Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ชุมชนบ้านแม่ฮ่าง ลำปาง ยื่นหนังสือถึง รมว.ทรัพยากรฯ และสำนักป่าไม้ที่ 3 ขอยกเลิกโครงการ คทช. - หน่วยงานยืนยันสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอน

ชุมชนบ้านแม่ฮ่าง ลำปาง ยื่นหนังสือถึง รมว.ทรัพยากรฯ และสำนักป่าไม้ที่ 3 ขอยกเลิกโครงการ คทช. - หน่วยงานยืนยันสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอน

22 September 2025

749

วันที่ 18 กันยายน 2568 มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ เผยแพร่รายงานผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวันที่ 17 กันยายน เวลา 10.00 น. ตัวแทนชุมชนบ้านแม่ฮ่างและชุมชนบ้านสันติสุข ตำบลนาแก อำเภองาว จังหวัดลำปาง พร้อมด้วยมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ เดินทางเข้าพบนายจีระ ทรงพุฒิ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) เพื่อยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ขอยกเลิกการเข้าร่วมโครงการจัดที่ดินตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ "คทช."

หนังสือดังกล่าวมีนายอนุชาติ สุปัญญา ผู้อำนวยการส่วนจัดการป่าชุมชน รักษาการผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) เป็นผู้รับเรื่องและร่วมประชุมหารือกับตัวแทนชุมชน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีที่มาจากการประชุมประชาคมของชาวบ้านแม่ฮ่าง หมู่ 4 ตำบลนาแก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน ที่ประชุมมีมติร่วมกันว่า ชาวบ้านจำนวน 89 ครัวเรือนต้องการยกเลิกการเข้าร่วมโครงการ คทช.

ชุมชนให้เหตุผลว่า ที่ผ่านมาเคยมีบางครัวเรือนลงชื่อเข้าร่วมโครงการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยที่ไม่ได้รับข้อมูลชี้แจงครบถ้วน ทำให้หลายคนไม่เข้าใจเงื่อนไขและข้อจำกัดที่แท้จริง ส่งผลให้เสี่ยงต่อการสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกิน ขณะที่แนวทางที่ชาวบ้านเห็นพ้องกันคือการจัดการที่ดินและทรัพยากรในรูปแบบ โฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2553 ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตและการจัดการทรัพยากรแบบชุมชน

ภายหลังการยื่นหนังสือ มีการประชุมร่วมระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่เพื่อหารือแนวทางดำเนินการ โดยนายสกรีน โนฤทธิ์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) อธิบายว่า หากชุมชนประสงค์จะยกเลิกการเข้าร่วมคทช. สามารถทำได้ตามขั้นตอน คือ

  1. จัดเวทีประชาคมระดับชุมชนเพื่อให้มีมติชัดเจน
  2. ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ โดยนำบันทึกผลการประชาคมของชุมชน และรายชื่อผู้ขอยกเลิกแนบท้ายหนังสือดังกล่าว ส่งไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้จังหวัด
  3. เสนอให้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดพิจารณา และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นประธานลงนามอนุมัติ

ในส่วนของชุมชนบ้านสันติสุข ซึ่งเข้าร่วม คทช. เช่นกัน ตัวแทนชาวบ้านเปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่เคยชี้แจงเงื่อนไขอย่างละเอียด ทำให้หลายครัวเรือนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าการลงชื่อหรือการดำเนินงานบางอย่างในพื้นที่ไม่ได้อยู่ภายใต้โครงการ คทช. จึงเรียกร้องให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 จัดเวทีชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทุกครัวเรือนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ก่อนตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือยกเลิก

มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือแสดงจุดยืนว่า การดำเนินโครงการของรัฐทุกโครงการในพื้นที่ชุมชน ประชาชนควรได้รับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลที่ครบถ้วนทั้งข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัด เพราะผลกระทบย่อมเกิดขึ้นกับประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะกรณี คทช. ซึ่งมีหลายเงื่อนไขที่จำกัดสิทธิของชุมชนในการจัดการทรัพยากรด้วยตนเอง และอาจทำให้สูญเสียวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ยึดโยงกับทรัพยากรธรรมชาติ

กรณีนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของนโยบายที่ยังคงเป็นแบบรวมศูนย์ ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจากชุมชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคประชาสังคมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งแก้ไข

 

 

 

ที่มาเรื่องและภาพ : กัญญ์วรา หมื่นแก้ว / มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ

 

Recent posts