Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

สำหรับท่านที่โอนเงินหลังวันที่ 9 เมษายน 2569 ทางเราจะส่งใบเสร็จหลังเทศกาลสงกรานต์
For those who make payments after April 9, 2026, we will issue the receipt after the Songkran Festival.

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
30 April 2026 27

ชุมชนคนอยู่กับป่าเปิดแคมเปญ “ป่าผืนสุดท้ายคือบ้านของเรา” ย้ำชุมชนไม่ใช่ผู้ร้ายไฟป่า เรียกร้องสังคมทบทวนความเข้าใจปัญหา PM2.5

ชุมชนคนอยู่กับป่าเปิดแคมเปญ “ป่าผืนสุดท้ายคือบ้านของเรา” ย้ำชุมชนไม่ใช่ผู้ร้ายไฟป่า เรียกร้องสังคมทบทวนความเข้าใจปัญหา PM2.5

ชุมชนคนอยู่กับป่าเปิดแคมเปญ “ป่าผืนสุดท้ายคือบ้านของเรา” ย้ำชุมชนไม่ใช่ผู้ร้ายไฟป่า เรียกร้องสังคมทบทวนความเข้าใจปัญหา PM2.5

 

ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย และถูกเชื่อมโยงกับปัญหาไฟป่าอย่างต่อเนื่อง สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ได้ออกแถลงการณ์เปิดตัวแคมเปญรณรงค์สาธารณะ “ป่าผืนสุดท้ายคือบ้านของเรา” เพื่อสื่อสารข้อเท็จจริง และสะท้อนเสียงของชุมชนที่อาศัยอยู่กับป่า โดยยืนยันว่าชุมชนมิใช่ผู้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หากแต่เป็นผู้ดูแลรักษาป่าอย่างแท้จริง

 

แถลงการณ์ระบุว่า กลุ่มชาติพันธุ์และชนพื้นเมืองในพื้นที่ป่า เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันมากที่สุด โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปีที่สถานการณ์ไฟป่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติการณ์ ปัจจัยสำคัญนอกจากปรากฏการณ์เอลนีโญแล้ว ยังมาจากการสะสมของเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าที่มีปริมาณมาก ส่งผลให้เกิดไฟป่าขนาดใหญ่และยากต่อการควบคุม

 

ในขณะที่ชุมชนต้องลุกขึ้นมาเป็น “แนวหน้า” ในการจัดการไฟป่า ทั้งการทำแนวกันไฟ การลาดตระเวน และการดับไฟ กลับได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจำกัด อีกทั้งยังต้องเผชิญกับมาตรการควบคุมที่เข้มงวด เช่น การห้ามเผาและห้ามเข้าป่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟอย่างจำเป็น เช่น การชิงเผาเพื่อป้องกันไฟป่าขนาดใหญ่ และการจัดการเชื้อเพลิงในระบบไร่หมุนเวียน

 

นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายด้านที่ดินและป่าไม้อย่างเข้มข้น ยังนำไปสู่การจับกุมและดำเนินคดีกับชาวบ้านจำนวนมาก ขณะเดียวกัน อคติทางสังคมที่มองว่าชนเผ่าพื้นเมืองเป็นผู้ทำลายป่ายังคงถูกผลิตซ้ำในหลายภาคส่วน ทั้งสื่อมวลชน ภาคประชาสังคม และแม้แต่หน่วยงานภาครัฐ

 

สชป. และ สกน. ยืนยันว่า ตลอดหลายชั่วอายุคน ชุมชนได้ใช้ความรู้ วิถีชีวิต และจิตวิญญาณในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้คงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมเรียกร้องให้สังคมหันมามองชุมชนในฐานะ “ผู้พิทักษ์ป่า” แทนการเป็น “ผู้ร้ายไฟป่า” ดังวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้น

 

เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ต่อสังคม จึงได้เปิดตัวแคมเปญ “ป่าผืนสุดท้ายคือบ้านของเรา” โดยเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกันเผยแพร่เรื่องราว ภาพถ่าย และข้อมูลจากพื้นที่จริง ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #ป่าผืนสุดท้ายคือบ้านของเรา เพื่อส่งต่อเสียงของชุมชนไปสู่สาธารณะในวงกว้าง

 

แคมเปญนี้ยังเชิญชวนสื่อมวลชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และภาครัฐ ร่วมกันสื่อสารข้อเท็จจริง และร่วมสร้างความเข้าใจต่อปัญหาอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้การกล่าวโทษชุมชนกลายเป็น “พิธีกรรมซ้ำซาก” ที่เกิดขึ้นทุกฤดูไฟป่า

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญได้ง่ายๆดังนี้

 

3 วิธีง่ายๆ ที่ทำได้ทันที

1. โพสต์บนโซเชียลมีเดีย แชร์ภาพ ข้อมูล หรือความรู้สึกของคุณในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, X (Twitter), Instagram หรือ TikTok

2. ติดแฮชแท็ก #ป่าผืนสุดท้ายคือบ้านของเรา ในทุกโพสต์

3. เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ผ่าน Facebook Story

  • กดสร้างสตอรี่ → เลือกรูปภาพของคุณ
  • กดเพิ่มสติกเกอร์ → เลือกโลโก้แคมเปญที่ดาวน์โหลดไว้
  • บันทึกและนำไปตั้งเป็นรูปโปรไฟล์

ดาวน์โหลดโลโก้แคมเปญ: https://drive.google.com/.../1me...

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ

Recent Articles