ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีงาน thaingo ดูและคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

เกียรติยศ คนเขมร

ครั้งหนึ่ง ผมเคยถูกเพื่อนถ่มน้ำลายใส่หน้า ขณะนั่งอ่านหนังสืออยู่ในซุ้ม ในมหาลัย ผมจำคำนั้นได้ถึงทุกวันนี้ “มึงไม่ใช่คนสุรินทร์”   คงน่าจะมาจาก ผมไม่ได้ไปเกาะเกี่ยว ทำกิจกรรมกับกลุ่มนักศึกษาสุรินทร์ ซึ่งในรั้วรามคำแหง การรวมตัวกันในนามจังหวัด ค่อนข้างแข่งขันกันมาก มีงานเทศกาลประจำปี มีรุ่นพี่รุ่นน้อง มารวมตัวกัน แล้วก็มีประเพณีจำลอง การแต่งกาย การละเล่น การแสดงตามวัฒนธรรมของตัวเอง  สุรินทร์ ก็พยายามอย่างนั้น

ผมเดินออกจากบ้านมา เพื่อมารู้จักโลกภายนอก จึงไม่ได้คิดที่จะเอาความเป็น (เขมร) สุรินททร์ไปด้วย หรือหอบหิ้วไปที่ต่างๆ ผมเจอเพื่อนชาวใต้ ก็เหนียวแน่นไม่ยอมพูดไทย เหนียวแน่นแหลงใต้ กินแกงใต้ เพื่อนชาวลาวก็เว่าภาษาตัว บางคนถามว่า  ”ทำไมมึง ไม่พูดพูดภาษามึง ?”    คือ ถ้าผมพูด แน่ใจหรือ ว่าฟังออก

ผมไม่ได้อินกับการอวดรากเหง้า แต่ผมยืนยันว่าผมรักและไม่เคยยอมให้ใครเอ่ยวาจาดูแคลน เพียงแต่ว่า ผมรู้สึกสนุกกับโลกใหม่ๆ วัฒนธรรมคนอื่น และเป็นสากล หรือ กลางๆ ในพื้นที่อื่น มากกว่า

ผมบอกเพื่อนใหม่ บอกคนแปลกหน้า อย่างไม่อายว่าผมคือใคร มาจากไหน แม่พ่อทำมาหากินอะไร โคตรเหง้า กำพืด ความเชื่อ ประเพณีเป็นอย่างไร แต่ผมไม่นิยม หรือ ไม่คิดว่า การลากเอาทุกอย่างไปแสดง นอกสถานที่ คือการสร้างชื่อเสียง หรือการแสดงออกถึงความรักในรากเหง้า อย่างมากเราเจอคนอีสานเหมือนกัน เราก็ทำเมนูอีสานๆ อาทิ ลาบ ก้อย ตำแจ่ว กินกัน นั่นก็ได้ระบัดระบายความคิดถึง ไปได้มากแล้ว

อีกอย่างผมชอบ คบหาเพื่อน ต่างวัฒนธรรม ผมรู้สึกว่ามันน่าสนใจ มันมีเรื่องราว เรื่องเล่าที่แตกต่างจากผม มันมีความน่าสนุกน่าตื่นตา เรื่องวิถี เรื่องเมนูอาหาร เรื่องความลี้ลับ ความเชื่อ ฯลฯ ซึ่งในเวลาต่อมาทำให้ผม ค้นพบคำตอบ ว่า ความเข้าใจในรากฐาน วัฒนธรรม คนอื่น คือ หัวใจของการเป็นผู้นำ
!!

การรักถิ่นฐานบ้านเกิด ไม่จำเป็นจะต้องมีบทบาทเดียว คือ การคอยสืบสาน สืบทอดประเพณี หรือแสดงการแต่งกาย ใช้ภาษา รักษารูปแบบ ความเชื่อ วิถีให้คนอื่นดู ความเป็นเราที่ล้ำค่านั้น เรารู้สึกภาคภูมิในตัวตนเรา รากเหง้าเรา สิ่งที่ควรทำไม่น้อยต่างกันคือ เราควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ไม่ใช่แค่การสืบสาน ทำตามๆ กันมาแต่ไม่รู้ความหมายหรือถอดระหัสวัฒนธรรมตนเองไม่ได้ เพราะหัวใจสำคัญ คือ ชีวิตคนเราต้องปะทะสังสรรค์กับคนอื่นตลอดเวลา เรารู้ความคุณค่าของเรา เราก็รู้ความหมายคุณค่าของคนอื่น ฉะนั้นเราจึงไม่ควร เบียดขับ ตัวตน หรือ รากเหง้า เราไม่ควรแสดงการเหยียดการข่ม ความเชื่อที่แตกต่าง นี่คือรากฐานของสังคมที่จะพัฒนาเป็นประชาธิปไตยด้วย

ผมจึงชอบออกไปปะปนดำรงอยู่กับคนอื่น ต่างวัฒนธรรม ไปปะทะ ตอบโต้  สร้างพื้นที่ สร้างตัวตนทางวัฒนธรรม ในที่สาธารณะ และออกแบบการดำรงอยู่กับโลกภายนอก กับความเป็นกลางๆ บ้าง หรือ เบลอๆ เพราะบางเวลา บางพื้นที่ เราควรให้เกียรติคนอื่น วัฒนธรรมอื่น หากเขาให้เกียรติเรา เช่นกัน ไปปะทะกลับ อาทิเช่นกับเพื่อนชาวใต้ ที่ไม่น้อย (สมัยนั้น) มีทัศนะดูแคลนคนอีสาน ในเรื่องต่างๆ อาทิ คำว่า กินไม่เลือก หรือ คนเขมรงมงายไสยศาสตร์ สำหรับผม นี่คือ การต่อสู้เพื่อความเป็นคนสุรินทร์ ในทัศนะผม ไม่ใช่แค่การมาสวมโสร่างผ้าไหม เรือมอันเร ห่อข้าวต้ม แล้วก็ภาคภูมิในความเป็นคนสุรินทร์

 

หากแต่สามารถไปยืนในระนาบเท่ากันคนต่างๆ ในที่ต่างๆ ยืนด้วยศักยภาพทางปัญญา ความสามารถ ความไม่สยบยอม หรือ จำนน ต่ออำนาจทางวัฒนธรรมอื่นๆ โดยเฉพาะอำนาจทางวัฒนธรรมของรัฐราชการ หรือ อิทธิพลแบบตะวันตก การดำรงอยู่ด้วยการจำแนกแจกแจง กำหนดที่ยืนให้ตนเองได้ ให้ตนเองยังสืบสานสืบทอด มีอิสรภาพทางปัญญา หรือแม้แต่ สามารถลื่นไหลทางรูปแบบไปตามทิศทางกระแสโลกมากกว่า ที่เป็นหัวใจสำคัญ

ผมจึงบางที ว่า ทำไมถึง ไม่ค่อยร่วมกิจกรรม อะไรๆ ที่เป็นการแสดง การอวดโชว์รากเหง้า ยิ่งไปในทำนอง ทำเพื่อขายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมผมยิ่ง ขำ....ขำขื่น และ รู้สึกสงสาร และนี่แหละที่เป็นเหตุผล ว่าทำไม ผมไม่เคยไปเที่ยวอะไรจำพวก สวมผ้าไหม ใส่บาตรช้าง รำถวาย... อะไรเทือกๆนี้ ทั้งที่แดดร้อนเปรี้ยงๆ


เพราะถ้าจะออกแบบววัฒนธรรมให้เป็นสินค้า ก็น่าจะดูตลาดนักท่องเที่ยว ดูความคุ้มทุนด้วย ...

 

ว่าแต่ทำไม ผมกลับมานึกถึงเรื่องนี้ ในเช้านี้ ที่แน่ๆ ผมยังรู้สึกโกรธ ไม่หาย เกือบ 30 ปีแล้ว ที่แน่ๆคาใจตัวเอง ว่าทำไม ผมไม่ต่อยเปรี้ยง ณ เวลานั้น ผมกำลังคิดอะไร ..?

 

“มึงไม่ใช่ คนสุรินทร์...”

..............................................

โดย  เกตรกรขบถ ไร่ทวนลม