Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

กัมพูชา คาสิโนยังคงได้รับอนุมัติจากรัฐ แม้จะเชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในศูนย์สแกมเมอร์

กัมพูชา คาสิโนยังคงได้รับอนุมัติจากรัฐ แม้จะเชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในศูนย์สแกมเมอร์

3 April 2026

281

กัมพูชา คาสิโนยังคงได้รับอนุมัติจากรัฐ แม้จะเชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในศูนย์สแกมเมอร์

  • หน่วยงานกำกับดูแลยังคงยอมให้คาสิโนเปิดต่อไปในปีนี้ แม้มีหลักฐานเชื่อมโยงกับการเอาคนลงเป็นทาสและการทรมาน
  • ผู้รอดชีวิตบอกว่าตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในศูนย์คาสิโน และถูกบังคับให้หลอกลวงคนอื่น
  • คาสิโนที่เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์เป็นกิจการของบริษัทขนาดใหญ่ในกัมพูชา

 

งานสอบสวนชิ้นใหม่ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลชี้ให้เห็นว่าคาสิโนหลายสิบแห่งในกัมพูชามีส่วนเชื่อมโยงโดยตรงกับศูนย์สแกมเมอร์ ซึ่งมีการทรมาน การบังคับใช้แรงงาน การใช้แรงงานเด็ก และการค้ามนุษย์

จากการวิเคราะห์เอกสารอนุญาตให้ประกอบกิจการที่ออกให้โดยคณะกรรมการบริหารการพนันเชิงพาณิชย์แห่งกัมพูชา (CGMC) พบว่าเจ้าของคาสิโนเป็นผู้มีอำนาจควบคุมโดยตรงต่ออาคารและที่ตั้ง ซึ่งเราได้บันทึกข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอย่างน้อย 12 จุดที่แตกต่างกัน ข้อค้นพบเหล่านี้สอดคล้องกับปากคำของผู้รอดชีวิตจากสถานที่เหล่านี้ ซึ่งอธิบายสภาพขณะที่อยู่ในคาสิโนระหว่างถูกกักขังและถูกปฏิบัติอย่างมิชอบ

CGMC ให้ความเห็นชอบต่อแผนการจัดตั้งคาสิโนในเดือนธันวาคมและมกราคม ทั้งที่เป็นช่วงที่มีการประกาศกวาดล้างศูนย์สแกมเมอร์ในระดับชาติ โดยธุรกิจที่ได้รับอนุญาตรวมถึงคาสิโน Crown ทั้งสามแห่ง ซึ่งเป็นกิจการของบริษัท Anco Brothers Co. Ltd. บริษัทซึ่งทรงอิทธิพลมากสุดแห่งหนึ่งในกัมพูชา

มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการร่วมระดับภูมิภาค แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า งานวิจัยนี้พิสูจน์ให้เห็นความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนระหว่างคาสิโนที่ได้รับใบอนุญาตกับศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้ ในช่วงที่รัฐบาลประกาศกวาดล้างอุตสาหกรรมสแกมเมอร์ หลักฐานเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าในช่วงเวลาเดียวกันรัฐบาลก็ให้ความเห็นชอบตามแผนการจัดสร้างคาสิโนเหล่านี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์สแกมเมอร์ที่ละเมิดสิทธิ

“การทำสิ่งตรงข้ามเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามอย่างเร่งด่วนว่าหน่วยงานกำกับดูแลของกัมพูชากำลังสร้างความชอบธรรมให้กับบริษัทที่เชื่อมโยงกับการปฏิบัติมิชอบอย่างร้ายแรงหรือไม่ ทางการต้องอธิบายให้ได้ว่าเหตุใดคาสิโนซึ่งมีข้อมูลเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และการทรมานยังคงได้รับอนุญาตให้ดำเนินการต่อไปได้อย่างเป็นทางการ ตราบใดที่คาสิโนเหล่านี้ยังคงได้รับอนุญาต ย่อมหมายถึงจะมีคนที่อยู่ในคาสิโนที่เสี่ยงจะถูกทำให้เป็นทาสต่อไป”

 

คาสิโนได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลแม้จะเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์

ในเดือนธันวาคม 2568 และมกราคม 2569 CGMC ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนของบริษัทที่ต้องการจัดตั้งคาสิโน ทั้งนี้รวมถึงคาสิโน Crown ซึ่งจะจัดตั้งขึ้นในเมืองต่าง ๆ รวมทั้งเมืองปอยเปต บาเวต และชเรย์ทุม ทั้งนี้รวมถึง Majestic Two และ Majestic Hotel & Casino ในสีหนุวิลล์ ซึ่งเจ้าของกิจการคนก่อนได้ถูกดำเนินคดีในเดือนมกราคม 2569 ในข้อหาการจัดหาแรงงานผิดกฎหมายเพื่อการแสวงประโยชน์ การฉ้อโกงอย่างร้ายแรง องค์กรอาชญากรรม และการฟอกเงิน

CGMC ได้เผยแพร่แผนที่อย่างละเอียดของที่ตั้งคาสิโนเหล่านี้ ซึ่งแสดงให้เห็นอาคารของคาสิโน ตึกให้เช่า ที่พักของแขก โรงแรม และอาคารทั่วไป

จากการเปรียบเทียบแผนที่อย่างเป็นทางการของ CGMC กับภาพถ่ายดาวเทียม และจากการวิเคราะห์ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งได้ไปเยือนสถานที่เหล่านี้ และจากปากคำของผู้รอดชีวิตจำนวนมากที่ให้การไว้ในรายงานเดือนมิถุนายน 2568 เกี่ยวกับศูนย์สแกมเมอร์ แอมเนสตี้สามารถระบุได้ถึง 11 กรณีที่อาคารสถานที่ ซึ่งปรากฏอยู่ในรายงานปี 2568 ตรงกับอาคารซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์คาสิโนที่ผ่านความเห็นชอบจาก CGMC

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังสามารถระบุถึงศูนย์คาสิโนแห่งอื่นที่ไม่ได้กล่าวถึงในรายงานเดือนมิถุนายน 2568 นั่นคือ Crown Bavet Casino ซึ่งมีหลักฐานล่าสุดของการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชน ในเดือนมกราคม 2569 แอมเนสตี้ได้สัมภาษณ์ชาวเคนยาสองคน ซึ่งถูกบังคับใช้แรงงานและกักขังไว้ในศูนย์คาสิโน โดยกรณีหนึ่งเกิดขึ้นจนกระทั่งเดือนธันวาคม 2568 ผู้เสียหายสามารถระบุถึงอาคารรวมถึงจากภาพถ่ายที่พวกเขาเคยบันทึกไว้ระหว่างถูกกักขัง และตราสัญลักษณ์ของ Crown หนึ่งในสองคนสามารถระบุได้ว่าอาคารหมายเลข 15 ตามแผนที่ของ CGMC เป็นสถานที่ที่เธอถูกกักขังไว้ ตามแผนที่ของทางการระบุว่า อาคารดังกล่าวเป็น “อาคารที่พักอาศัยและสำนักงาน”

 

“เด็กๆ ในห้องกำลังร้องไห้”

ระหว่างปี 2567 ถึง 2569 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้สัมภาษณ์ผู้รอดชีวิต ซึ่งสามารถระบุถึงอาคารในศูนย์คาสิโนที่พวกเขาถูกกักขังไว้ได้อย่างแม่นยำ

ผู้รอดชีวิตสองคนบอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า พวกเขาถูกกักขังไว้ใน Crown Resorts ในเมืองปอยเปตเป็นเวลาหลายเดือน ถูกขู่ว่าจะใช้กระบองไฟฟ้าช็อต และถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารซึ่งเชื่อว่าเอาไว้ใช้ฟอกเงิน ผู้เสียหายสามารถชี้ภาพจาก Google Streetview ซึ่งแสดงภาพของประตูทางเข้า และป้ายสัญลักษณ์ที่เขียนว่า “Crown Casino” และบอกว่าพวกเขาถูกพาตัวเข้าไปผ่านประตูนี้ และถูกกักขังไว้ด้านใน

หนึ่งในสองคนร้องไห้ขณะเล่าให้ฟังว่า “เจ้าหน้าที่รปภ.จะเข้าไปในห้องและเปิดสวิตซ์กระบองไฟฟ้า....ทำให้เกิดเสียงที่น่ากลัว เด็กๆ ในห้องก็จะร้องไห้” อาคารซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ทรมานเธอถูกระบุไว้ในแผนที่ของ Crown Resorts ในเมืองปอยเปตว่าเป็น “ร้านอาหารและอาคารสำนักงาน”

ผู้เสียหายอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเด็กขณะที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เข้าไปในกัมพูชา ก็ถูกกักขังไว้ในศูนย์คาสิโนสองแห่ง ซึ่งเพิ่งจะได้รับใบอนุญาตจาก CGMC สวัสดิ์ (ไม่ใช่ชื่อจริง) บอกว่าเขาถูกกักขังไว้ในตึกหมายเลข 9 ซึ่งถูกระบุไว้ในแผนที่ของ Crown Chrey Thom ว่าเป็น "โรงแรมและสำนักงาน” และต่อมาเขาถูกพาตัวไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งยืนยันได้ว่าเป็น New Venetian Casino ในเมืองบาเวต ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท New Venetian Resort Co., Ltd.

ที่ New Venetian สวัสดิ์บอกว่า เขาถูกทรมานในห้องมืดบนชั้น 8 ของ “อาคาร E” จากนั้นก็ได้รับแจ้งว่าเขาจะได้กิน “อาหารมื้อสุดท้าย” ของปี 2567 เขาจึงกระโดดลงจากหน้าต่างเพื่อหลบหนี ก่อนที่จะสิ้นสติไป และได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์นอกอาคารเหล่านี้

ตึก E เป็นตึกที่ถูกระบุว่าเป็น “โรงแรม” ตามแผนที่ของศูนย์คาสิโนที่ได้รับใบอนุญาตจาก CGMC ระหว่างที่ไปเยือนสถานที่ดังกล่าว แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลสังเกตเห็นป้ายที่ติดบริเวณประตูทางเข้าของตึก C, D และ E ที่เขียนว่า “The New Venetian Casino and Resort” พร้อมกับมีโลโก้ด้วย

 

แบบแผนที่เป็นระบบจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพื่อรับผิด

นอกจากคาสิโน Crown และคาสิโน The New Venetian แล้ว แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังสามารถยืนยันได้ว่าอาคารของคาสิโนที่ได้รับใบอนุญาตจาก CGMC ต่อไปนี้ ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับศูนย์สแกมเมอร์ ซึ่งเราได้บันทึกข้อมูลในรายงานเดือนมิถุนายน 2568 โดยมีการปฏิบัติมิชอบรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการกักขังบุคคลในทุกสถานที่ 

Casino Kyom (คาสิโนของฉัน) ดำเนินการโดยบริษัท Zhou Cheng K.P. Hotel Co. Ltd. บริษัทในกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับประเทศจีนผ่านหนึ่งในสองกรรมการ เป็นสถานที่เดียวกับที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุได้ว่าเป็นศูนย์สแกมเมอร์ KA02

Marinan International ดำเนินการโดยบริษัท Marinan International Co., Ltd. บริษัทในกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับประเทศจีนผ่านหนึ่งในสองกรรมการ เป็นสถานที่เดียวกับที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุได้ว่าเป็นศูนย์สแกมเมอร์ PO07 ซึ่งมีการบันทึกหลักฐานของการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงาน

Peak Casino ดำเนินการโดยบริษัท Conglomerate Development Group Co., Ltd. บริษัทในกัมพูชา เป็นสถานที่เดียวกับที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุได้ว่าเป็นศูนย์สแกมเมอร์ SI12

Majestic Hotel & Casino และ Majestic Two เป็นกิจการของบริษัท Big House Commercial Corporation บริษัทในกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับประเทศจีนผ่านหนึ่งในสองกรรมการ เป็นสถานที่เดียวกับที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุได้ว่าเป็นศูนย์สแกมเมอร์ SI15 และ SI16 ตามลำดับ ซึ่งมีการบันทึกหลักฐานของการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน การใช้แรงงานเด็ก และการเอาคนลงเป็นทาส;

Long Feng Xuan Casino ดำเนินการโดยบริษัท Long Feng Xuan Co., Ltd. บริษัทในกัมพูชาซึ่งระบุว่ามีกรรมการเพียงคนเดียวทำงานจากในประเทศจีน เป็นสถานที่เดียวกับที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุได้ว่าเป็นศูนย์สแกมเมอร์ SI20

Huang (หรือ Wang) Chao International ดำเนินการโดยบริษัท Bao Shi International Entertainment Co., Ltd. บริษัทในกัมพูชา เป็นสถานที่เดียวกับที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุได้ว่าเป็นศูนย์สแกมเมอร์ SI32

Golden Sea Casino ดำเนินการโดยบริษัท King Golden Sea Corp Ltd. บริษัทในกัมพูชา เป็นสถานที่เดียวกับที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุได้ว่าเป็นศูนย์สแกมเมอร์ SI50 ซึ่งมีการบันทึกหลักฐานของการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และการทรมาน และการปฏิบัติที่โหดร้ายอื่นๆ

ในทุกกรณี แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลมีหลักฐานยืนยันข้อมูลว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นภายในอาคาร ซึ่งถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์คาสิโนที่ได้รับอนุญาตจาก CGMC แอมเนสตี้ยังสามารถพิสูจน์ยืนยันข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เชื่อมโยงกับศูนย์คาสิโนเพิ่มเติมอย่างน้อย 3 แห่งนับตั้งแต่ตีพิมพ์รายงานเดือนมิถุนายน 2568

“ขอบเขตและพฤติการณ์ของการปฏิบัติมิชอบอย่างเป็นระบบตามข้อมูลที่บันทึกได้ในคาสิโนของกัมพูชาเหล่านี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่านี่เป็นอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องมีการสอบสวนเพื่อหาความรับผิดในทุกระดับของห่วงโซ่บรรษัทเหล่านี้” มอนต์เซ เฟอร์เรอร์กล่าว

“รัฐบาลกัมพูชาต้องระงับใบอนุญาตการพนันของคาสิโนเหล่านี้ทันที และจัดให้มีการสอบสวนอย่างครบถ้วน เป็นอิสระ และโปร่งใส ต่อการละเมิดตามข้อมูลที่มีการบันทึกในสถานที่เหล่านี้ ทั้งยังควรสอบสวนความรับผิดชอบของบุคคลที่ต้องสงสัยว่าได้ก่ออาชญากรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงอื่นๆ ซึ่งรวมทั้งผู้ที่เป็นเจ้าของ นายทุนสนับสนุน และผู้บริหารคาสิโนเหล่านี้”

 

ข้อมูลพื้นฐาน

ในเดือนมิถุนายน 2568 รายงานของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลพบว่ามีศูนย์สแกมเมอร์กว่า 50 แห่งทั่วประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการเอาคนลงเป็นทาส การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน การทรมาน และการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนอื่นๆ อย่างกว้างขวาง โดยมีลักษณะการดำเนินงานเหมือนเรือนจำที่อยู่ใต้การควบคุมของกลุ่มองค์กรอาชญากรรม รายงานมีข้อสรุปว่าทางการกัมพูชาไม่ได้ดำเนินการเพื่อป้องกัน หรือแก้ไขการละเมิดเหล่านี้ โดยมีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ หรือจงใจเพิกเฉย เพื่ออนุญาตให้อุตสาหกรรมเหล่านี้เติบโตขึ้นมาได้ โดยเกือบครึ่งหนึ่งของศูนย์สแกมเมอร์ 53 แห่งที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลตรวจพบในเดือนมิถุนายน 2568 ล้วนแต่เชื่อมโยงกับกิจการคาสิโน

ในเดือนกรกฎาคม 2568 รัฐบาลกัมพูชาประกาศปฏิบัติการทั่วประเทศเพื่อกวาดล้างศูนย์สแกมเมอร์ โดย CGMC ก็ได้มีการบังคับใช้กฎหมายบางอย่างนับแต่เริ่มมีการกวาดล้าง เช่นการระงับและปิดคาสิโน 4 แห่งในจังหวัดพระสีหนุในเดือนพฤศจิกายน 2568

ตามเนื้อหาของหลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ธุรกิจทุกแห่ง รวมทั้งผู้บริหารคาสิโน มีความรับผิดชอบต้องเคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งแยกจากหน้าที่ของรัฐในการคุ้มครองไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยหน่วยงานภาคเอกชน กรณีที่อาคารสถานที่ของคาสิโนถูกใช้เพื่อเป็นที่กักขัง บังคับขืนใจ และแสวงหาประโยชน์จากคนงานที่ถูกค้ามนุษย์ ผู้บริหารคาสิโนและเจ้าของทรัพย์สินก็อาจต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาของกัมพูชา กฎหมายข้ามชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศ กรณีที่มีพยานหลักฐานชี้ว่าพวกเขารู้เห็นและให้ความช่วยเหลือในการค้ามนุษย์ การเอาคนลงเป็นทาส และการทรมานบุคคล

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเขียนจดหมายถึง CGMC และบริษัททุกแห่งที่ระบุชื่อข้างต้น เพื่อให้พวกเขามีโอกาสที่จะแก้ต่างข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่จนถึงขณะที่ตีพิมพ์รายงาน เรายังไม่ได้รับคำตอบใดๆ กลับมา