Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
15 July 2026 29

13 องค์กรภาคประชาสังคมยื่นจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องคุ้มครองสิทธิผู้ชุมนุมโดยสงบ เด็ก และเยาวชน หลังร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านความเห็นชอบ

13 องค์กรภาคประชาสังคมยื่นจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องคุ้มครองสิทธิผู้ชุมนุมโดยสงบ เด็ก และเยาวชน หลังร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านความเห็นชอบ

13 องค์กรภาคประชาสังคมยื่นจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องคุ้มครองสิทธิผู้ชุมนุมโดยสงบ เด็ก และเยาวชน หลังร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านความเห็นชอบ

 

องค์กรภาคประชาสังคม 13 แห่ง ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา รวมถึงประธานวุฒิสภา เพื่อแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนภายหลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... พร้อมเรียกร้องให้รัฐดำเนินมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ชุมนุมโดยสงบ เด็ก และเยาวชน รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก

 

เครือข่ายผู้ลงนามระบุว่า แม้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายในการสร้างความปรองดองและลดผลกระทบจากความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองที่ผ่านมา แต่การสร้างสังคมสันติสุขที่ยั่งยืนควรตั้งอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค การไม่เลือกปฏิบัติ และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งควรได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

 

จดหมายยังสะท้อนว่า การดำเนินคดีต่อบุคคลที่ใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในเสรีภาพและความมั่นคงของบุคคล สิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม สิทธิในการศึกษา สุขภาพกายและสุขภาพจิต ตลอดจนโอกาสในการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ โดยเฉพาะในกรณีของเด็กและเยาวชน ซึ่งผลกระทบอาจส่งผลต่อพัฒนาการ ชีวิตครอบครัว การศึกษา และอนาคตในระยะยาว

 

องค์กรผู้ลงนามยังชี้ว่า แม้บางคดีจะสิ้นสุดลงหรือมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่กระบวนการทางกฎหมายที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการถูกจับกุม การถูกเรียกตัว การเดินทางเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การถูกตีตราทางสังคม หรือการถูกควบคุมตัว ล้วนเป็นภาระที่เกิดขึ้นจริงต่อผู้ถูกดำเนินคดีและครอบครัว จึงเห็นว่าการสร้างสังคมสันติสุขควรคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เฉพาะผลลัพธ์ของคดี

 

นอกจากนี้ เครือข่ายยังอ้างถึงพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งรับรองสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก สิทธิในการชุมนุมโดยสงบ หลักการไม่เลือกปฏิบัติ และหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก พร้อมเรียกร้องให้การดำเนินนโยบายและการบังคับใช้กฎหมายสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล

 

ข้อเสนอสำคัญที่เครือข่ายเรียกร้องต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนและรัฐธรรมนูญ การจัดให้เด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงมาตรการคุ้มครองและเยียวยา การยุติการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ การทบทวนแนวปฏิบัติของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปตามหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน การปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวโดยพลการจากกรณีดังกล่าว การจัดตั้งกลไกติดตามผลกระทบของกฎหมายอย่างโปร่งใส และการทบทวนกฎหมายที่อาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

 

องค์กรทั้ง 13 แห่งย้ำว่า การสร้างสังคมสันติสุขไม่ควรจำกัดเพียงการยุติคดีบางส่วน แต่ควรเป็นกระบวนการที่รับรองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งสมควรได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษจากรัฐ

 

องค์กรภาคประชาสังคมที่ร่วมลงนามทั้ง 13 แห่ง ได้แก่

  1. แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
  2. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
  3. สหภาพคนทำงาน (Workers' Union)
  4. โมกหลวงริมน้ำ
  5. Freedom Bridge
  6. ThumbRights
  7. สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)
  8. กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG)
  9. Secure Ranger
  10. แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
  11. กลุ่มยืนหยุดทรราช เชียงใหม่
  12. เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL)
  13. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

 

Related Articles

Recent Articles