ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ไมตรี จงไกรจักร์ เสนอชุดทางออก “ฟื้นภัยพิบัติจากภาวะวิกฤติ” ชี้ไทยยังติดกับดักระบบบัญชาการซ้อนทับ จนสร้างวิกฤติซ้ำซ้อน

ไมตรี จงไกรจักร์ เสนอชุดทางออก “ฟื้นภัยพิบัติจากภาวะวิกฤติ” ชี้ไทยยังติดกับดักระบบบัญชาการซ้อนทับ จนสร้างวิกฤติซ้ำซ้อน

28 November 2025

249

ไมตรี จงไกรจักร์ เสนอชุดทางออก ฟื้นภัยพิบัติจากภาวะวิกฤติชี้ไทยยังติดกับดักระบบบัญชาการซ้อนทับ จนสร้างวิกฤติซ้ำซ้อน

 

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568) นายไมตรี จงไกรจักร์ ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ เผยแพร่ข้อเสนอเชิงนโยบายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Maitree Jongkraijug เพื่อตอบโจทย์การฟื้นฟูหลังอุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นในหาดใหญ่ และสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศในการรับมือภาวะวิกฤติ

ไมตรีย้ำว่า วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้สะท้อน ความล้มเหลวเชิงระบบอันสืบเนื่องจากการสั่งการที่ซ้อนทับกันระหว่างอำนาจรัฐหลายระดับ ทั้งด้านกฎหมาย การบริหาร และโครงสร้างอำนาจ ทำให้ระบบบัญชาการไร้เอกภาพ ประชาชนและอาสาสมัครไม่มั่นใจว่าจะต้องประสานใครเพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงได้ทันเวลา จนต้องลงพื้นที่ช่วยเหลือกันเอง และอาจสร้างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความช่วยเหลือ

เขาระบุว่า มีหน่วยงานเร่งบริจาคสิ่งของและเดินทางเข้าสู่พื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่มีศูนย์บัญชาการระดับพื้นที่ ไม่มีระบบจัดการเขต ไม่มีผู้บัญชาการระดับอำเภอหรือท้องถิ่นที่ชัดเจน ทำให้การฟื้นฟูเสี่ยงล้มเหลวตั้งแต่ต้นทาง พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า ถ้าเรามีแต่ผู้สั่งการ แต่ไม่มีผู้บัญชาการ แล้วเราจะฟื้นเมืองกันอย่างไร

 

ข้อเสนอทางออก เดินหน้าทั้งระยะสั้น-กลาง-ยาว เพื่อหยุดวงจร วิกฤติซ้อนวิกฤติ

ทางออกระยะสั้น ตั้งศูนย์ประสานงานพื้นที่ ระดมอาสาอย่างมีระบบ

ไมตรีเสนอให้ดำเนินการเร่งด่วน ดังนี้

  1. จัดตั้งศูนย์ประสานงานระดับพื้นที่ แบ่งตามโซน/เขต/ซอย โดยหน่วยงานจังหวัดเป็นผู้บัญชาการร่วมกับผู้นำชุมชน เพื่อจัดทำแผนที่ วิเคราะห์ข้อมูล กำหนดขอบเขตช่วยเหลือ และวางแผนการช่วยเหลือเฉพาะจุด
  2. ตั้งหน่วยประสานกำลังจากเครือข่ายภาคประชาชน เช่น สสส., พอช., สช., สปสช., มูลนิธิที่ทำงานชุมชน จัดระบบข้อมูลผู้ประสบภัย เพื่อการส่งน้ำ-อาหาร การสนับสนุนแรงงานฟื้นฟู ล้างบ้าน ซ่อมไฟฟ้า/ประปา และใช้กระบวนการนี้เป็นฐานสร้างการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคต

 

ทางออกระยะกลาง ปรับกฎหมาย เพิ่มงบประมาณเตรียมพร้อมรับภัย

ไมตรีเสนอให้เร่งศึกษาข้อจำกัดด้านระเบียบ กฎหมาย และงบประมาณ พร้อมเสนอให้ปรับปรุง ได้แก่

  1. ออกระเบียบตาม มาตรา 20 พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ท้องถิ่นใช้งบเตรียมแผน - คน -เครื่องมือเตรียมพร้อมรับภัยล่วงหน้า โดยใช้งบทดลองราชการระดับจังหวัด สนับสนุนท้องถิ่นละไม่เกิน 1 ล้านบาท
  2. ให้อำนาจท้องถิ่นตาม มาตรา 31 แก้ไขจุดเสี่ยง เช่น ขุดถนน ขุดเกาะกลาง หรือปรับทางน้ำได้ทันที เพื่อป้องกันน้ำท่วมซ้ำ
  3. พัฒนาแอปพลิเคชันภัยพิบัติระดับชาติ สำหรับแจ้งเหตุ ร้องขอความช่วยเหลือ จับคู่ผู้ประสบภัยกับอาสาสมัคร พร้อมฐานข้อมูลผู้เดือดร้อนแบบ real-time

 

ทางออกระยะยาว กระจายอำนาจ ตั้งกองทุนท้องถิ่น สร้างมาตรฐานชุมชนรับมือภัยพิบัติ

แนวทางเชิงโครงสร้างที่ไมตรีเสนอ ได้แก่

  1. กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมีแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ อาสาสมัคร ศูนย์อพยพ และเครื่องมือสนับสนุน
  2. แก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ให้มีหมวดว่าด้วยการเตรียมการป้องกันภัยพิบัติ ห้มีกองทุนตำบลในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ฟื้นฟู โดยรัฐสนับสนุนไม่น้อยกว่า 50% และกองทุนต้องมีงบไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท
  3. เปิดทางให้ท้องถิ่น มีอำนาจในการบริหารจัดการหลังภัยพิบัติได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านระบบอนุมัติหลายขั้น
  4. กระบวนการแก้กฎหมายต้อง รับฟังเสียงจากประชาชนและเครือข่ายชุมชน เพื่อให้การกระจายอำนาจและงบประมาณเป็นไปอย่างแท้จริง

 

ไมตรีย้ำว่า ข้อเสนอทั้งหมดเป็นเพียงการวิเคราะห์จากประสบการณ์ของคนทำงานภาคสนาม แต่เชื่อว่า หากเริ่มต้นวันนี้ ไทยจะสามารถลดความสูญเสีย สร้างระบบรับมือภัยพิบัติที่เข้มแข็ง และออกจากวงจรวิกฤติซ้ำซ้อน ได้ในอนาคต

ข้อเสนอนี้สะท้อนเสียงเตือนสำคัญในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญความเสี่ยงจากภัยพิบัติถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไมตรีฝากท้ายว่า เราอาจยังไม่พบทางออกที่ดีที่สุด แต่เราหาทางเลือกที่ทำได้ทันที และร่วมกันทำให้มันดีขึ้นได้

 

 

ภาพจากเพจ PPTV HD 36