ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เว็บ thaingo.org จะปรับค่าบริการจากเดิม 300 บาทเป็น 500 บาท

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

คู่ชีวิต

 

......

ปีนี้ผมต้องทำหน้าที่ลูก หนักกว่าทุกๆปี ปกติ แค่เรื่องรายจ่าย อาหาร การกิน บ้าง แต่ปีนี้ แม่ผมล้มป่วยหนัก นอนติดเตียงหลายเดือน และทุก วันนี้ ทำอะไร ไม่ค่อยได้ ความหนักหนา ไม่ใช่แค่เรื่องค่าใช้จ่าย ที่เราต้องบริหาร แต่หนักหนารวมไปถึง การจัดสรรเวลาคอยดูแล การกิน การพัก การปลุกปลอบให้ท่านมีกำลังใจต่อสู้กับโรคร้าย มีกำลังใจทานยา ทานอาหาร ประคองสภาวะความไม่ป่วยทางใจ ไปกับการต้องจัดสรร จัดเวลางาน ทั้งงานมูลนิธิ งานในไร่ในสวน งานโรงบ่ม งานอีเว้น รวมถึง จัดการความข้องเกี่ยวทางเอกสารกับสรรพสามิตและการตรวจบัญชีบริษัท

เราซวนเซไม่ได้ ผมรู้แค่นั้น เราปล่อยให้จิตตกไม่ได้ เหนื่อยได้ แต่ต้องเยียวยาฟื้นฟู ลำพังเรื่องหาเงินมาจุนเจือในบ้าน ค่าน้ำค่าไฟกินอยู่ ไม่ได้ลำบาก หรือ ก็แค่ทำงาน แต่การบริหารความสุข ทั้งเวลา ความรู้สึกไม่ถูกทอดทิ้ง นั่นมากกว่าสำคัญ และการได้ ปรนนิบัติระหว่างล้มป่วย นี่เอง ที่ทำให้ผมถ่องแท้ว่า จะยากดีมีจนอย่างไร หรือ แย่ เลว นิสัยไม่ดี อย่างไร ถ้าคู่ชีวิตเรานั้นไม่ได้ทอดทิ้ง หรือ หยิบจับหยูกยา หาอาหารมาป้อน มาให้กินได้ ผมว่า มันก็ไม่เลวร้ายนักสำหรับการมีชีวิต ไปจนสิ้นสุด วาระสุดท้ายของเรา

เกิดมามีชีวิต ไม่มีเหตุผลใด ที่ทำให้เรา ดำเนินไปลำพัง หรือ อยู่อย่างโดดเดี่ยว หลายคนให้ความสำคัญ เป็นสาระ กับอิสรภาพ กับศักดิ์ศรี ความหยิ่งทะนง และเน้นเสพสุข ใช้ชีวิต ซึ่งนั่นมันเป็นมโนภาพของคนที่ยังมีพลัง ยังทำงาน ยังเสาะหามากิน มีเงินเดือนรายได้ มีสังคม สนุกสนาน แต่ชีวิตคน ไม่มีแบบนั้นตลอดเวลา เมื่อวันและวัย ล่วงผ่านไป หลายคนจะหลบหาย หมดแรง หนีเร้น และวันนั้นเราจะค่อยๆ ไม่มีใคร วันที่เรา เริ่มป่วย เราทำงานไม่ได้ เราหุงหาอาหารไม่ไหว เรานอนติดเตียงและเราไม่มีแม้แต่แรงจะลุกขึ้น แกะห่อยาหรือรินน้ำใส่แก้ว

ผมมีโอกาสเฝ้าไข้พ่อแม่ หลายครั้ง มาหลายปี เห็นมุม เห็นแง่ชีวิต หลายมิติ จึงได้แต่ถอนหายใจเวลา ใครๆ พูดอย่างทระนงว่า ชีวิตคู่ ไม่ใช่สิ่งจำเป็น ถ้า คนๆ นั้น ไม่ทำให้ฉันมีความสุข หรือ ทัศนคติไม่ตรงกัน หรือ ไม่ทำไม่ดูแล อย่างที่อยากให้ทำ ให้เป็น คนเหล่านี้ นึกภาพไม่ออกว่า เวลาที่เรานอนหิวและเดียวดายใน โรงพยาบาล บนเตียงคนไข้ มองไปเตียงอื่นๆ คนอื่นๆ นั่งคุย หัวเราะ ป้อนข้าวป้อนน้ำ ปลุกปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม ให้หลับ และ การได้อยู่ในอ้อมอ้อมกอด แห่งความห่วงใย อาลัย ผูกพันนั้น มันล้ำค่ามาก คนที่เอื้อมมือมาขยับผ้าห่มคลุมกายให้เราขณะนอนหนาว คนที่ยกหัวเราขึ้นกินยา และวางหัวเราลงหมอนอย่างถนอม

ผมได้แต่ทอดถอนหายใจ เมื่อเจอชีวิตอื่นๆ ห้าระสำคัญกับการไปดเที่ยว อยู่กับเพื่อน และดูแคลน ความดี เล็กๆน้อยๆ ของคนที่รัก ที่หลงรัก คนเหล่านี้ไม่เชื่อว่า การอยู่กับความอดทน ยาวนาน บ้างครั้งก็มีคุณค่า หลายคนคิด “ทำไมกูต้องทน อยู่กับมึง ?”

“ก็เพื่อวันหนึ่ง บางที เขาอาจจะทนอยู่กับมึง คืนไง ?”

วันก่อนผมดุพ่อ เสเพลบอย ว่า “ในวันที่ยังลมหายใจและดูแลกันได้ ทำไมไม่อดทนทำ ?” พ่อผม กับแม่ผม เค้าเป็นละด้าน แบบเหลือเชื่อว่า จะอยู่กันได้ แต่ความร่วมทุกข์ร่วมสุขก็ผูกมัดกันไว้แน่นหนา เป็นคำตอบ ว่า ทำไมต้องทนอยู่.... เพราะวันหนึ่ง เขาจะรู้ว่า ก็มีแต่ เธอ เท่านั้นที่ทนฉันได้!!

ชีวิตเกษตรกร 10 กว่าปีที่ ผมกลับมาทุ่มโถมสู้บนผืนดิน มันทำให้เรากระจ่างใจว่า การมีคู่ชีวิตสำคัญมาก อาชีพอื่นๆ อาจจะจัดการชีวิต ง่าย สะดวกกับการอยู่คนเดียว ไม่ต้องเหนื่อย รำคาญ กับการเสียเวลาดูแลใคร ต่างจากชีวิตชนบท วิถีเกษตรกร ที่ต้องมีคนช่วยกัน คนหนึ่งลุกไปไร่ อีกคนหุงหาอาหาร คนหนึ่งก่อไฟหุงข้าว อีกคนล้างจาน อีกคนซักผ้า อีกคนหากับข้าว เด็ดพริก ทอดปลา ฯลฯ เสร็จสรรพตักข้าวกินด้วยกัน เป็นชีวิตที่รู้บทบาทหน้าที่ รู้ใจ รู้ความคิด อารมณ์ ความปรารถนา ผูกพันกันผ่านกาลเวลา และนั่นคือ ภาพคู่ชีวิตที่ผมมองความงดงามเห็นเสมอมา

ผมจึงเลือกกลับมาอยู่บ้านไร่ และปรารถนามีครอบครัว ไม่ใช่ชีวิตในเมือง ต่างคนต่างไป หิวก็แวะร้าน เลิกงานกลับบ้านนอน ชีวิตแบบเมือง นั้นง่าย ไม่เหนื่อย ไม่ยุ่งยาก แต่ความผูกพันเบาบาง หลายคนปรารถนาแบบนี้ แต่ อย่างน้อยผม ไม่ใช่ การได้ยากลำบากด้วยกัน หรือ กว่าจะได้น้ำพริกถ้วยนั้น ต้มปลาหม้อนั้น ข้าวบนจานนั้น มันได้ผ่านความตั้งใจ ความใส่ใจ มันมีความงดงามในความอร่อย ความอิ่ม อิ่มชีวิต...

แต่ทุกวันนี้ สิ่งที่ผม พบเจอส่วนมาก ไม่ได้ต้องการแบบนี้ ความสุขสมบูรณ์แบบ ขับเคลื่อนด้วยเงิน และ อาจจะถูกพิพากษา แตกหัก ยกเลิกจินตภาพชีวิตคู่ ด้วยอารมณ์ ความชั่ววูบ ความเชื่อ และไม่อยากผจญ ภาวะความเป็นมนุษย์ด้านมืดของกัน แม้ เล็กๆน้อยๆ

วันหนึ่ง ขณะที่ผมนั่งหลับๆตื่นๆ เฝ้าไข้ข้างเตียงแม่ ผมมองเห็นตายายคู่หนึ่งงกๆเงิ่นๆ ประคองกันไปห้องน้ำ ความรู้สึกภายในผมในเวลานั้น ได้คำตอบว่า ไม่ใช่ อำนาจ ตำแหน่ง เงินทอง หรอกที่ล้ำค่า เพราะวันหนึ่งในวันที่เรา ไม่มีเรี่ยวแรง กำแหงหาญแล้ว สิ่งเหล่านั้น ไม่มีค่าเลย มีเงินแต่ถ้าไม่มีคนไปซื้อหามาให้กิน ก็เท่านั้น มีกินแต่ถ้าไม่มีคนแกะออกจากถุง เทใส่จาน หรือ ตักป้อนคุณ ปลุกคุณให้ตื่น คะยั้นคะยอให้คุณเคี้ยว ให้คุณกลืน ให้กำลังใจคุณให้หายใจต่ออีกสักนาที สักวัน มีเงิน แต่ถ้าไม่มีใครยกร่างคุณขึ้นจากที่นอน เงินไม่มีค่าอะไร มีเงิน แต่ถ้าไม่มีใคร พาคุณไปห้องน้ำ หรือ ยกอึ ยกฉี่ คุณไปเท ชีวิตคุณ ไม่มีความหมายใดๆ

ผมเจอ ผมฟังมาหลายปีหลายคน ที่เอ่ยว่า มีเงินให้เยอะๆ ก็พอ เอาเงินไปเที่ยว ไปใช้ชีวิตอิสระ ดีกว่ามาจมปลักกับคน ...บางทีก็สงสัย เงินแค่ไหนหละ พอ ? และกี่ปีหละจะพอ ? ถ้าวันนั้นคุณอายุ 20 หรือ 30 ก็พอฟังได้ แต่ถ้าคุณ ล่วงเข้า 40 หรือ 50 เหมือนผม ผมว่า มีคนข้างกายที่ดี แค่ไหนดี ? แค่ หาหยูกยา หาข้าวมาป้อนคุณได้ หวังดีกับคุณบ้าง นั่นก็วิเศษแล้ว

ที่ผมมองเห็นคำว่า คู่ชีวิต คือ ภาพเหล่านี้ ..... และแอบเชื่อลึกๆ ว่า อาจจะมีสักคนที่ปรารถนาแบบนี้ 


โดย เกษตรกร ขบถ แห่ง ไร่ทวนลม