23 March 2026
251
โรงไฟฟ้าขนาด 30 เมกะวัตต์ ห่างชายแดนไทยเพียง 19 กิโลเมตร เริ่มเดินเครื่องแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 โดยไม่มีระบบบำบัดมลพิษ เสี่ยงปนเปื้อนโลหะหนักสู่แม่น้ำกก แหล่งน้ำหลักของเชียงราย
มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRF) - 22 มีนาคม 2569
โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ได้เริ่มเดินเครื่องอย่างเป็นทางการแล้วในเดือนพฤศจิกายน 2568 บริเวณบ้านฮุง ทางใต้ของเมืองสาด รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ห่างจากชายแดนไทยในอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพียงประมาณ 19 กิโลเมตร โรงไฟฟ้าแห่งนี้เป็นของกองทัพว้า (United Wa State Army - UWSA) และขณะนี้กำลังจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ฐานทัพ โรงเรียนฝึกทหาร โรงผลิตอาวุธ และโรงงานยาพาราในพื้นที่บ้านฮุง
มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation - SHRF) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เตือนว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะทำให้การปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำกกเลวร้ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศและชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมน้ำกกในฝั่งไทย
ข้อมูลสำคัญของโรงไฟฟ้า
ถ่านหินสำหรับโรงไฟฟ้าขุดมาจากเหมืองแบบเปิดแห่งใหม่ในบ้านนาป่าก๋าว ตำบลแม่แกน อำเภอเมืองโต๋น รัฐฉาน ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ของไทย ชาวบ้านในพื้นที่รายงานว่ารถบรรทุก 10 ล้อ วิ่งขนถ่านหิน "ทั้งวันทั้งคืน" ไปยังโรงไฟฟ้า
น้ำแกนไหลลงสู่แม่น้ำหาง ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำสาละวิน ความเสียหายต่อระบบนิเวศจึงขยายวงกว้างออกไปไกลกว่าจุดกำเนิดมลพิษ
SHRF ระบุว่าความกังวลเร่งด่วนในระยะแรก คือการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และฝุ่นละอองซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ รวมถึงการเกิดฝนกรดที่คุกคามพืชผลในรัศมีสูงสุด 80 กิโลเมตร ชาวบ้านในบ้านฮุงรายงานว่าได้กลิ่นควันถ่านหินทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน
นอกจากนี้ ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ยืนยันว่าพื้นที่ทางเหนือของโรงไฟฟ้าซึ่งติดกับแม่น้ำกกโดยตรง ถูกใช้เป็นพื้นที่กองเก็บถ่านหิน ขณะที่ขี้เถ้าจากการเผาซึ่งมีสารพิษโลหะหนัก ได้แก่ ปรอท ตะกั่ว และสารหนู ถูกเก็บกักอยู่ใกล้โรงไฟฟ้า และมีความเสี่ยงสูงที่น้ำชะหน้าดินจะพาสารเหล่านี้ไหลลงแม่น้ำกกในช่วงฤดูฝน
SHRF ชี้ให้เห็นบทเรียนจากโรงไฟฟ้าถ่านหินดิจิต ในอำเภอปางลอง ทางตอนใต้ของรัฐฉาน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทจีน Wuxi Huaguang Electricity Power Engineering Co., Ltd. กำลังผลิต 120 เมกะวัตต์ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 รายงานขององค์กรเยาวชนปะโอปี 2554 เปิดเผยว่าชาวบ้านกว่า 12,000 คนในรัศมี 8 กิโลเมตร ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศและทางน้ำ โดยประชาชนกว่าครึ่งหนึ่งในพื้นที่มีอาการผื่นแดงที่ผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีขี้เถ้าพิษกว่า 100–150 ตันต่อวันจากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า
SHRF เตือนว่ากองทัพว้าเคยมีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใกล้เมืองท่าขี้เหล็กในปี 2543 แต่ต้องยกเลิกแผนไปเพราะแรงต้านของชุมชนในอำเภอแม่สาย โดยในเดือนเมษายน 2544 ชาวบ้านฝั่งไทยรวมตัวกันขวางรถบรรทุกที่ขนอุปกรณ์ก่อสร้างจากจีนผ่านไทยไปยังเมียนมา จนโครงการต้องล้มเลิกในที่สุด กรณีโรงไฟฟ้าบ้านฮุงนี้แตกต่างออกไป เพราะโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินของเมียนมามากกว่า แต่ผลกระทบข้ามพรมแดนทางสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องตระหนัก
บ้านฮุงเดิมเป็นชุมชนชาวไทใหญ่ราว 200 ครัวเรือน แต่หลังการตั้งศูนย์บัญชาการภาคใต้ของกองทัพว้าเมื่อปี 2540 โดย เหว่ย เซียะ กัง ได้มีการบังคับอพยพชาวว้าประมาณ 24,000 คน จากภาคเหนือที่ติดกับจีนมาอยู่ในพื้นที่บ้านฮุงและบริเวณใกล้เคียง ทำให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และยังมีการบังคับอพยพชาวว้ากว่า 126,000 คน มาอยู่ในพื้นที่เมืองโต๋น เมืองสาด และท่าขี้เหล็ก
SHRF เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในไทยและประชาคมนานาชาติติดตามสถานการณ์ด้านมลพิษข้ามพรมแดนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกฝั่งไทยเป็นระยะ ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดยังแสดงให้เห็นการก่อสร้างใหม่บริเวณริมแม่น้ำกกในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งอาจเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับโรงไฟฟ้า
ที่มาและภาพจาก: แถลงการณ์ "โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในเมืองสาด รัฐฉาน จะทำให้การปนเปื้อนในแม่น้ำกกเลวร้ายมากขึ้น" โดยมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation — SHRF) วันที่ 22 มีนาคม 2569
เฟซบุ๊ค Shan Human Rights Foundation (SHRF) · อีเมล: shanhumanrightsfoundation@gmail.com