Development News and Information Sources

ตัวแทนชุมชนผู้เช่าที่ดิน รฟท. ทั่วประเทศ เรียกร้องชะลอร่าง พ.ร.บ.พัฒนาพื้นที่ฯ หวั่นกระทบสิทธิที่อยู่อาศัยคนจนเมือง
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ตัวแทนเครือข่ายชุมชนที่เช่าที่ดินจาก การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมเครือข่ายชุมชนจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ได้รวมตัวยื่นหนังสือคัดค้าน “ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน พ.ศ. ....” หลังพบว่ากระบวนการจัดทำร่างกฎหมายยังขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิด้านที่อยู่อาศัยของคนรายได้น้อย
การยื่นหนังสือครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ครอบคลุมชุมชนกว่า 100 สัญญาเช่า โดยในกรุงเทพมหานคร ตัวแทนชุมชนได้ยื่นหนังสือต่อกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีรองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นผู้รับหนังสือ ขณะที่ในต่างจังหวัดมีการยื่นผ่านศูนย์ดำรงธรรมประจำจังหวัด อาทิ จังหวัดขอนแก่น สงขลา อุดรธานี นครราชสีมา ราชบุรี และฉะเชิงเทรา
เครือข่ายชุมชนระบุว่า ปัจจุบันมีชุมชนที่เช่าที่ดิน รฟท. ผ่าน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยตามนโยบายบ้านมั่นคงของรัฐบาล กว่า 5,000 ครัวเรือน และตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 มีชุมชนในเกณฑ์โครงการดังกล่าวรวม 27,084 ครัวเรือน จาก 300 ชุมชน ใน 35 จังหวัดทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ชุมชนระบุว่าได้รับทราบว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่กระบวนการรับฟังความเห็นกลับไม่ครอบคลุมประชาชนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะชุมชนริมทางรถไฟที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พัฒนา
เครือข่ายชุมชนจึงแสดงความกังวลว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย และสิทธิการเช่าที่ดินของชุมชนที่ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงอยู่เดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่จะถูกพัฒนาในรูปแบบ TOD (Transit-Oriented Development) หรือการพัฒนาพื้นที่รอบระบบขนส่งมวลชน
ทั้งนี้ เครือข่ายชุมชนได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวงคมนาคม 5 ประการ ได้แก่
ชะลอการเสนอร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรีออกไปอย่างน้อย 6 เดือน
ให้ สนข. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นใหม่ โดยครอบคลุมกลุ่มชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างน้อยจังหวัดละ 1 ครั้ง
เพิ่มเนื้อหาในร่างกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิชุมชนที่เช่าที่ดิน รฟท. ผ่าน พอช. และดำเนินโครงการบ้านมั่นคง ให้สามารถอยู่อาศัยในพื้นที่เดิมต่อได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนา TOD
ให้นำข้อคิดเห็นจากทุกเวทีรับฟังความคิดเห็นบรรจุไว้ในร่างกฎหมายอย่างครบถ้วน เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิชุมชน
จัดให้มีการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (HRIA) พร้อมยืนยันหลักการว่า “การเข้าถึงระบบราง ต้องหมายถึงการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคงของคนรายได้น้อยด้วย ไม่ใช่เพียงการเพิ่มมูลค่าที่ดินเพื่อกลุ่มทุน”
เครือข่ายชุมชนย้ำว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐไม่ควรนำไปสู่การผลักคนจนออกจากเมือง และกระบวนการออกกฎหมายควรยึดหลักสิทธิชุมชน การมีส่วนร่วม และความเป็นธรรมทางสังคม