Development News and Information Sources

การรวมตัวของเครือข่ายภาคประชาชน นักวิชาการ และผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษ เดินหน้ายื่นยืนยันร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ หรือ “พ.ร.บ. PRTR” ต่อรัฐสภาอีกครั้ง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายเฉพาะ แทนการนำไปผนวกไว้ในร่างแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับอื่น โดยชี้ว่า “สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลมลพิษ” คือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และเป็นหัวใจของธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ตัวแทนภาคประชาชน นำโดยมูลนิธิบูรณะนิเวศ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) กรีนพีซ ประเทศไทย และเครือข่ายประชาชนจากพื้นที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษในจังหวัดระยอง ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี ร่วมกันยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยืนยันร่างกฎหมาย PRTR ที่เคยผ่านการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อน แต่ยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาวาระสองและสาม ก่อนจะตกไปตามการสิ้นสุดวาระของสภา
น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ระบุว่า ภาคประชาชนใช้เวลาผลักดันกฎหมายฉบับนี้มายาวนานกว่า 20 ปี ผ่านการศึกษาวิจัยและเปรียบเทียบแนวทางจากต่างประเทศ เพื่อออกแบบระบบฐานข้อมูลมลพิษที่โปร่งใสและไม่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมเดิม โดยยืนยันว่า PRTR จำเป็นต้องเป็น “กฎหมายเฉพาะ” เนื่องจากมีรายละเอียดและกลไกเฉพาะด้านการเปิดเผยข้อมูลสารมลพิษ ทั้งชนิด ปริมาณ และการเคลื่อนย้ายสารอันตราย ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญของหลายประเทศทั่วโลก
ภาคประชาชนเห็นว่า การที่รัฐบาลมีแนวคิดจะนำระบบ PRTR ไปผนวกไว้ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ อาจทำให้สาระสำคัญของกฎหมายถูกลดทอน และทำให้กระบวนการล่าช้าออกไป ทั้งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหามลพิษจากอุตสาหกรรม สารเคมีอันตราย และการลงทุนขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในหลายพื้นที่
นายอัมรินทร์ สายจันทร์ ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กฎหมาย PRTR ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางสิ่งแวดล้อม แต่คือการสร้างระบบข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ เพื่อปกป้องสุขภาพของชุมชนและสิ่งแวดล้อมของตนเอง โดยร่างกฎหมายยังออกแบบให้มีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยหน่วยงานรัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันตรวจสอบและจัดการข้อมูลมลพิษอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนายมนูญ วงษ์มะเซาะห์ นักรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศและพลังงานจากกรีนพีซ ประเทศไทย ระบุว่า ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าโครงการอุตสาหกรรมและนโยบายการเติบโตทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยไม่อาจละเลยกฎหมาย PRTR ได้ เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นมาตรฐานสากลด้านธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม และเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานประเทศสู่การเป็นสมาชิก OECD
ตัวแทนภาคประชาชนยังสะท้อนว่า การผลักดันกฎหมาย PRTR คือการต่อสู้ของประชาชนกว่า 12,000 รายชื่อ ที่ร่วมกันเข้าชื่อเสนอกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข้อมูลด้านมลพิษ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิต สุขภาพ และอนาคตของชุมชนทั่วประเทศ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังเสียงประชาชน และเดินหน้ากฎหมายฉบับนี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างระบบสิ่งแวดล้อมที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป
ภาพประกอยจาก สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร