Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

"พ.ร.บ.ชาติพันธุ์” มีผลบังคับใช้แล้ว ยกระดับสิทธิ-คุ้มครองวิถีชีวิตชนเผ่าและชาติพันธุ์ไทย

"พ.ร.บ.ชาติพันธุ์” มีผลบังคับใช้แล้ว ยกระดับสิทธิ-คุ้มครองวิถีชีวิตชนเผ่าและชาติพันธุ์ไทย

19 September 2025

1169

วันที่ 18 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568  (พ.ร.บ.ฉบับเต็ม) ถือเป็นกฎหมายสำคัญฉบับแรกของไทยที่มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิ ความเสมอภาค และการส่งเสริมวิถีชีวิตดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างรัฐกับประชาชนในทุกกลุ่มวัฒนธรรม

ประเทศไทยมีประชากรกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกะเหรี่ยง มอญ ลาหู่ ม้ง อาข่า มลาบรี ชอง มานิ ชาวเล และอีกหลายสิบกลุ่ม ที่สืบทอดวัฒนธรรม ภาษา และวิถีชีวิตของตนมานานหลายร้อยปี อย่างไรก็ตาม ในอดีตกลุ่มเหล่านี้มักประสบปัญหาการถูกจำกัดสิทธิ การเข้าถึงบริการของรัฐไม่ทั่วถึง และบางครั้งถูกตีตราหรือเลือกปฏิบัติ รัฐบาลจึงผลักดันกฎหมายฉบับนี้เพื่อรับรองสิทธิขั้นพื้นฐาน และกำหนดกลไกในการส่งเสริมการดำรงอยู่ของวิถีชาติพันธุ์อย่างเป็นระบบ

สาระสำคัญของกฎหมาย

  1. สิทธิและเสรีภาพ กำหนดให้กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิในการดำรงชีวิตตามวิถีดั้งเดิม ทั้งด้านภาษา การแต่งกาย ความเชื่อ ศาสนา และประเพณี โดยรัฐมีหน้าที่คุ้มครองไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือกีดกัน
  2. การมีส่วนร่วม กลุ่มชาติพันธุ์สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจของรัฐ โดยเฉพาะนโยบายที่กระทบต่อชุมชน เช่น การใช้ที่ดิน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาเศรษฐกิจ
  3. การคุ้มครองพื้นที่และทรัพยากร รัฐจะต้องจัดให้มีมาตรการคุ้มครองพื้นที่ทำกิน พื้นที่อยู่อาศัย และทรัพยากรที่เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตของชาติพันธุ์ รวมถึงการอนุรักษ์พันธุกรรมพื้นถิ่น พืชและสมุนไพรที่เกี่ยวพันกับภูมิปัญญาท้องถิ่น
  4. การส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญา เปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมชาติพันธุ์ การบันทึกและเผยแพร่ภาษาท้องถิ่น รวมถึงการสนับสนุนการศึกษาที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่ม
  5. คณะกรรมการชาติพันธุ์แห่งชาติ จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรการ และแผนปฏิบัติการด้านชาติพันธุ์ โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิ และตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์เข้าร่วม เพื่อให้เสียงของประชาชนสะท้อนสู่การกำหนดนโยบาย
  6. มาตรการคุ้มครองพิเศษ หากมีกรณีที่กลุ่มชาติพันธุ์ใดถูกละเมิดสิทธิ ถูกขับไล่ หรือถูกเลือกปฏิบัติ รัฐจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เยียวยา และคุ้มครองสิทธิตามกรอบกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนสากล

การประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยมากกว่า 60 กลุ่ม ว่าพวกเขาได้รับการรับรองสถานะอย่างเป็นทางการในสังคมไทย กฎหมายนี้ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดการสื่อสารและความเข้าใจร่วมกันระหว่างคนไทยส่วนใหญ่กับกลุ่มชาติพันธุ์ ลดความขัดแย้งเรื่องที่ดินและทรัพยากร ตลอดจนเสริมสร้างความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นพลังในการพัฒนาประเทศ

การประกาศใช้ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ถือเป็น หมุดหมายประวัติศาสตร์ที่ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศมีหลักประกันทางกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม กฎหมายนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องมือคุ้มครอง แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจและสร้างสังคมไทยที่หลากหลาย เคารพซึ่งกันและกัน และก้าวสู่อนาคตที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม

 

 

ที่มาภาพ วัดถ้ำดอกคำWat Tham Dok Kham 

Recent posts