Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

สำหรับท่านที่โอนเงินหลังวันที่ 9 เมษายน 2569 ทางเราจะส่งใบเสร็จหลังเทศกาลสงกรานต์
For those who make payments after April 9, 2026, we will issue the receipt after the Songkran Festival.

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
13 April 2019 2276

ชาววานรไม่ยอมไกล่เกลี่ยบริษัทเหมือง ยันสู้คดีถึงที่สุด

ชาววานรไม่ยอมไกล่เกลี่ยบริษัทเหมือง ยันสู้คดีถึงที่สุด

 

วันที่ 10 เม.ย.62 เวลา 09.00-12.00 น. ที่ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ชาวบ้านกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส ซึ่งเป็นกลุ่มคัดค้านการสำรวจแร่โปแตชในพื้นที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ประมาณ 100 คน ได้เดินทางมาตามหมายนัดของศาล คดีดำเลขที่1133/2561 โดยบริษัท ไซน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบหมายให้ทนายความ ฟ้องคดีแพ่งข้อหาละเมิด เรียกค่าเสียหาย นายกิจตกรณ์ น้อยตาแสง จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 9 คน เป็นจำนวนเงิน 3,611,609.99 บาท (สามล้านหกแสนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันหกร้อยเก้าบาทเก้าสิบเก้าสตางค์)

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 9-14 พ.ค.61 ซึ่งบริษัท ไซน่า หมิงต๋าฯ ได้ขนถ่ายอุปกรณ์ขุดเจาะสำรวจโปแตชเข้าไปในบริเวณลำห้วยสีดอกกาว อยู่ในท้องที่บ้านน้อยหลักเมือง ต.วานรนิวาส เพื่อทำการสำรวจแร่โปแตช หลุมที่ 4 ในแปลงอาชญาบัตรพิเศษเนื้อที่รวมทั้งหมด 120,000 ไร่ กลุ่มชาวบ้านและประชาชนทั่วไปในอำเภอวานรนิวาสซึ่งไม่เห็นด้วยกับการทำเหมืองแร่ จึงได้ออกมารวมตัวกันคัดค้านการสำรวจแร่ของบริษัทและเรียกร้องให้นายอำเภอวานรนิวาสมีคำสั่งให้ยุติการสำรวจออกไปก่อน จนเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายดังกล่าว รวมทั้งคดีอาญาซึ่งเจ้าพนักงานอัยการได้พิจารณาแล้วมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

โดยศาลได้นัดคู่ความทั้งสองฝ่ายเพื่อมาไกล่เกลี่ยยอมความกันก่อนตั้งแต่เมื่อวาน (9 เม.ย.) จนถึงวันนี้ เพราะศาลเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าจะไกลเกลี่ยหรือมีข้อยุติในทางที่ดี แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้

นายสักกพล  ไชยแสงราช  ทนายความฝ่ายจำเลยทั้ง 9 คน ได้กล่าวกับกลุ่มชาวบ้านว่า เงื่อนไขการเจรจาไกลเกลี่ยในสองวันนี้คือหนึ่งให้ถอนฟ้องโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งทางบริษัทไม่รับเงื่อนไขนี้ เพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อถอนไปแล้วกลุ่มชาวบ้านและเก้าคนนี้จะมาขัดขวางการขุดเจาะสำรวจของเขาอีกหรือไม่ กรณีที่สองคือบริษัทจะยอมถอนฟ้องแบบมีเงื่อนไขโดยกำหนดเงื่อนไขว่าห้ามไม่ให้ทั้งเก้าคนและชาวบ้านคนอื่นๆ เข้าไปขัดขวางการขุดเจาะสำรวจ พร้อมทั้งวางเงินมัดจำเพื่อเป็นหลักประกันจำนวน 1,500,000 บาทไว้ด้วย นอกจากนี้ก็ให้อยู่ในกรอบของกฎหมายทั้งสองฝ่าย คือให้ฝ่ายบริษัทขุดเจาะสำรวจไปโดยที่ไม่กระทำการขัดต่อกฎหมายสิ่งแวดล้อม ก่อความรำคาญเสียงดัง หรือถ้าหากทำอะไรก่อความเสียหายต่อชาวบ้านๆ ก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์หรือมีหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยงข้องให้ดำเนินการกันไป ซึ่งฝ่ายเราก็ไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้เช่นกัน

“เมื่อตกลงกันไม่ได้ฝ่ายเราและบริษัทไม่ยอมรับเงือนไข ขั้นตอนต่อไปก็คือการสืบพยาน ซึ่งในประเด็นที่จะสู้คดีนี้ทางผมไม่มีข้อกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้นเพราะว่าคดีละเมิดเราก็รู้อยู่แล้วว่าข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของชาวบ้านเก้าคนนี้ ไม่เป็นเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อบริษัท” ทนายสักกพลกล่าว

ด้านนางมะลิ  แสนบุญศิริ แกนนำชาวบ้านกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส และเป็นหนึ่งในจำเลยที่ถูกฟ้องเก้าคน กล่าวว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราต่อสู้เพื่อบ้านของเราและสิทธิของเรา ซึ่งไม่ยอมให้เหมืองแร่เกิดขึ้นในชุมชนของเรา วันนี้จึงเป็นการพิสูจน์ความเข้มแข็ง ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของกลุ่ม หากว่าเรายอมเขาแล้วเราจะไปบอกกับชาวบ้านที่ต่อสู้ด้วยกันมาว่าอย่างไร

“เราไม่ยอมรับเงื่อนไขที่จะมาบอกว่าให้เราเลิกต่อสู้เพื่อแลกกับคดีความ ซึ่งพวกเราทั้งเก้าคน พร้อมทั้งชาวบ้านในกลุ่ม ก็เตรียมพร้อมที่จะสู้คดีอยู่แล้ว และจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพราะเราไม่ได้ทำผิดอะไร เราปกป้องบ้านของเราจากการรุกรานของนายทุนเหมือง” นางมะลิกล่าว

/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/

ศูนย์สื่อชุมชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ศสธ.) รายงาน

Recent Articles