Development News and Information Sources

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เดินทางไปยังสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อยื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของบริษัท ธ. ศิลาสิทธิ จำกัด ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการยกเลิกประกาศแหล่งหิน เพื่อเปิดทางให้ชุมชนสามารถฟื้นฟูพื้นที่และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน
ข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กเพจ เหมืองแร่หนองบัว เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่า พื้นที่เหมืองหินและโรงโม่ของบริษัท ธ. ศิลาสิทธิ จำกัด ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง และได้หยุดดำเนินกิจการแล้ว ขณะที่ใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าและประทานบัตรสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2563
นอกจากนี้ กลุ่มฯ ระบุว่า ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่ออายุประทานบัตร โดยเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต่อมามีการจำหน่ายคำขอต่ออายุประทานบัตรออกจากสารบบ
ขณะเดียวกัน ชุมชนและสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟมีมติเป็นเอกฉันท์สนับสนุนการยกเลิกประกาศแหล่งหิน เพื่อให้สามารถนำพื้นที่กลับมาฟื้นฟูและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนที่บริหารจัดการโดยคนในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม กลุ่มอนุรักษ์ฯ ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวยังไม่สามารถเดินหน้าได้ เนื่องจากยังมีสิ่งปลูกสร้างของกิจการเดิมอยู่ในพื้นที่ เช่น อาคารเก็บวัตถุระเบิด รั้วลวดหนาม ประตู และป้อมยาม โดยชุมชนตั้งข้อสังเกตว่าการรื้อถอนยังไม่มีความคืบหน้า แม้สิทธิในการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าจะสิ้นสุดลงมานานกว่า 6 ปีแล้ว
ตามข้อมูลของกลุ่มอนุรักษ์ฯ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มฯ เดินทางไปยังสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี เพื่อยื่นหนังสือติดตามผลการดำเนินงาน โดยเมื่อเดินทางไปถึงได้รับแจ้งว่าผู้อำนวยการสำนักงานฯ ไม่อยู่ และได้รับการประสานให้เข้าพบผู้อำนวยการส่วนงานอนุมัติอนุญาตแทน
ระหว่างการหารือ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านเรื่องร้องเรียนแจ้งกับกลุ่มชาวบ้านว่า ได้ติดต่อสอบถามไปยังเจ้าของบริษัทเหมืองแล้ว และได้รับคำตอบว่าบริษัท “สละสิทธิ์ ไม่เอาอะไรแล้ว และไม่ขอเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่อีก”
ด้านผู้อำนวยการส่วนงานอนุมัติอนุญาต ระบุว่า สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 เคยมีหนังสือแจ้งให้บริษัทเข้ามาดำเนินการรื้อถอนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 แต่บริษัทไม่ได้ดำเนินการตามหนังสือดังกล่าว จึงต้องส่งเรื่องให้กรมป่าไม้พิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
กลุ่มอนุรักษ์ฯ ตั้งคำถามต่อกระบวนการดังกล่าวว่า หากผู้ประกอบการไม่เข้ามาดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หน่วยงานรัฐมีแนวทางและกรอบเวลาที่ชัดเจนอย่างไรในการจัดการพื้นที่ เพื่อไม่ให้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติยังคงมีสิ่งปลูกสร้างจากกิจการที่สิ้นสุดสิทธิการใช้ประโยชน์แล้ว
กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เห็นว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการยุติกิจการเหมือง แต่รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่และการนำพื้นที่กลับมาใช้ประโยชน์เพื่อชุมชน โดยเฉพาะการดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ยังคงอยู่ในพื้นที่
กลุ่มฯ ยังอ้างถึงอำนาจของเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 โดยเฉพาะมาตรา 25 ซึ่งกำหนดอำนาจในการดำเนินการกับสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งอื่นใดที่บุกรุกหรืออยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ในการเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้ กลุ่มฯ ระบุว่า ผู้อำนวยการส่วนงานอนุมัติอนุญาตไม่ได้ลงนามรับหนังสือ และกลุ่มฯ จึงนำหนังสือไปยื่นไว้ที่งานอำนวยความสะดวกของอาคารสำนักงานหลักแทน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของกระบวนการรับเรื่องจากประชาชน
ท้ายที่สุด กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้เรียกร้องให้สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี จัดทำคำชี้แจงเกี่ยวกับ แผนงานและกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เป็นลายลักษณ์อักษร และส่งกลับมายังกลุ่มฯ ภายใน 7 วัน
หากไม่มีความคืบหน้าหรือหน่วยงานยังไม่สามารถชี้แจงแนวทางดำเนินการได้ กลุ่มฯ ระบุว่าจะยื่นเรื่องต่อองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นอีกกรณีที่สะท้อนความท้าทายของการจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภายหลังสิทธิการใช้ประโยชน์ของเอกชนสิ้นสุดลง โดยเฉพาะการกำหนดความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงานรัฐกับผู้ประกอบการ การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และการเปิดทางให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูและกำหนดอนาคตของพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ภาพจาก เหมืองแร่หนองบัว