สำหรับท่านที่โอนเงินตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไปทางทีมงานจะส่งใบเสร็จหลังจากปีใหม่

Please note that for transfers made on or after December 25, 2025, receipts will be issued after the New Year Festival.

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

ประชาสัมพันธ์ / Public Relation

Read more

ข่าว / News

Read more

บทบรรณาธิการ / Editorial

Read more

รวมบทความ / Articles

Read more

สมาคมฯต้านโลกร้อนร่วมกับชาวขอนแก่นฟ้องหมอเปรมศักดิ์ปิดบ่อขยะบ้านไผ่  ชี้เป็นบ่อขยะเถื่อนมาตั้งแต่ต้นไม่เคยรับฟังเสียงชาวบ้านปล่อยให้ท้องถิ่นอื่นทั้งอำเภอบ้านไผ่ขนมาทิ้งส่งกลิ่นเหม็นและน้ำเสียกระทบบ่อน้ำกินน้ำใช้และระบบประปาใต้ดินของวัดและชาวบ้าน  นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่าวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558 นี้เวลา 10.00 น. สมาคมฯและชาวบ้านโนนทอง หมู่ที่ 6 อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่นกว่า 134 คน ได้เดินทางมาที่ศาลปกครองขอนแก่น เพื่อยื่นคำฟ้องต่อศาลฟ้องนากองค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลบ้านไผ่(นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ) นายอำเภอบ้านไผ่ และผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ฐานเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 9 (1)(2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542  ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่ นายก อบต.หินตั้งได้อนุญาตให้เทศบาลเมืองบ้านไผ่ใช้พื้นที่ดินในเขตปกครองของตนเป็นพื้นที่ทิ้งขยะบริเวณหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดขอนแก่นมาตั้งแต่ปี 2544 โดยไม่เคยรับฟังความเห็นของประชาชนก่อนตามกฎหมายเลย รวมทั้งมีการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ กว่า 10 แห่งในอำเภอบ้านไผ่ สามารถขนขยะมาทิ้งในพื้นที่ดังกล่าวได้ ทำให้บ้านโนนทองแหล่งทำการเกษตรที่ขึ้นชื่อ ต้องกลายเป็นพื้นที่รองรับขยะของอำเภอไปเสียสิ้น ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษกลิ่นเหม็น น้ำซะขยะ(Leachate) ไหลออกมาจากพื้นที่ทะลักเข้าพื้นที่นาข้าว ไร่อ้อย และบ่อน้ำส่วนกลางเพื่อการอุปโภค-บริโภคของชาวโนนทองจนใช้ประโยชน์ใด ๆ ไม่ได้ นอกจากนั้นการทิ้งและฝังกลบขยะยังไม่เป็นไปตามหลักวิชาการหรือสุขาภิบาล (Sanitary Landfill) ไม่มีการปูพื้นบ่อด้วยพลาสติก HDPE  ทำให้น้ำขยะรั่วซึมปนเปื้อนระบบน้ำใต้ดิน ซึ่งกระทบต่อระบบสูบน้ำประปาของชาวบ้านและของวัดธรรมวิเวกประชาสรรค์ ซึ่งอยู่ใกล้บ่อขยะเพียง 200 เมตรก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเสียหายต่อชาวบ้านเป็นจำนวนมาก  กรณีดังกล่าวชาวบ้านได้พยายามร้องเรียนไปยังนายอำเภอบ้านไผ่ ผู้ว่าฯขอนแก่น และหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอดแล้ว แต่ทว่าเรื่องก็เงียบหายแถมกำลังมีความพยายามที่จะผลักดันให้พื้นที่บ่อขยะดังกล่าวเป็น“ศูนย์การแปรรูปขยะเป็นพลังงาน” (Waste to Energy) ก็คือ การเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขึ้นมาอีกตามแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ระยะ 5 ปี( พ.ศ.2558-2562) จังหวัดขอนแก่นอีก โดยมีการโอนงบประมาณจากส่วนกลางมาให้แล้วกว่า 46 ล้านบาท โดยที่ไม่เคยมีการบอกกล่าวหรือเปิดเวทีรับฟังเสียงของประชาชนตามที่กฎหมายบัญญัติแต่อย่างใด ชาวบ้านจึงทนไม่ไหวจึงมอบอำนาจให้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนเป็นธุระในการนำความมาฟ้องร้องต่อศาลปกครองขอนแก่นในวันนี้ เพื่อเพิกถอนหรือปิดบ่อขยะบ้านไผ่ดังกล่าวเป็นการถาวรต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
สมาคมฯต้านโลกร้อนร่วมกับชาวขอนแก่นฟ้องหมอเปรมศักดิ์ปิดบ่อขยะบ้านไผ่ ชี้เป็นบ่อขยะเถื่อนมาตั้งแต่ต้นไม่เคยรับฟังเสียงชาวบ้านปล่อยให้ท้องถิ่นอื่นทั้งอำเภอบ้านไผ่ขนมาทิ้งส่งกลิ่นเหม็นและน้ำเสียกระทบบ่อน้ำกินน้ำใช้และระบบประปาใต้ดินของวัดและชาวบ้าน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่าวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558 นี้เวลา 10.00 น. สมาคมฯและชาวบ้านโนนทอง หมู่ที่ 6 อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่นกว่า 134 คน ได้เดินทางมาที่ศาลปกครองขอนแก่น เพื่อยื่นคำฟ้องต่อศาลฟ้องนากองค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลบ้านไผ่(นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ) นายอำเภอบ้านไผ่ และผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ฐานเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 9 (1)(2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่ นายก อบต.หินตั้งได้อนุญาตให้เทศบาลเมืองบ้านไผ่ใช้พื้นที่ดินในเขตปกครองของตนเป็นพื้นที่ทิ้งขยะบริเวณหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดขอนแก่นมาตั้งแต่ปี 2544 โดยไม่เคยรับฟังความเห็นของประชาชนก่อนตามกฎหมายเลย รวมทั้งมีการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ กว่า 10 แห่งในอำเภอบ้านไผ่ สามารถขนขยะมาทิ้งในพื้นที่ดังกล่าวได้ ทำให้บ้านโนนทองแหล่งทำการเกษตรที่ขึ้นชื่อ ต้องกลายเป็นพื้นที่รองรับขยะของอำเภอไปเสียสิ้น ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษกลิ่นเหม็น น้ำซะขยะ(Leachate) ไหลออกมาจากพื้นที่ทะลักเข้าพื้นที่นาข้าว ไร่อ้อย และบ่อน้ำส่วนกลางเพื่อการอุปโภค-บริโภคของชาวโนนทองจนใช้ประโยชน์ใด ๆ ไม่ได้ นอกจากนั้นการทิ้งและฝังกลบขยะยังไม่เป็นไปตามหลักวิชาการหรือสุขาภิบาล (Sanitary Landfill) ไม่มีการปูพื้นบ่อด้วยพลาสติก HDPE ทำให้น้ำขยะรั่วซึมปนเปื้อนระบบน้ำใต้ดิน ซึ่งกระทบต่อระบบสูบน้ำประปาของชาวบ้านและของวัดธรรมวิเวกประชาสรรค์ ซึ่งอยู่ใกล้บ่อขยะเพียง 200 เมตรก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเสียหายต่อชาวบ้านเป็นจำนวนมาก กรณีดังกล่าวชาวบ้านได้พยายามร้องเรียนไปยังนายอำเภอบ้านไผ่ ผู้ว่าฯขอนแก่น และหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอดแล้ว แต่ทว่าเรื่องก็เงียบหายแถมกำลังมีความพยายามที่จะผลักดันให้พื้นที่บ่อขยะดังกล่าวเป็น“ศูนย์การแปรรูปขยะเป็นพลังงาน” (Waste to Energy) ก็คือ การเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขึ้นมาอีกตามแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ระยะ 5 ปี( พ.ศ.2558-2562) จังหวัดขอนแก่นอีก โดยมีการโอนงบประมาณจากส่วนกลางมาให้แล้วกว่า 46 ล้านบาท โดยที่ไม่เคยมีการบอกกล่าวหรือเปิดเวทีรับฟังเสียงของประชาชนตามที่กฎหมายบัญญัติแต่อย่างใด ชาวบ้านจึงทนไม่ไหวจึงมอบอำนาจให้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนเป็นธุระในการนำความมาฟ้องร้องต่อศาลปกครองขอนแก่นในวันนี้ เพื่อเพิกถอนหรือปิดบ่อขยะบ้านไผ่ดังกล่าวเป็นการถาวรต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

: 8 December 2015

: 1497