ระหว่างวันที่ 15 - 16 มกราคม 2565 ทางเว็บไซต์จะปรับปรุงระบบ อาจจะมีการใช้งานที่ไม่ราบรื่น
15 - 16 January 2022, the website will update the system. There may be a not smooth usage.

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

สังคมสำเร็จ “รูป”



ไอ้เรื่อง สำเร็จรูปนี้  ผมเริ่มคุยและถกเถียงกันมาก เมื่อวัยหนุ่มสาว ความโชคดีมากของชีวิตคือ ตัดสินใจที่ลาออกจากงานไปเรียน ไม่ใช่ทำงานด้วยเรียนด้วย เพื่อ หาประสบการณ์การเรียนมหาลัยให้ชีวิต มีคนแนะนำว่า ทำงานเรียนก็ได้ ได้งานด้วย ได้ใบปริญญาด้วย มีคนว่า เรียนให้จบๆ จะได้ทำงาน มีคนว่า อ่านชีตสรุป ( คนเรียนจะรู้จักดี ชีตสรุป กับ ชีตแนวข้อสอบ ) ผมไม่เลือกตามนั้น ผมอยากมามหาลัย อยากทำกิจกรรม อยากหาสิ่งที่มหาลัยไม่มีสอน มาเติมเต็ม มาหาเพื่อน อยากอ่านหนังสือนอกตำรา ความรู้นอกห้องเรียน ประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงแง่คิด ทัศนคติ และ การพัฒนาความคิดให้มีคุณสมบัติ ของคำว่า “ปัญญาชน”

ผมชอบวัฒนธรรมนักกิจกรรม ( ผมเลือกทำค่ายอาสาฯ กับ ชมรมค่ายอาสาพัฒนาชาวไทยภูเขา รามคำแหง ) วัฒนธรรมการอ่าน วัฒนธรรมการฟัง การให้เกียรติคนอื่นพูด การจับประเด็น แย้งในประเด็น พูดในประเด็น วัฒนธรรมการยอมรับงานที่มอบหมาย เพราะธรรมชาติ อยากทำเฉพาะที่ตัวเองสนใจ และอยากทำ นี่เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้ผมกลายเป็นคนติดครัว ชอบอยู่ในครัว วัฒนธรรม “การเรียนรู้”

วัฒนธรรมการเรียนรู้ ของชมรมฯ ที่ผมมีปัญหามาก ผมนี่ตัวมีปัญหา มาก่อน แต่พอเข้าใจ กลับชอบและใช้มันถึงทุกวันนี้ คือ การไม่ตอบคำถาม แบบสอน เหมือนห้องเรียน พี่หลายคน ตอบคำถาม แบบตั้งคำถาม ว่าทำไม ? เพราะอะไร ? แล้วอย่างไร ? ซึ่งแรกๆ ผมจะหงุดหงิดมาก คือ “ถ้ากูรู้ กูจะถามทำไม ว่ะ ? “

พอรู้เหตุผล ที่พี่ตอบแบบนั้น คือ ไม่ตอบให้มันสมบูรณ์แบบ จนเรา ไม่ต้องไปหาคำตอบ ไม่ต้อบขบคิดเอง ไม่ต้องประมวลความเข้าใจ แค่ยกมาอ้าง ผ่านปากเราก็พอ หรือ แค่จำวรรคทอง หรือ จำคำนิยาม คำอธิบาย ชุดคิด กรอบทฤษฎี นั้นมา ก็เจ๋งแล้ว สุดทางแล้ว  แต่ที่นี่ ไม่มีแบบนั้น แถมยังท้าทาย ถ้าเราไปยกมา ลอกมา ไปจำมา ก็จะถูกถามทันที ว่า ถ้าแบบนี้หละ ? ถ้าแบบนั้นหละ ? ได้ไหม ? ใช่ไหม ? ถูกไหม ? ผิดไหม๊ ? ซึ่ง ร้อยทั้งร้อย ผมหงายเงิบ กลางวง หรือ น็อคอึ้งกลางคัน !! 

แรกๆ ก็โกรธ ที่โดนรุ่นพี่ ตอกหงายเงิบแบบนั้น แต่พอเริ่มเข้าใจ หรือ คุ้นเคย หรือ ซึมซับเป็นวัฒนธรรม เป็นวิถีชีวิตในสังคมคนค่าย ชมรมนี้ ผมก็เริ่มสนุก จะคุยอะไร เรียนรู้อะไร อย่ายึดขข้อสรุปมาก่อน แต่เอามาคุย มาแลก มาฟัง มาวิวาทะ โต้แย้ง และผมชอบที่นี่ ชมรมนี้ คือ คุยกันได้ทุกเรื่อง การเมือง ศาสนา ปฏิวัติ ต่อสู้ ต่อต้าน หรือ งมงาย ศรัทธา อะไรก็ได้

 

พอถึงวันหนึ่ง ผมจึงกลายเป็นคนที่เรียนอะไรแบบท่องจำ หรือ สอนใครแบบครู ให้ท่องจำไม่ได้ ไม่มีคำตอบตระเตรียมไว้ ไม่มีแบบแผนอธิบาย และผมกลายเป็นคนที่ไม่เคยสอนใคร มีช่วงหนึ่ง ชีวิตในวัยทำงานแล้ว ผมได้ผันไปคลุกคลีกับน้องๆ นักศึกษา พวก ชมรมคนสร้างฝัน ม.มหาสารคาม ข้าวเหนียวปั้นน้อย ม.อุบล ชมรมอาสาฯ ม.วลัยลักษณ์ และ ม.ประสานมิตร ม.ขอนแก่น ศิลปากร บ้าง ประปราย ผมไม่ได้สอนอะไรเค้าเลย ผมทำ พาทำ และบทบาทที่ทำส่วนมาก ทำกับข้าว ล้างจาน และให้โจทย์ สำหรับ คนที่มีแววเป็นแกนนำ กิจกรรม ผมให้แค่โจทย์ เท่านั้น และผมสอน ในวิธีของผม คือ ตั้งคำถามหรือ แย้งคำตอบ แล้วก็ให้คำถามใหม่

มีเด็กหนุ่มหลายคนที่ค่อนข้างมีกรอบคิด แข็ง  แสวงหาความเป็น สาวกทางปัญญา เป็น
FC นักอุดมการณ์ เสพติดทฤษฎีชี้นำ  หรือ ท่าทีทางอุดมการณ์ที่เร่าร้อน มักวิจารณ์ผมว่า เป็นพวกเสพสุข หรือ สายวัฒนธรรม ผมเป็นพวกไม่แม่นทฤษฎี บ้างว่า ไม่มีทฤษฎี ฯลฯ  ตอนแรก ผมก็งงๆ แต่พอมาทบทวนตัวเอง ถึงบุคลิก แนวคิด ความเชื่อ วิธีการ จึงเข้าใจ และไม่แปลก ที่น้องๆ หลายคน เกลียดขี้หน้าผม หลายคน บอกว่า ไม่ได้อะไรจากการทำกิจกรรมกับผม เสียเวลา!!

เมื่อวานก่อน ผมไปแซวเพื่อนๆ ในเพจทำไวน์ ( Make Wine at Home) คือ พอมาทำโน่นนี่ ทำแยม ทำน้ำ ทำของชาย ทำไวน์ ฯลฯ คนมักมาขอ ความรู้แบบกระชับ สั้นๆ ใช้เลย ขายได้เลย รวยได้ง่ายๆ อะไรแบบนี้ ซึ่งผมหงุดหงิดมาก บางคน อยากมาให้ผมสอน สักชั่วโมง สองชั่วโมง บางคนที่จะเรียนกับผม เคยเรียน หรือ เคยไปหาความรู้ เกี่ยวกับการทำ ( การหมัก การบ่ม) จากกูรู ต่างๆ ถ้านับชั่วโมง มากกว่าผม 10 เท่า!!

หลายคนเรียกการ แสวงหาว่า “สิ่งนั้นทำอย่างไร”  ว่าเป็น “ความรู้”  ซึ่งผมไม่ได้สนใจ เท่า “สิ่งนั้น ทำอย่างอื่นได้ไหม ?” นั่นคือ หนทางการค้นพบ ความกระจ่างแจ้ง

เรื่องไวน์ ทุกคนชอบถาม ว่า อร่อยอย่างไร ? หรือ ทำอย่างไร ให้อร่อยแบบนี้ ? ซึ่งผมหงุดหงิดมาก เพราะ คนพยายามเชื่อว่า มันมีความอร่อย แบบใด แบบหนึ่ง เพื่อให้เรา ไปให้ถึง จุดนั้น ซึ่งสำหรับผม มันไม่มี “ความรู้” ไม่มีรูปแบบตายตัว ความรู้ คือความเข้าใจ ความลงตัว ความสมดุล สอดประสาน บางอย่างเท่านั้น

ลิ้นคนเรา ระเริงรส ต่างกัน ระเริงกลิ่นต่างกัน มีชอบตรงกันได้ ต่างกันก็ได้ รส กลิ่น กับอารมณ์ เคลียเคล้าเข้ากัน ก่อเป็นรหัสไปสู่ความรู้สึก แปลงเป็นความสุข ความรื่นรมย์ ทุกคนมีรูปแบบมีความจดจำ ตอบสนองในแนวขอตัวเอง ดังนั้น การหาอะไรที่สำเร็จรูป การพยายามกูรู เพื่อ ขอคำจำกัดความ ความคิดรวบยอด ว่า ไวน์ตัวนี้ อร่อยอย่างไร ?  ผมว่า ไอ้นั่น บ้า
!!  อย่ามาถามผมแบบนี้  พูดกันตามจริง ถ้าให้ผมสอนนะ  ไวน์   “มึงหมักยังไงก็ได้ รสชาติยังไงก็แล้วแต่มึง ถ้ามึงอร่อย ก็คือ อร่อย ถ้ากูอร่อย ก็คืออร่อย ?”  

ฉะนั้น อย่างมาก ผมจะบอกว่า ยีวต์มีหน้าที่อย่างไร อุณหภูมิ มีผลอย่างไร ระยะเวลาบ่ม เกี่ยวกับรสชาติ ไหม ก็เท่านั้น นอกนั้น ไปหาคำตอบเอง ว่า อร่อบไหม๊ แบบไหน ? ทำไม ?

เรื่องไวน์ กะ เรื่องประชาธิปไตย ก็เช่นกัน ไม่มีหรอกครับ ประชาธิปไตยสำเร็จรูป ให้มึงช็อปปิ้ง กด
like  แบบกษัตริย์ ประทานให้ หรือ ร่วงลงมาจากฟ้าใส่หัวมึง มันไม่มี ระบอบฝรั่งที่เข้มแข็งมาได้ เขาสู้ เขาตาย เขาถกเถียง ตั้งคำถาม ทำให้ได้ผล แก้ไขกลไก สารพัด มาตลอด ถ้ามึงอยากให้บ้านเมืองดี มีประชาธิปไตย ที่กินได้ ใช้ได้ประสิทธิผล  มึงต้องไปชูมือ สู้ ไปแหกปากตะโกนเรียกร้อง ไปใช้ตีนเดินไปตามถนน กับคนอื่นๆ ไปคิด ไปออกแบบ นำเสนอ ไปตรวจสอบ ไปด่า ด่า เพื่อน พี่ น้อง พ่อแม่ ญาติมึง ด่าทุกที่ขายสิทธิ์ ขายเสียง คอรัปชั่น บ้าอำนาจ ฯลฯ

แล้วจะเข้าใจ ว่า ประชาธิปไตยที่กลมกล่อม ละเลียดได้รื่นรมย์ นั้น เป็นอย่างไร ...
.....


โดย เกษตรกร ขบถ แห่งไร่ทวนลม