Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ทุนจีนในปราจีนบุรี ภาคประชาสังคมตะวันออกจี้ยุติคดี SLAPP ปิดปากประชาชน

ทุนจีนในปราจีนบุรี ภาคประชาสังคมตะวันออกจี้ยุติคดี SLAPP ปิดปากประชาชน

31 March 2026

449

ทุนจีนในปราจีนบุรี ภาคประชาสังคมตะวันออกจี้ยุติคดี SLAPP ปิดปากประชาชน

กป.อพช. ภาคตะวันออก พร้อม 10 เครือข่ายร่วมออกแถลงการณ์ ห่วงใยการแต่งตั้งนักธุรกิจจีนเป็นที่ปรึกษา อบจ.ปราจีนบุรี หลังเกิดการฟ้องคดีอาญาต่อประชาชนที่ตั้งคำถาม เรียกร้องถอนแจ้งความและปฏิรูปกรอบการแต่งตั้งที่ปรึกษาต่างชาติ

 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคตะวันออก ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หยุดใช้อำนาจรัฐและกระบวนการทางกฎหมายปิดกั้นการตรวจสอบกรณี "ทุนจีน" ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีเครือข่ายภาคประชาสังคมในภาคตะวันออกร่วมลงชื่อรวม 10 องค์กร

 

จุดเริ่มต้น ที่ปรึกษาต่างชาติใน อบจ. และคดีความที่ตามมา

ชนวนเหตุของแถลงการณ์ฉบับนี้มาจากการที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี แต่งตั้งนักธุรกิจชาวจีนให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์และการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งนำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนในพื้นที่

แต่แทนที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส ที่ปรึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งดังกล่าวกลับเลือกใช้วิธี แจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาท ต่อประชาชนที่แสดงความคิดเห็นตั้งคำถามเรื่อง "ทุนเทา" สิ่งนี้คือสิ่งที่ กป.อพช. ภาคตะวันออก ระบุว่าเป็นการใช้กฎหมายปิดปาก หรือที่รู้จักในชื่อ SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation)

 

ความกังวล 2 ประการหลักของเครือข่าย

ประการแรก คือความเสี่ยงต่อการแทรกซึมของกลุ่มทุนผ่านกลไกอำนาจรัฐ แม้การแต่งตั้งจะถูกอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อ "ช่วยเกษตรกร" แต่การเปิดให้ตัวแทนธุรกิจต่างชาตินั่งในตำแหน่งที่ปรึกษาทางการของหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ย่อมนำมาซึ่งคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ตลอดจนความได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลด้านผังเมือง งบประมาณ และทิศทางการพัฒนาจังหวัดที่อาจเอื้อต่อกลุ่มทุนมากกว่าประโยชน์สาธารณะ

ประการที่สอง คือการที่รัฐและผู้ได้รับการแต่งตั้งเลือกตอบโต้ด้วยคดีอาญาแทนการเปิดพื้นที่รับฟัง ซึ่งเครือข่ายมองว่าเป็นการทำลายสิทธิของประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของผู้บริหารทรัพยากรท้องถิ่น และสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวที่ขัดต่อหลักการประชาธิปไตย

 

3 ข้อเรียกร้องถึงผู้มีอำนาจ

กป.อพช. ภาคตะวันออก ยื่นข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 ข้อ ได้แก่

  1. ถอนคดีอาญา นายก อบจ. ปราจีนบุรี และที่ปรึกษาที่ได้รับการแต่งตั้ง ควรแสดงธรรมาภิบาลด้วยการถอนการแจ้งความ และเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างสร้างสรรค์
  2. ปฏิรูประเบียบการแต่งตั้งที่ปรึกษา กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางกรอบมาตรฐานที่ชัดเจนในการคัดเลือกบุคคล โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เข้าสู่ตำแหน่งที่ปรึกษาของหน่วยงานรัฐ เพื่อป้องกันปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ทับซ้อน
  3. สร้างกลไกช่วยเกษตรกรที่ยั่งยืน รัฐต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการตลาดที่เกษตรกรเป็นเจ้าของจริง มากกว่าการพึ่งพาทุนข้ามชาติในฐานะตัวกลาง

 

เครือข่ายร่วมลงนาม

แถลงการณ์ฉบับนี้มีองค์กรภาคประชาสังคมในภาคตะวันออกร่วมลงนาม ประกอบด้วย เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง, สหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรีจำกัด, สมาคมประมงพื้นบ้านจังหวัดชลบุรี, สมาคมสภาองค์กรชุมชนจังหวัดชลบุรี, EEC Watch, ชมรมรักษ์เขาไม้แก้ว, อีสต์ ฟอรั่ม, เครือข่าย 304 กินได้, สมาคมพลเมืองนครนายก และเครือข่ายนักสร้างสรรค์ 'ติสตะวันออก'

 

กป.อพช. ภาคตะวันออก ระบุทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับต่างชาติเป็นสิ่งสำคัญ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียม ความโปร่งใส และการเคารพสิทธิในการตรวจสอบของประชาชนในพื้นที่

 

 

อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มได้ที่ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคตะวันออก

Recent posts