Development News and Information Sources

13 องค์กรภาคประชาสังคมยื่นจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องคุ้มครองสิทธิผู้ชุมนุมโดยสงบ เด็ก และเยาวชน หลังร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านความเห็นชอบ
องค์กรภาคประชาสังคม 13 แห่ง ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา รวมถึงประธานวุฒิสภา เพื่อแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนภายหลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... พร้อมเรียกร้องให้รัฐดำเนินมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ชุมนุมโดยสงบ เด็ก และเยาวชน รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก
เครือข่ายผู้ลงนามระบุว่า แม้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายในการสร้างความปรองดองและลดผลกระทบจากความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองที่ผ่านมา แต่การสร้างสังคมสันติสุขที่ยั่งยืนควรตั้งอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค การไม่เลือกปฏิบัติ และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งควรได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ
จดหมายยังสะท้อนว่า การดำเนินคดีต่อบุคคลที่ใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในเสรีภาพและความมั่นคงของบุคคล สิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม สิทธิในการศึกษา สุขภาพกายและสุขภาพจิต ตลอดจนโอกาสในการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ โดยเฉพาะในกรณีของเด็กและเยาวชน ซึ่งผลกระทบอาจส่งผลต่อพัฒนาการ ชีวิตครอบครัว การศึกษา และอนาคตในระยะยาว
องค์กรผู้ลงนามยังชี้ว่า แม้บางคดีจะสิ้นสุดลงหรือมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่กระบวนการทางกฎหมายที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการถูกจับกุม การถูกเรียกตัว การเดินทางเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การถูกตีตราทางสังคม หรือการถูกควบคุมตัว ล้วนเป็นภาระที่เกิดขึ้นจริงต่อผู้ถูกดำเนินคดีและครอบครัว จึงเห็นว่าการสร้างสังคมสันติสุขควรคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เฉพาะผลลัพธ์ของคดี
นอกจากนี้ เครือข่ายยังอ้างถึงพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งรับรองสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก สิทธิในการชุมนุมโดยสงบ หลักการไม่เลือกปฏิบัติ และหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก พร้อมเรียกร้องให้การดำเนินนโยบายและการบังคับใช้กฎหมายสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล
ข้อเสนอสำคัญที่เครือข่ายเรียกร้องต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนและรัฐธรรมนูญ การจัดให้เด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงมาตรการคุ้มครองและเยียวยา การยุติการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ การทบทวนแนวปฏิบัติของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปตามหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน การปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวโดยพลการจากกรณีดังกล่าว การจัดตั้งกลไกติดตามผลกระทบของกฎหมายอย่างโปร่งใส และการทบทวนกฎหมายที่อาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
องค์กรทั้ง 13 แห่งย้ำว่า การสร้างสังคมสันติสุขไม่ควรจำกัดเพียงการยุติคดีบางส่วน แต่ควรเป็นกระบวนการที่รับรองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งสมควรได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษจากรัฐ
องค์กรภาคประชาสังคมที่ร่วมลงนามทั้ง 13 แห่ง ได้แก่