วันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 22.00 น. ถึง วันที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 6.00 น. เว็บไซต์ thaingo.org จะปรับปรุงระบบอาจทำให้การใช้งานไม่ราบรื่นต้องขออภัยในความไม่สะดวก
thaingo.org will undergo system maintenance from 10:00 PM, September 12, 2026, to 6:00 AM, September 13, 2026. Some services may be temporarily unavailable during this period. We apologize for the inconvenience. Thank you for your understanding.
Development News and Information Sources

รัฐสภารับหลักการแก้รัฐธรรมนูญ เปิดทางยกร่างใหม่ ร่างพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก หลังนับคะแนนใหม่
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติรับหลักการ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อเปิดทางสู่การจัดทำ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” หลังผ่านการพิจารณาในวาระแรก (วาระรับหลักการ) โดยมีร่างที่ผ่านการเห็นชอบ 2 ฉบับ คือ ร่างที่เสนอโดยพรรคประชาชน และ ร่างของพรรคภูมิใจไทย ส่วน ร่างของพรรคเพื่อไทย ไม่ผ่านมติ เนื่องจากได้เสียงจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งถือเป็นฉบับที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารปี 2557 และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีที่มาไม่เป็นประชาธิปไตย รวมถึงออกแบบให้แก้ไขได้ยากจากโครงสร้างและกลไกของสภา โดยเฉพาะบทบัญญัติที่กำหนดให้
ด้วยเหตุนี้ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จึงไม่สามารถทำได้ทันที แต่ต้องผ่านขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิม เพื่อเปิดทางให้มีการยกร่างฉบับใหม่อย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายสูงสุด
ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 3 พรรค
พรรคประชาชน ประชาชนร่วมออกแบบรัฐธรรมนูญ
พรรคประชาชนเสนอให้มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและสภาที่ปรึกษาการร่างรัฐธรรมนูญ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
พรรคภูมิใจไทย สสร.จากมติรัฐสภา
พรรคภูมิใจไทยเสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 99 คน ที่มาจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
ทั้งนี้ สสร.จะเป็นผู้เลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป แต่ร่างไม่ได้ระบุจำนวนและที่มาของกรรมาธิการไว้ชัดเจน
พรรคเพื่อไทย ผสมผสานเลือกตั้ง-แต่งตั้ง
พรรคเพื่อไทยเสนอให้มีผู้ร่างรัฐธรรมนูญแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเช่นกัน
โดยภาพรวม ร่างของพรรคประชาชน ถือเป็นแนวทางที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงมากที่สุดในบรรดาร่างทั้งหมดที่เข้าสู่การพิจารณาครั้งนี้
ผลการลงมติ “รับหลักการ”

หลังจากร่างของพรรคประชาชนและภูมิใจไทยผ่านหลักการ ที่ประชุมต้องเลือกร่างหลักเพื่อใช้เป็นต้นแบบในการพิจารณาในวาระที่สอง (แปรญัตติ)
การลงมติรอบแรกทั้งสองร่างได้ เสมอกันที่ 290 เสียงต่อข้าง และมีงดออกเสียง 15 เสียง ต่อมาเมื่อมีสมาชิกบางคนขอลงคะแนนเพิ่มเติม ทำให้ผลเปลี่ยนเป็น
เกิดการประท้วงและขอให้นับคะแนนใหม่ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 58 ซึ่งกำหนดให้สามารถ “นับคะแนนใหม่โดยวิธีขานชื่อรายบุคคล” หากมีผู้รับรองอย่างน้อย 40 คน
ประธานรัฐสภา วันมูหะหมัดนอร์ มะทา จึงสั่งให้ลงคะแนนใหม่แบบขานชื่อรายคน ผลสุดท้ายคือ
ทำให้ ร่างของพรรคประชาชน ได้รับเลือกเป็นร่างหลัก สำหรับใช้พิจารณาต่อในวาระที่ 2 (แปรญัตติ) และ วาระที่ 3 (ลงมติผ่านร่าง)
หลังจากนี้ รัฐสภาจะต้องเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือนก่อนครบวาระสภา เพื่อให้สามารถจัดทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งได้ตามแผน แต่หากไม่ทันและมีการยุบสภาก่อน กระบวนการทั้งหมดอาจจะต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นในสภาชุดหน้า