ระหว่างวันที่ 15 - 16 มกราคม 2565 ทางเว็บไซต์จะปรับปรุงระบบ อาจจะมีการใช้งานที่ไม่ราบรื่น
15 - 16 January 2022, the website will update the system. There may be a not smooth usage.

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

โฟม่า คนขวางโลก

มันเป็นสันดานที่ฝังลึกของผมเลยนะครับ เรื่องชอบเห็นต่าง เห็นแย้ง ทั้งๆ ที่จริงๆ ลึกๆก็เข้าใจในสิ่งที่ใครคนนั้น คิด หรือ ทำ ความเห็นแย้งหรือชอบคิดต่างๆ ของผมเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กๆ และหนักข้อขึ้นๆ เมื่อเริ่มโต สมัยวัยรุ่น ผมเคยโดนตำรวจไล่กระทืบ โดนขาใหญ่ โดนเขม่น เพราะปาก เพราะความรั้น และเพราะความไม่เก็บ ไม่อดทน ชอบโต้แย้ง !!

 ผมจึงเลือกเดินทางออกจากอาชีพที่อยากรับ “ราชการ”  เพราะจริงๆ ผมก็เคยฝัน อยากทำ แต่การค้นพบตัวเอง แถมการได้อ่าน แนวคิด ทฤษฎี อ่านตำรา การวิพากษ์วิจารณ์ การวิเคราะห์ สังคม วัฒนธรรม ที่สำคัญ การได้อ่านประวัตินักคิดนักเขียนคนสำคัญ อย่าง เจมส์ จอยซ์  ( James  Joyce นักเขียนชาวไอริช ) หรือ อ่านวรรณกรรม อย่าง “โฟม่า คนขวางโลก “ Foma Godeyev  โดย แมกซิม กอร์กี้ เขียน ; กิติมา อมรทัต ผู้แปล “ หนังสือพวกนี้ มีอิทธิพลกับผมในเรื่องนี้มาก

ผมจึงเผลอไผล ใช้ชีวิต สนุกกับชีวิตด้วยการตั้งคำถาม การวิจารณ์ หาความจริง หาแง่คิด หาความหมายหาความสำคัญ หาความสัมพันธ์ใหม่ ที่ไม่ถูกครอบงำ ไม่ถูกกำหนด บังคับ ซึ่งผมเชื่อเรื่องบทบาทของปัญญาชน คือ สิ่งนี้ ปลดปล่อยผู้คนออกจากถูกครอบงำ ออกจากการถูกพันธนากร กดขี่ ข่มเหง สู่ชีวิตที่มีอิสรภาพ มีความหมายและเป็นตัวของตัวเอง

ไม่ใช่ทะเลาะกับคนอื่น เท่านั้นหรอกครับ ชีวิตผม ทะเลาะกับพ่อแม่ ย่าตัวเองมาตลอด ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย จนแม่ผม ลุกขึ้นมาด่าผมกลางดึกเมื่อตอนเรียน ปี 2 ว่า “ไอ้คอมมิวนิสต์” เนื่องจากผมวิจารณ์ตั้งแต่เรื่องหีเรื่องแตด ไปยันเรื่องพระเจ้า เรื่องศาสดาศาสนาต่างๆ ไปยัน กษัตริย์ ราชา ยาจก สังคม วัฒนธรรมประวัติศาสตร์ ฯลฯ

ผมจึงเป็นมนุษย์ที่แปลกแยก ไม่ค่อยลงตัว ลงรอย ทางความคิดกับใคร กับอะไร แม้ว่า นั่นมันก็แค่แนวความคิด แต่ชีวิตจริง ก็อีกอย่าง คือ ผมอยู่ ผมง่าย ผมร่วม ผมเป็นเช่นคนอื่น ๆ ได้ จนมาเริ่มทำงาน พัฒนา หรือ NGOs ผมเริ่มเข้าใจหรือรู้สึกว่า งานนี้เน้นย้ำ หรือมีแนวคิดแบบไหนบ้าง และผมเลือกแบบไหน

มันมาจาก นิทานเรื่อง การกินปลาให้ได้นาน และเรื่องการสอน คนหาปลา กับการให้ปลา นิทานเป็นเครื่องมือสอนให้คนรู้จักการวิเคราะห์ จากจุดเล็กๆ ไปสู่สังคม วัฒนธรรม ไปสู่การเข้าใจตัวเอง  สังคมไทยมีรากฐานแบบพุทธ คนจึงนิยมการให้ทาน การทำบุญ และมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ว่าเป็น เวรเป็นกรรม เป็นความเกียจคร้าน ไม่ต่อสู้ ไม่อุตสาหะ ฯลฯ ไทยรากพุทธ จึงจมไปกับการทำบุญ ไว้ชาติหน้า และทำทานให้สัตว์โลกหายหิว นั่นแหละ คือการให้ปลา แต่ไม่เคยสอนให้คนคิด หรือ ตั้งคำถาม หาคำตอบ ว่าทำไม “คนเหล่านี้จึงไม่มีปลากิน...?"     เพราะไม่ทำงาน เกียจคร้าน หรือ เพราะทำแล้วไม่พอ เพราะถูกระบบ บางอย่าง หรือ อำนาจบางอย่าง  ขูดรีด โกง กลั่นแล้ง ข่มเหง ยึด ควบคุม กีดกัน ฯลฯ ???

นี่เป็นเหตุผลว่า ว่าทำไมคนทำงานพัฒนา หรือ NGOs อย่างผม หรืออย่างใครอีกมากมาย ที่วันหนึ่งต้องออกมาที่ถนน มาเดินให้รถติด มาปิดทำเนียบ  ส่งเสียงดัง มาเรียกร้องเอา สิทธิทางกฎหมาย มาเรียกร้องให้รัฐมีนโยบาย หรือ สนับสนุน ให้โอกาส เพราะ เมื่อเราทำงาน ตามปรัชญา “สอน หรือ สร้างให้เขาจับปลาเป็น”  เราจะพบว่า เมื่อเขาจับเป็น แต่แล้ว กลับไม่มีเครื่องมือให้หาปลา หมายถึง  ไม่มีที่ดิน ไม่มีทุน ไม่มีกฎหมายรองรับ มีเครื่องมือแล้ว เขาก็ยังไม่มีหนองน้ำ ไม่มีทะเล แม่น้ำหรือมี แต่กลับ ไม่มีสิทธิบริหารจัดการ หรือเข้าถึง ฯลฯ แต่คนบางคน หรือ ทุน กลับได้ครอบครองทั้งหมด !!

ที่เอ่ยมาทั้งหมด ผมแค่จะเล่าเรื่อง ที่ผมแชร์เมื่อคืน ทำไม ผมรู้สึก แย่ๆ หมายถึงว่า ไม่ใช่ไม่เห็นดีเห็นงาม ที่ใครสักคนหรือหลายคน เต็มไปหมด ที่กำลังไลฟ์สด แจก แจก... แล้วก็แจก ไม่ใช่แค่ พิมรี่พาย หรอกครับ ย้อนไปก่อนนั้น ก็ตาบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ แล้วก็เศรษฐีต่างๆ ย้อนไปกว่านั้น ก็นักการเมือง ย้อนไปกว่านั้น ก็เจ้าเมือง ยันพระราชายันกษัตริย์ และสังคมไทยก็ยังเป็นสังคมรอปลา กับ คนแจกปลา ไม่มีใครคิด พูดไปถึง ว่าทำไม ประเทศนี้ ไม่สอนให้ประชาชนจับปลา ไม่สร้างพื้นที่หาปลาให้ประชาชน  ไม่สนับสนุนให้แปรรูป ปลา ทำตลาดปลา ฯลฯ กลับโด่งดัง กลับมาขายดิบขายดี อยู่ที่คนแจกปลา เป็นสำนึก เป็นบุญคุณปลาบปลื้ม ปีติ

 ผมไม่ได้ปฏิเสธคนอย่างพิมรี่พาย เพราะใครๆ ก็อยากเป็นนางฟ้ามาโปรดคนทุกข์ยาก อิ่มใจได้หน้าในเวลาสั้นๆ ง่ายๆ แถมได้ชื่อเสียงเป็นผลผลอยได้ แต่ผมพยายามมองหาคนที่ทำงาน สอนคนหาปลา คนที่ทำงานสอนคนสร้างเครื่องมือหาปลา ว่าทำไม ประเทศนี้ คนในสังคมนี้ ไม่มอง ไม่ชื่นชม ไม่เห็นความสำคัญบ้าง ฝรั่งที่เขาเจริญ เพราะเขาพยายามสร้างคนหาปลา สร้างความรู้เรื่องการหาปลา แล้วให้ออกไป ตักตวง ทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และแม้แต่ เวียดนามในตอนนี้ ก็เคี่ยวเข็ญให้ประชาชน รู้วิธีหาปลา แต่ไอ้พี่ไทยของผม รัฐบาลก็แจก คนพอมีกะตังค์ก็แจก บางคนไม่น่าจะมีก็แจก เพื่อให้ได้ถ่ายคลิป  คนไทยก็ชอบของแจก ไปยืนต่อแถว ไปยืนออ รอของ รอแม้กระทั่งวัคซีน !!

บางครั้งบางเวลา ยามภัยพิบัติ การหยิบยื่นเฉพาะหน้า ให้ชีวิตรอดไปก่อน ก็เข้าใจได้ แต่สิ่งที่เราควรมอง คือ ระยะยาว จากนี้ไป ประเทศนี้ สังคมนี้ จะยืนอย่างไร

หลายปีมาแล้วที่ผมก็คนหนึ่งที่พยายามพูดเรื่อง การปลดปล่อย การใช้ชีวิตแบบมีอิสรภาพ การเป็นปัจเจกชน เป็นเดอะ อีโก้ เดอะ ซับเจก เป็นตัวของตัวเอง เพื่อกำเนิดสำนึกความเป็นประชาชน เป็นพลเมือง ที่หยิ่งทะนง ยึดมั่นในศักดิ์ศรี ในความเท่าเทียม ในหลักการดำเนินชีวิตเป็นสุจริตชน ไม่ยอมให้ระบบอุปถัมภ์ คอร์รัปชั่น และความสัมพันธ์กันแบบพึ่งพา แบบมี ผู้มีพระคุณ คุ้มกะลาหัว มากำหนด มา มีอภิสิทธิ์ชนที่ดาษดื่น ในสังคมไทย

ผมชอบสังคมฝรั่ง ที่เขาจะมอบเงินบริจาคให้โบสถ์ในทุกๆวันอาทิตย์ หรือบริจาคให้องค์กร ที่ทำงานสาธารณกุศล ไปจัดการในนาม องค์กร หรือ ในนามพระเจ้า ทุกคนจึงสำนึกในความรักความเมตตาของพระเจ้า แต่คนไทย คนพุทธ กลับทำตรงข้าม แย่งกันเสนอหน้า ทำตัวเป็นพระเจ้า เป็นผู้มีบุญ ในขณะที่พุทธ  วัด หรือ พระที่รับเงิน รับสิ่งของบริจาค ทำบุญ ทำทาน กลับเอาเงินไป บำเรอบำรุงวัตถุ สนองกิเลส ตนเอง มีน้อยมากที่เอาเงินนั้นคืนมายัง คนจนคนทุกข์ยาก ในสังคม วัดทุกแห่งในประเทศนี้ จึงหรูหรา ดั่งวังเวียง และล้อมรอบด้วย เพิงคนทุกข์คนยาก รอบวัด

แต่มีน้อยมาก ที่เอาเงินนั้น มาสอนคนจับปลา มาสร้างคนจนให้รู้จักหาปลา มีเครื่องมือหาปลา ยิ่งแทบไม่มี กลับกัน บางครั้งยังได้ยินเสมอ ว่า ความอยากได้ อยากมี คือกิเลส คือ ทุกข์ คนพุทธ จึงไม่คิดจะดิ้นรนหาปลา !!

สำหรับผม ยิ่งรับของฟรี ก็ยิ่งตอกย้ำความต่ำต้อย และยกฐานะผู้ให้ สูงส่ง ขึ้นไปเรื่อยๆ อีกร้อยชาติ พันปี สังคมไทยจึงจะเป็นสังคมที่คนเท่าเทียมกันในศักดิ์ศรี หรือเปล่านั้น  ไม่มีทาง ครับ


โดย เกษตรกร ขบถ ไร่ทวนลม