Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
17 August 2026 25

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งยื่น 6 เหตุผล ค้านนำปราจีนบุรีเข้า EEC ทวงคำตอบรัฐบาลหลังรอความคืบหน้ากว่า 45 วัน

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งยื่น 6 เหตุผล ค้านนำปราจีนบุรีเข้า EEC ทวงคำตอบรัฐบาลหลังรอความคืบหน้ากว่า 45 วัน

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งยื่น 6 เหตุผล ค้านนำปราจีนบุรีเข้า EEC ทวงคำตอบรัฐบาลหลังรอความคืบหน้ากว่า 45 วัน

 

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งพร้อมประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรี แสดงจุดยืนคัดค้านการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เรียกร้องรัฐบาลทบทวนมติ กพอ. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พร้อมเปิดเผยข้อมูลการศึกษาและเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัด

 

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง พร้อมด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาชนในพื้นที่ รวมตัวกัน ณ ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล กรณีการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

 

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีมติเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบในหลักการให้นำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่พื้นที่ EEC ขณะที่ภาคประชาชนในจังหวัดได้ยื่นข้อคัดค้าน รวมถึงนำเสนอข้อมูลและข้อกังวลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง

 

เครือข่ายฯ ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ได้มีการเจรจากับรัฐบาล โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ได้รับข้อเรียกร้องของเครือข่ายและให้คำมั่นว่าจะนำประเด็นดังกล่าวไปหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อพิจารณาทบทวนและยกเลิกการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี

 

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งระบุว่า หลังผ่านมากว่า 45 วัน ประชาชนยังไม่ได้รับคำตอบหรือเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจนจากรัฐบาล จึงเดินทางมารวมตัวกันเพื่อทวงถามความคืบหน้าและติดตามคำมั่นที่เกิดขึ้นจากการเจรจา

 

6 เหตุผลที่เครือข่ายฯ คัดค้านการนำปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งระบุเหตุผลสำคัญ 6 ประการที่เห็นว่ารัฐบาลควรยุติการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC ได้แก่

 

1. ศักยภาพของจังหวัดด้านเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ
เครือข่ายฯ เห็นว่าปราจีนบุรีมีศักยภาพด้านเกษตรอินทรีย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงเป็นพื้นที่ต้นน้ำและมีทรัพยากรป่าไม้ที่สำคัญ โดยมีพื้นที่เชื่อมโยงกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน รวมถึงแหล่งน้ำตกและทรัพยากรธรรมชาติหลายแห่ง ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาเป็นเศรษฐกิจที่อยู่บนฐานทรัพยากรของพื้นที่ได้

 

2. ความกังวลต่อการสะสมของกิจการอุตสาหกรรมและของเสีย
เครือข่ายฯ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2560 หลังมีคำสั่ง คสช. ที่ 4/2559 ได้เกิดการขยายตัวของโรงงานประเภทโรงงานกำจัดขยะ โรงหลอม และโรงไฟฟ้าในพื้นที่ รวมถึงกิจการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสีย โดยมองว่าปราจีนบุรีมีบทบาทเป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมและของเสียจากการขยายตัวทางอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก และยังมีปัญหาที่ประชาชนต้องการให้ภาครัฐเร่งแก้ไขและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

 

3. ตั้งข้อสังเกตต่อความรอบด้านของการศึกษาความเหมาะสม
เครือข่ายฯ แสดงความกังวลว่าการศึกษาความเหมาะสมของการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC ใช้ระยะเวลาไม่นานเมื่อเทียบกับขนาดของนโยบาย และเห็นว่าควรมีการศึกษาผลกระทบในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน ก่อนมีการตัดสินใจ

 

4. กังวลเรื่องความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับสิทธิชุมชน
เครือข่ายฯ เห็นว่าการขยายพื้นที่ EEC ควรคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน และวิถีชีวิตของประชาชนควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงควรทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเป็นธรรม

 

5. ความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
เครือข่ายฯ กังวลว่าการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนอาจเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดที่ดินและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งอาจส่งผลต่อพื้นที่ทำกินและวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น

 

6. ความต้องการใช้น้ำกับผลกระทบต่อพื้นที่ป่าและต้นน้ำ
อีกประเด็นที่เครือข่ายฯ ให้ความสำคัญคือความต้องการใช้น้ำที่อาจเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม โดยแสดงความกังวลต่อแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่ป่าและพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณค่าของผืนป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่

 

เรียกร้องรัฐบาลทบทวนมติและเปิดข้อมูลต่อสาธารณะ

จากข้อกังวลดังกล่าว เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกยุติกระบวนการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC และทบทวนมติเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

 

นอกจากนี้ เครือข่ายฯ เรียกร้องให้รัฐบาลมีคำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อเสนอของประชาชน เปิดเผยข้อมูลและผลการศึกษาที่ใช้ประกอบการตัดสินใจต่อสาธารณะ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนในจังหวัดมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่

 

พร้อมกันนี้ เครือข่ายฯ เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ ทั้งปัญหามลพิษ กากอุตสาหกรรม การประกอบกิจการที่ประชาชนตั้งข้อกังวลว่าอาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ก่อนที่จะเดินหน้าการขยายตัวทางอุตสาหกรรมเพิ่มเติม

 

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งระบุว่าจะชุมนุมโดยสงบ ณ ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อรอฟังคำตอบจากรัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกต่อข้อเรียกร้องที่ได้ยื่นไว้

 

เครือข่ายฯ ย้ำว่า แนวทางการพัฒนาจังหวัดควรสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และสิทธิของประชาชน โดยประชาชนในพื้นที่ควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของบ้านเกิด โดยเฉพาะประเด็นการใช้ที่ดิน ทรัพยากรน้ำ พื้นที่ป่า และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม

 

ทั้งนี้ เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งยืนยันข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC ทบทวนมติที่เกี่ยวข้อง และเปิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างมีความหมาย ก่อนกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดในระยะต่อไป

 

ภาพจาก หยุดอีอีซีปกป้องปราจีนบุรี

Recent Articles