รายละเอียดเพิ่มเติม

รายงานการวิจัยขั้นต้น Inception Report

.docx & .pdf

ต้นเดือนมีนาคม 2565

 

เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลภาคสนาม (ข้อมูลต้นฉบับ)

เอกสารต้นฉบับจริงจากภาคสนาม

ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2565

 

แบบฟอร์มยินยอมการให้ข้อมูลที่กรอกเรียบร้อยแล้ว

เอกสารต้นฉบับจริงจากภาคสนาม

ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2565

 

เครื่องมือรวบรวมข้อมูล

.docx & .pdf

ภายในวันที่ 20 เมษายน 2565

ต้องผ่านการอนุมัติ Ethical Approval

ข้อมูลดิบที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล (รวมถึงการถอดเทป)

ในรูปแบบ .docx, Excel (.xlsx) (และ SPSS หากทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณ)

ภายในวันที่ 30 เมษายน 2565

 

รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์(รวมบทสรุปผู้บริหาร)

.docx & .pdf

ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2565

จัดส่งไฟล์พร้อมจัดทำรูปเล่มรายงานงานวิจัยภาษาไทย 3 ฉบับ แปลเป็นภาษาอังกฤษ 3 ฉบับ

บทสรุปงานวิจัยในรูปแบบโปสเตอร์สี ขนาด A3

โปสเตอร์สี ขนาด A3 รวมถึงไฟล์ต้นฉบับที่สามารถแก้ไขได้

ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2565

 

PowerPoint presentation) งานวิจัย ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

.pptx & .pdf หรือรูปแบบที่แก้ไขได้อื่นๆ

 

 

 

 

 

  1. คุณสมบัติที่คาดหวัง (4 – 5 คุณสมบัติหลัก)


 

ทีมที่ปรึกษาที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมการคัดเลือกในครั้งนี้ ควรมีคุณสมบัติต่างๆ ดังต่อไปนี้

  1. มีประสบการณ์การทำงานด้านสังคมศาสตร์หรือการวิจัยด้านกฎหมาย ไม่ต่ำกว่า 3 ปี

  2. มีประสบการณ์ในการทำวิจัยในลักษณะของการประเมินความคุ้มค่าทางสังคม (Cost-Benefit Analysis)

  3. มีความรู้ความเข้าใจในการทำงานร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ และสามารถทำงานในสถานการณ์ต่างๆ ได้

  4. มีความรู้ความเข้าใจ สามารถตั้งคำถาม จับประเด็น สรุป วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อเท็จจริง โดยเฉพาะด้านกฎหมายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้

  5. มีทักษะในการสื่อสารที่ชัดเจน สามารถบริหารจัดการ มีความเป็นผู้นำ คล่องตัว สามารถจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่กระทบต่องานวิจัย ทำงานเป็นทีม เปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็นของทีมงานในฝ่ายวิชาการ และภาคส่วนสนับสนุนในท้องถิ่น มีความรับผิดชอบ และตรงต่อเวลา

  6. มีความรู้ความเข้าใจในวิถีชีวิต วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ

  7. มีความรู้ความเข้าใจในการปรับตัวในการทำงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ในปัจจุบันเป็นอย่างดี

  8. มีความสามารถในการถามคำถาม ประมวลคำถาม และคำตอบในการทำงานกับกลุ่มเยาวชน

9) มีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีเยี่ยม ทั้งฟัง พูด อ่าน และเขียน10)หากมีประสบการณ์ในการทำงานที่คล้ายคลึงกันสำหรับ INGOs หรือผู้บริจาคจากต่างประเทศ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

 

  1. ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • คุณสุมิตร วอพะพอ; ผู้จัดการ We Belong#Status, Plan International Thailand (Sumit.Wophapho@plan-international.org)

  • คุณสุดาวดี ลิมไพบูลย์; MERL Manager, Plan International Thailand (sudawadee.limpaibul@plan-international.org)

 

 

  1. การส่งโครงร่างการวิจัยเพื่อขอรับการคัดเลือก

ผู้สมัครที่สนใจควรให้ข้อเสนอที่ครอบคลุมด้านต่อไปนี้:

  • โครงร่างงานวิจัยที่ตอบสนองตามรายละเอียดใน TOR

  • นำเสนอกระบวนการการดำเนินการด้านจริยธรรมและวิธีการปกป้องเด็กและเยาวชน รวมถึงการระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ตลอดจนแผนการรับมือความเสี่ยงนั้นๆ

  • ระยะเวลาในการดำเนินการวิจัย

  • ประวัติทีมวิจัย

  • ตัวอย่างผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ อย่างน้อย 3 เรื่อง

  • งบประมาณโดยละเอียด รวมถึงอัตราค่าธรรมเนียมรายวัน ค่าใช้จ่าย ฯลฯ

 

ผู้สนใจ โปรดส่งใบสมัคร พร้อมด้วยโครงร่างการวิจัย มาที่ คุณสุพรชัย นวทวีพร Supornchai.nawataweeporn@plan-international.org ายในวันที่ 4 มีนาคม 2565 เวลา 17.00

 

Contact : Supornchai.nawataweeporn@plan-international.org

Recent Jobs

Regional Mental Health and Psychosocial Support (MHPSS) Consultancy
Nonprofits / องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

Regional Mental Health and Psychosocial Support (MHPSS) Consultancy

  • Jesuit Refugee Service
  • 28 Apr 2026
31 May 2026 157
Plan International Sweden's Terms of Reference for Audit of Sida funded Project/Programme Support including ISRS 4400 (Revised)
  • Plan International Thailand
  • 28 Apr 2026
12 May 2026 84
Senior Programme Manager (start May/June 2026)
Nonprofits / องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

Senior Programme Manager (start May/June 2026)

  • Hanns Seidel Foundation Thailand
  • 27 Apr 2026
04 May 2026 647
Hospital Operations and Maintenance Adviser
Nonprofits / องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

Hospital Operations and Maintenance Adviser

  • Luxembourg Development Cooperation Agency (LuxDev)
  • 27 Apr 2026
10 May 2026 210

Jobs by Categories