Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

กมธ.วุฒิสภา ชี้ EHIA แลนด์บริดจ์ไม่โปร่งใส เสนอชะลอโครงการ-กฎหมาย SEC

กมธ.วุฒิสภา ชี้ EHIA แลนด์บริดจ์ไม่โปร่งใส เสนอชะลอโครงการ-กฎหมาย SEC

18 September 2025

784

นรเศรษฐ์ ปรัชญากร ห่วงผลกระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชุมชน-เศรษฐกิจฐานราก แนะทำ SEA และเปิดเวทีฟังความเห็นรอบด้านก่อนเดินหน้า

15 กันยายน 2568 นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงข่าวหลังลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ระนอง และสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 12–14 กันยายน 2568 เพื่อรับฟังความเห็นของภาคประชาชนและภาคประชาสังคมต่อโครงการแลนด์บริดจ์ และร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC)

นายนรเศรษฐ์ เปิดเผยว่า จากการรับฟังความคิดเห็นพบว่ามีข้อกังวลหลายประการ ทั้งในส่วนของรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) และร่างกฎหมาย SEC ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากและวิถีชุมชนอย่างกว้างขวาง

ประเด็นแรก เกี่ยวกับกระบวนการจัดทำ EHIA ที่ถูกมองว่าขาดความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม แม้โครงการเริ่มศึกษาเมื่อปี 2557 และสรุปเส้นทางในปี 2560 แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับข้อมูลครบถ้วน เวทีรับฟังความคิดเห็นมีน้อย จำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานรัฐและผู้นำท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงกลับไม่ได้เข้าร่วมโดยตรง

การประเมิน EHIA ยังถูกแยกออกเป็น 3 ส่วน คือ ท่าเรือ ทางหลวง และรถไฟ โดยท่าเรือทั้งสองฝั่งทำรายงานแยกกัน ไม่ได้ประเมินผลกระทบในภาพรวม และไม่สะท้อนผลกระทบที่แท้จริง ขอบเขตการศึกษาจำกัดเพียง 5 กิโลเมตร ไม่ครอบคลุมผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และระบบนิเวศ ข้อมูลบางส่วนในรายงานไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น จำนวนสัตว์หน้าดินที่ระบุว่ามีเพียง 7 ตัว 1 ชนิด ทั้งที่ชาวบ้านยืนยันว่ามีความหลากหลายสูงกว่า หรือจำนวนแพทย์ในโรงพยาบาลที่รายงานว่ามีมาก ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่เพียงพอรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังไม่มีการพิจารณารอยเลื่อนเปลือกโลก และมีข้อสังเกตว่าการเร่งรัดจัดทำภายใน 120 วัน อาจเป็นไปเพื่อให้สอดคล้องกับกรอบกฎหมาย SEC ที่กำหนดไว้

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่ก่อสร้างท่าเรือทับซ้อนกับเขตชีวิตมณฑลและพื้นที่ที่เคยถูกเสนอเป็นมรดกโลก หากก่อสร้างจะสูญเสียคุณค่าทางธรรมชาติถาวร ท่าเรือระนองมีขนาดเท่าเกาะพยาม ส่วนท่าเรือชุมพรมีขนาดใหญ่ราว 3.5 เท่าของเกาะหลีเป๊ะ ต้องใช้ดินหินมหาศาลถมทะเล เสี่ยงต่อการกัดเซาะชายฝั่ง เกาะพยามและพื้นที่ใกล้เคียงอาจเสียหาย การระเบิดภูเขาเพื่อขนหินและเรือสินค้าจำนวนมากจะทำลายสัตว์น้ำ รวมถึงแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ดอนตาแพ้วที่อาจถูกทำลายกว่าครึ่ง อีกทั้งกรมชลประทานยังมีแผนสร้างเขื่อน 9–13 แห่งเพื่อป้อนน้ำให้ชุมชน ซึ่งกระทบวิถีชีวิตประชาชน

ผลกระทบต่อชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น กลุ่มชาวมอแกนและผู้พลัดถิ่นเสี่ยงถูกย้ายถิ่นฐานโดยไม่มีที่อยู่อาศัยรองรับ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยเฉพาะเกาะพยาม จะเสียหาย อาชีพประมงได้รับผลกระทบ รายงานยังประเมินมูลค่าแรงงานประมงต่ำกว่าความจริง ระบุรายได้เพียง 10,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ขณะที่ความจริงอยู่ราว 30,000 บาท

ข้อกังวลต่อร่างกฎหมาย SEC ชาวบ้านเห็นว่าอำนาจของคณะกรรมการอาจล้นเกินและเอื้อประโยชน์ต่อนายทุน ลักษณะคล้ายกฎหมาย EEC เปิดช่องให้เว้นกฎหมายหรือออกกฎหมายใหม่ได้ เช่น ให้นักลงทุนต่างชาติพำนักระยะยาว ใช้เงินตราต่างประเทศ เช่าที่ดิน 99 ปี และทำอาชีพสงวนของคนไทยได้

ในด้านเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว มีความกังวลต่อการตัดถนน ทางรถไฟผ่าน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งทุเรียน มังคุด และกาแฟ มูลค่ารวมกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี การก่อสร้างจะกระทบแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้ทำการเกษตร อีกทั้งตามร่างกฎหมาย SEC กำหนดให้น้ำเป็นทรัพย์สินของรัฐ ทำให้ชาวบ้านหวั่นว่าจะถูกจำกัดสิทธิการใช้น้ำ มลพิษจากนิคมอุตสาหกรรมอาจกระทบพื้นที่เกษตรและสุขภาพของประชาชน ขณะที่ภาคท่องเที่ยวเสี่ยงสูญเสียจุดขายทางธรรมชาติและวิถีชีวิตดั้งเดิม

ประเด็นสำคัญอีกประการคือกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ไม่เปิดกว้าง ผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากไม่ได้รับข้อมูลเพียงพอและไม่เข้าใจสาระสำคัญของกฎหมายจริง ๆ

คณะกรรมาธิการฯ จึงมีข้อเสนอให้ทบทวนและชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ รวมถึงการผลักดันกฎหมาย SEC จนกว่าจะมีการศึกษาและรับฟังความเห็นรอบด้าน เสนอให้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) โดยให้สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือหน่วยงานกลางเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อประเมินผลกระทบเชิงพื้นที่และเชื่อมโยงโครงการทั้งหมด พร้อมเปิดให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ชาวมอแกนและคนไทยพลัดถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมและได้รับการแก้ไขปัญหาที่ดิน

คณะกรรมาธิการฯ ยังเสนอให้การพัฒนาภาคใต้สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่ เช่น เกษตรยั่งยืน การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และโครงการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ไม่ใช่การพัฒนาที่ถูกยัดเยียด พร้อมเสนอให้พิจารณาทางเลือกอื่น เช่น โครงการเซาเทิร์นซีบอร์ด ที่ใช้งบลงทุนต่ำกว่าและอาจส่งผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนรองรับอยู่แล้ว

จากการรับฟังความคิดเห็น "ชาวบ้านยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่ต้องการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ต้องการความเจริญที่ขัดกับศักยภาพและวิถีชีวิตในพื้นที่ และฝากให้รัฐบาลคำนึงถึงเศรษฐกิจฐานราก วิถีชีวิตดั้งเดิม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โครงการขนาดใหญ่มีความชอบธรรมและยั่งยืน"

นายนรเศรษฐ์ กล่าวถึงท่าทีของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า "แม้มีเจตนาผลักดันโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่โครงการที่ใช้งบประมาณมหาศาลและใช้เวลาก่อสร้างนับสิบปี ควรได้รับฉันทามติจากประชาชนทั้งประเทศ ไม่ควรรีบเร่ง โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลชุดนี้มีระยะเวลากำหนดชัดเจนในการยุบสภาภายใน 4 เดือน หากต้องการผลักดันจริง ควรนำนโยบาย SEC ไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อสร้างความชอบธรรมจากประชาชน"

นอกจากนี้ยังมองว่า ภายใน 4 เดือน โครงการแลนด์บริดจ์คงไม่คืบหน้ามากนัก เพราะรายงาน EHIA และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด การผลักดันกฎหมาย SEC ก็ไม่ควรมองแยกจากกัน หากรัฐบาลต้องการเดินหน้าจริงควรเป็นการทำงานระยะยาว ควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นและการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนโครงการขนาดใหญ่สามารถศึกษาไปพร้อมกันได้ แต่ไม่ควรเร่งรัด

Recent posts