22 January 2026
485
ชาวบ้าน - นักวิชาการชี้หลักฐานผลกระทบจากเหมืองชัด แต่รัฐยังอ้างข้อมูลไม่เพียงพอ
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานตรวจสอบผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่โพแทช อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ 3 ณ สำนักงานชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน โดยมี นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุม
ในการประชุม ตัวแทนฝ่ายปกครองจังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 อนุมัติใบอนุญาตให้บริษัท ไทยคาลิ จำกัด สามารถซื้อ มี ใช้ และขนย้ายวัตถุระเบิดได้ โดยให้เหตุผลว่ายังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่มีสาเหตุมาจากโครงการเหมืองแร่โพแทช และการอนุญาตเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการขนย้ายวัตถุระเบิดเข้าสู่พื้นที่ เนื่องจากนายทะเบียนท้องถิ่นอำเภอด่านขุนทดยังไม่ได้แจ้งการขอซื้อวัตถุระเบิด
ชาวบ้านตั้งคำถาม รัฐออกใบอนุญาตทั้งที่มีคดีลักลอบใช้ระเบิด
กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดตั้งคำถามต่อการออกใบอนุญาตดังกล่าว โดยระบุว่า หน่วยงานรัฐหลายแห่งมีพฤติกรรมปกปิดข้อมูลข่าวสารและออกใบอนุญาตโดยไม่แจ้งให้ผู้ร้องเรียนรับทราบ ทั้งที่ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 แต่ไม่เคยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการอนุญาตใช้วัตถุระเบิดแต่อย่างใด
ชาวบ้านยังชี้ว่า บริษัทไทยคาลิเคยถูกร้องเรียนและมีการแจ้งความดำเนินคดีกรณีลักลอบใช้วัตถุระเบิดตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ เหตุใดจึงสามารถออกใบอนุญาตให้ใช้วัตถุระเบิดได้อีกครั้ง ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังไม่ถูกคลี่คลาย
ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดเปิดเผยว่า มีหลักฐานจากมณฑลทหารบกที่ 21 ยืนยันการเบิกจ่ายวัตถุระเบิดไปใช้ของบริษัทคู่กรณี ซึ่งสะท้อนถึงการลักลอบใช้วัตถุระเบิดโดยไม่มีมาตรการความปลอดภัย เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผิดมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผิดเงื่อนไขแนบท้ายประทานบัตร
กลุ่มฯ เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้กฎหมายดำเนินคดีและเพิกถอนประทานบัตรได้แล้ว เนื่องจากการลักลอบใช้วัตถุระเบิดถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรง
Baseline data ถูกตั้งคำถาม ความน่าเชื่อถือ
ประเด็นข้อมูล Baseline data ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ใช้อ้างอิง ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก โดยกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดเปิดเผยว่า ต้องใช้เวลากว่า 1 ปีจึงได้รับข้อมูลดังกล่าว และพบความผิดปกติหลายประการ
นางสาวจุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ ตัวแทนกลุ่มฯ ตั้งข้อสงสัยถึงความเป็นอิสระของบริษัท ซี อี แล็บ แอนด์ คอนเซ้าท์ติ้ง จำกัด ผู้จัดทำข้อมูล โดยพบว่าบริษัทตั้งอยู่เลขที่เดียวกับบ้านของเจ้าของบริษัทไทยคาลิ
ด้านนายกุมพล รามรังสฤษฎ์ ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 6 ชี้แจงว่า บริษัทดังกล่าวเป็นของน้องภรรยาเจ้าของบริษัทไทยคาลิ และเป็นบริษัทที่ผู้ประกอบการเสนอเอง โดยมีกรมโรงงานอุตสาหกรรมรับรอง
นักวิชาการอิสระ นางสาวอาภา หวังเกียรติ ให้ความเห็นว่า หากข้อมูล Baseline data ถูกจัดทำก่อนที่ห้องปฏิบัติการจะได้รับการรับรองตามกฎหมาย ข้อมูลดังกล่าวย่อมขาดมาตรฐานและไม่อาจใช้เป็นฐานพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้อย่างน่าเชื่อถือ
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) รายงานผลตรวจพบว่า น้ำใต้ดินและน้ำผิวดินมีโซเดียมคลอไรด์สูงกว่ามาตรฐานถึง 3 เท่า และพบการปนเปื้อนของโพแทสเซียมคลอไรด์ในรัศมีประมาณ 2 กิโลเมตรรอบโครงการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิรันดร์ คงฤทธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนมีโครงการในปี 2556 ตามรายงาน EIA พบว่าค่าความเค็มและโพแทสเซียมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับข้อสรุปว่าผลกระทบเกิดจากโครงการเหมืองแร่โพแทช
คดีเหมืองค้างกว่า 3 ปี รัฐยังไม่ให้คำตอบชัด
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดได้ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดีเหมืองโพแทชต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา หลังคดีที่แจ้งความตั้งแต่ปี 2565 ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
กลุ่มฯ เห็นว่าการดำเนินคดีของรัฐไม่ครอบคลุมประเด็นผลกระทบที่แท้จริง ทั้งการไม่ปฏิบัติตาม EIA การปล่อยน้ำเสีย และการลักลอบใช้วัตถุระเบิด แต่กลับดำเนินคดีเพียงความผิดที่มีโทษเบา
ชาวบ้านเรียกร้องระงับใช้ระเบิด-หยุดขุดอุโมงค์
กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดยืนยันเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับใบอนุญาตใช้วัตถุระเบิด และชะลอการขุดอุโมงค์เหมืองไว้ก่อน จนกว่าการตรวจสอบการลักลอบใช้วัตถุระเบิดในอดีตจะแล้วเสร็จ และสามารถยุติผลกระทบที่ยังคงขยายตัวในพื้นที่ได้
แม้ประธานในที่ประชุมจะระบุว่า หน่วยงานในคณะทำงานไม่มีอำนาจตัดสินใจได้โดยตรง แต่กลุ่มฯ ย้ำว่าจะเดินหน้าติดตาม ร้องเรียน และใช้กลไกทางกฎหมายทุกช่องทาง เพื่อปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของชุมชน พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยอมให้มีการขนวัตถุระเบิดเข้ามาในพื้นที่อย่างเด็ดขาด
ข้อมูลและภาพจาก กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: