The financial transfers after December 16, 2563, we will send you a receipt after the New Year.

สำหรับผู้ที่โอนเงินหลังวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ทางทีมงานจะส่งใบเสร็จหลังปีใหม่

แอมเนสตี้ยินดีทางการไทย-กัมพูชาอำนวยความสะดวกให้พี่สาววันเฉลิมไปให้ปากคำที่กัมพูชา หลังรอมานานกว่า 5 เดือน

 

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่าขณะนี้ผ่านมา 5 เดือนที่วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หายตัวไปในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา แต่ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าการสืบสวนการสูญหายจากทางการกัมพูชาในคดีนี้แต่อย่างใด ซึ่งทางครอบครอบครัวยังคงรอคอยเพื่อจะได้ทราบชะตากรรมของเขา และยังคงต้องการคำตอบว่า อะไรคือมูลเหตุของการหายตัวไป ใครเป็นผู้กระทำ และขอให้นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

ล่าสุดมีความคืบหน้าว่า วันนี้ (10 พ.ย. 63)  นางสาวสิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้เดินไปยังประเทศกัมพูชา พร้อมกับทีมทนายความเพื่อไปให้ปากคำกับทางการกัมพูชาในคดีการหายตัวไปของน้องชาย ซึ่งมีนัดให้ปากคำในวันที่ 8 ธันวาคม 2563 แต่เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีเที่ยวบินไปกัมพูชาแค่เดือนละครั้ง จึงจำเป็นต้องเดินทางไปก่อนล่วงหน้าเกือบเดือน

“เรายินดีที่ทางการไทยและกัมพูชาอำนวยความสะดวกในการออกวีซ่าพิเศษให้นางสาวสิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์และทีมทนายความเดินทางไปให้ปากคำตามหมายเรียกของศาลแขวงจังหวัดพนมเปญ

“ทั้งนี้เราขอเรียกร้องให้ทางการทั้งสองประเทศดูแลความปลอดภัยให้กับพี่สาววันเฉลิมและทีมทนายความในระหว่างอยู่ในประเทศกัมพูชา ในฐานะที่พวกเขาเป็นครอบครัวของผู้สูญหายที่ควรได้รับการคุ้มครอง ได้รับรู้ความจริง และได้รับความยุติธรรมคืนมา

“เรายังคงยืนยันเรียกร้องเดิมที่ให้ทางการกัมพูชาเร่งให้มีการสืบสวนการหายตัวไปของวันเฉลิมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งด่วน รอบด้าน และโปร่งใสและคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้ที่สูญหายโดยทันที เนื่องจากผ่านมา 5 เดือนยังไม่มีความคืบหน้าทางคดีแต่อย่างใด”

สำหรับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้ออกปฏิบัติการด่วนเชิญชวนผู้สนับสนุนทั่วโลกร่วมกันส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีฮุนเซน เรียกร้องทางการกัมพูชาสอบสวนอย่างเร่งด่วนต่อข้อกล่าวหาที่ว่ามีการลักพาตัววันเฉลิม และแจ้งให้ครอบครัวทราบทันทีว่าเขาอยู่ที่ใด และให้นำตัวผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมครั้งนี้ เข้าสู่การพิจารณาคดีที่เป็นธรรมโดยศาลพลเรือน ทั้งยังเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อกำหนดในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลสูญหาย ซึ่งกัมพูชาเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาฯ  และต้องไม่ส่งตัววันเฉลิมกลับประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีที่จะต้องไม่ส่งกลับบุคคลไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยงว่าจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน  โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยได้ส่งรายชื่อผู้สนับสนุนกว่า 10,000 รายชื่อ ให้กับพี่สาววันเฉลิมเพื่อที่จะได้ไปส่งมอบให้กับทางการกัมพูชาต่อไป  

 

ข้อมูลพื้นฐาน

วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมและบล็อกเกอร์ชาวไทย ที่อยู่ระหว่างลี้ภัย ถูกบุคคลไม่ทราบฝ่ายลักพาตัวไปจากด้านนอกอพาร์ทเมนท์ของเขาในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาในวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาลี้ภัยจากประเทศไทยหลังจากที่ถูกทางการส่งหมายเรียกให้ไปรายงานตัวเพื่อปรับทัศนคติ หลังจากเหตุการณ์รัฐประหาร ปีพ.ศ. 2557 และในปี พ.ศ. 2561 ทางการไทยได้ฟ้องคดีต่อเขา ส่วนใหญ่ตั้งแต่ปี 2561 เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ เขาถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความต่อต้านรัฐบาลในเฟซบุ๊กเพจ ตลอดระยะเวลา 5 เดือน ทางครอบครัวและภาคประชาสังคมในประเทศไทยช่วยกันติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ

การเดินทางไปยังประเทศกัมพูชาของนางสาวสิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์และทีมทนายความได้รับการอำนวยความสะดวกจากกองคุ้มครองผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศของไทย ซึ่งได้ประสานงานกับสถานทูตกัมพูชาในประเทศไทย โดยได้ออกวีซ่าอัธยาศรัยไมตรี ซึ่งออกให้โดยรัฐกับรัฐ ในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 วีซ่านี้จะออกให้เฉพาะบุคคลที่จำเป็นต้องเดินทางเข้า-ออกประเทศเท่านั้น  

นอกจากนั้นมีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ถามตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงประเด็นการหายตัวไปของนายวันเฉลิม หรือต้าร์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศกัมพูชา โดยได้มีการระบุว่า ตำรวจมีผู้ช่วยทูตตำรวจประจำกัมพูชาที่ประสานงานและข้อมูลกับตำรวจกัมพูชาอยู่ตลอด ยืนยันดำเนินการไปตามหน้าที่ ในประเทศก็มีการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้การดำเนินการผ่านมา 5 เดือน ยังไม่ได้รับรายละเอียดหรือข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์มากนัก ล่าสุดทราบว่าญาติของนายวันเฉลิมจะมีการไปยื่นเรื่องที่ประเทศกัมพูชา