ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เว็บ thaingo.org จะปรับค่าบริการจากเดิม 300 บาทเป็น 500 บาท

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

เรื่องของ ผู้ว่าฯ กับ น้าแอ้ด

 

ประเด็นต่อเนื่อง มาจากการขบคิด สิ่งที่ แอ้ด คาราบาว  หรือ น้าแอ๊ด ด่าผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี ออกสื่อเมื่อวันก่อน นึกถึงตัวเองก็เคยด่า อย่างนี้ไป เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่โดนสั่งห้ามจัดงาน “สุราก้าวหน้า” แบบฟ้าผ่า ทำให้กลับมานั่งครุ่นนึกสภาวะ สถานะ กับอำนาจ ที่ไม่มีจริงของข้าราชการไทย

ปัญหาสำคัญของระบบราชการไทย โดยเฉพาะ หัวหน้าส่วนราชการ มีอำนาจ แต่ใช้อำนาจไม่ได้ จึงเสมือน ไม่มีอำนาจเพราะไม่อิสระจริง การทำงานของระบบราชการไทย จึง “ชะลอ” การตัดสินใจ และ ทำได้แค่สั่งห้าม เพราะการสั่งห้ามคือ วิธีเอาตัวรอดจาก อำนาจที่สูงกว่า เพราะมีข้ออ้าง ว่าได้ “สั่งห้าม” แล้ว หัวหน้าส่วนราชการภูมิภาค เป็นตำแหน่งวิบากกรรม ต้องผูกพันหรืออยู่ภายใต้ ส่วนกลาง และส่วนอื่นๆ แม้ว่า ในทางหลักการ คือ มีอำนาจ แต่ในทางปฏิบัติกลับมิอาจทำได้  เป็นตำแหน่ง ที่ชวนให้ทุกข์ระทม คนที่เติบโตผ่านชีวิตไปถึงตแหน่งนั้นได้ จึงเป็นพวก หลักลอย ไหล ไหวเอน และลู่ตามลม เป็น ส่วนใหญ่ จึงมีหน้าที่เซ็นกะเดินตรวจตรา เปิดงาน เป็นสัญลักษณ์ เพราะนั่น ทำให้ชีวิตข้าราชการปลอดภัยที่สุด

ปัญหาความทับซ้อนในกลไกอำนาจปกครองของรัฐไทย ทำให้ประเทศนี้ ทำงานล่าช้า ไม่ทันท่วงที ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะ อำนาจในการตัดสินใจจริงๆ ไม่ได้อยู่ หรือ จบ ที่ผู้ว่าฯ หรือ นายอำเภอ บางครั้งตำแหน่งเหล่านี้เป็นแค่หุ่นเชิด ให้กับส่วนกลาง และฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายบริหาร มีหน้าที่รายงานส่ง หรือ ไปแจกแจง ที่โน่น ที่นี่  เราจึงเห็นบ่อยๆ ว่า ผู้ว่าฯ ที่ควรจะฟังชาวบ้าน แต่กลับต้องวิ่งเข้าหานักการเมือง รัฐบาล หรือ กรม กระทรวง เพราะออกคำสั่งเอง ไม่ได้ หากแต่ต้องรอ “อนุมัติ” จากเบื้องบน บนๆๆ   อีกที เราจึงเห็น หน่วยงานราชการให้พื้นที่ออกอาการ เวิ่นเว่อร์ ทุ่มทุน วิ่งปูพรม  จัดฉาก ผักชี เป็นวัฒนธรรมการปกครอง แบบนี้มาช้านาน

คำถาม คือ เราจะรื้อ หรือ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจราชการเหล่านี้ได้อย่างไร เราจะทำให้ ผู้ว่าฯ มีอำนาจที่แท้จริงในการตอบสนองปัญหา ประชาชน มีอำนาจสั่งการ แก้ไขให้ทันท่วงที ได้อย่างไร รูปแบบการแบ่งอำนาจ ที่เรียกว่า ส่วนภูมิภาค กับ ส่วนกลาง และ ส่วนท้องถิ่น ที่วันนี้ เราต่างตระหนักว่า ใหญ่เทอะทะ แต่ด้อยประสิทธิภาพ เปลืองงบประมาณ แต่ไม่ตอบโจทก์ ความต้องการประชาชน 

เราพูดถึงการกระจายอำนาจมานาน แค่จะขอแก้ไข ฉลากไวน์ เล็กๆน้อยๆ ยังต้องส่งไปที่กรมสสรรพสามิต อะไรๆ ก็ให้กรม ให้กระทรวง ลึกกว่านั้นให้ นักการเมืองหรือรัฐมนตรี รัฐบาล รับทราบ อนุญาต เราแค่จะหมักข้าว ต้มเบียร์จากข้าว ที่ปลูกเอง ที่ไม่มีราคายังต้องขออนุญาตจากกรม ซึ่งไม่ได้รับรู้ว่า ความทุกข์ยากปากหมองของเรา อำนาจแค่นี้ ควรจะจบลงได้แค่ “ผู้ว่าราชการจังหวัด”

ผมจึงเป็นคนหนึ่งที่ พูดมาตลอด เสนอมาตลอด ว่าให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ  กระจายอำนาจอย่างแท้มาให้ประชาชน เพื่อให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ทำงานยึดโยง ตอบสนองความต้องการประชาชน สุรินทร์นี่เป็นเมืองข้าราชการเล็กๆ เป็นบันไดไต่เต้าของผู้ว่าใหม่ และ ผู้ว่าใกล้เกษียณ จึงทำงานแบบไม่อยากมีปัญหา ระมัดระวัง และฟังเสียงส่วนกลาง เบื้องบน ทำให้การพัฒนาที่ต้องฟัง ต้องทำตามเสียงประชาชนจริงๆ ไม่เกิดขึ้น และจังหวัดอื่นๆ ก็ไม่แตกต่าง

ดังนั้น ถ้า น้าแอ้ด คาราบาว รู้ตัวว่า กูคือใคร ? ก็ควรจะลงมือ เขียนเพลง รณรงค์ ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เสียที จะได้ผู้ว่าฯ ที่ฟังเสียงคนสุพรรณบุรี และจะได้ดู  “แอ๊ด คาราบาว” ให้สาแก่ใจ เพราะผู้ว่ามาจาก ประชาชน จึงต้องฟังเสียงประชาชน การที่ แอ้ด ขึ้นไปด่า แบบไม่รู้ฝีรู้แดดของปัญหา แล้วก็ลงจากเวทีไปซบนายทุนต่อ เดี๋ยวเด็กๆ ก็ด่ากลับ ว่า หัวควาย ปากหมา ปัญญาควาย ซะหรอก....