ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เว็บ thaingo.org จะปรับค่าบริการจากเดิม 300 บาทเป็น 500 บาท

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

 16 ปี แห่งความหลัง ทั้งรัก ทั้งชัง ทั้งหวาน และขมขื่น



ผมไม่เคยโกหก ว่า ผมเคยร่วมชุมนุม ม็อบพันธมิตร เพื่อแสดงพลังภาคประชาชน ผมเชื่อในบทบาทภาคประชาชน ในการพัฒนาการเมืองไทย ให้เป็นระบอบประชาธิปไตย ผมในห้วงปีนั้น 2549 เชื่อว่าเดินไปสู่จุดสูงสุดในฐานะคนทำงานสื่อ NGOs เว็บไซต์เล็กๆ ที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับคนทำงานพัฒนา

www.thaingo.org กำเนิดในยุคที่ทีวีสาธารณะ อย่าง itv ถูกอำนาจการเมืองแทรกแซง และสุดท้าย ล่ม!  ทำให้ในยามนั้น คนทำงานเคลื่อนไหว งานพัฒนา (NGOs) มองหาสื่อทางเลือก มองหาเครื่องมือที่ใช้สื่อสารกับสังคม โดยไม่ถูก Censer ตรวจสอบ จากอำนาจ หรือ กอง บก. และ ThaiNGO เกิดในสถานการณ์ที่ คนทำงานพัฒนา ถูกป้ายสี ทำลายจากพรรค และ นักการเมืองปากมีดโกน อย่างประชาธิปัตย์ โจมตีอย่างหนักว่า “นายหน้าค้าความจน“ “รับเงินต่างชาติ” ในยุคที่การเคลื่อนไหวของประชาชน ขึ้นสู่จุดสูงสุด มีขบวนประชาชนร่วมเคลื่อนไหว มากที่สุด แทบทุกครั้ง ในนาม สกอ. สกย. สกย.อ. และสมัชชาคนจน คำว่า NGOs ปรากฏบนหน้าสื่อแทบทุกวัน มีการเคลื่อนไหวแทบทุก พื้นที่ ทุกจังหวัด สั่นคลอนเสถียรภาพการเมือง แทบทุกพรรค และคับคั่งหนาตา เสมอเมื่อคนจนมาถึงหน้าทำเนียบ ยุคนั้น มีความหลากหลายขององค์กร มากถึง 14 เครือข่าย ปัญหา ดิน น้ำ ป่า ทรัพยากร สิทธิ แรงงาน ศาสนา สลัม  สิ่งแวดล้อม สตรี เด็ก คนชรา สื่อ ชายขอบ ฯลฯ เป็นยุคเบิกบานด้านเสรีภาพ ด้วยกลไกสถาบันต่างๆ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ให้เขียนให้ ชุมชนมีสิทธิปกป้องตนเองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ประเทศที่ คนจน คนชนบท คนที่ตัวเล็กๆ ที่ถูกความเจริญ ถูกโครงการพัฒนา ทุน และข้าราชการ ละเมิด กดขี่ และกระทำผิดต่อ มายาวนาน วันหนึ่งก็มีกฎหมายที่ร่างจากประชาชน  เพื่อประชาขน และ โดยประชาชน

หลายปัญหาถูกสรุปประเด็นทางแก้และทางออก ตรงกัน คือ ที่ปากอุโมงค์ ยอดพีระมิดอำนาจ  นั่นคือ กฎหมาย นโยบาย และอำนาจต่อรองทางการเมือง สำหรับผม สามารถเรียกได้ว่า นี่คือ ทอง ของงานชุมนุม
!!

ในสถานการณ์เดียวกัน พรรคการเมืองซึ่งนำโดย พ.ต.อ.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก็เข้มแข็ง และมีเสถียรภาพที่สุด ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะเข้มแข็ง มีอำนาจ มีเอกภาพได้ขนาดนี้ บทบาทการเมือง นักการเมือง โดดเด่น แตกต่างจากรัฐบาลก่อนๆ นโยบายที่ทั่วถึงคนจนๆ รากหญ้า โครงการใหม่ๆ นโยบายใหม่ๆ และการรื้อ ปฏิรูป ปรับโครงสร้าง องค์กรเก่าๆ ให้ใหม่ มีกำไร มีอนาคต และทันสมัย ถูกปรากฏเป็นที่ชอบใจประชาชน แน่นอนว่า มีฝ่ายได้ ย่อมมีฝ่ายเสีย การเมืองเองก็เหิมเกริมหลังจากคุมเสียงในสภาได้แบบเบ็ดเสร็จ กลายเป็นอำนาจที่ไม่ถูกดุล ผลประโยชน์ที่เปลี่ยนมือ เฉียบพลัน และการละเลยรับฟังเสียงผู้ประสบปัญหาจากนโยบายการเมือง จนนำมาซึ่งการรวมพลังกันเคลื่อนไหว วิจารณ์ ตรวจสอบ กดดัน  และถึงที่สุด คือ การขับไล่รัฐบาล

ผมคนหนึ่งที่เชื่อว่า นี่คือบทบาทของประชาชน ที่สามารถทำได้ การเคลื่อนไหว การเล่นการเมืองบนท้องถนน ล้วนเป็นหลักการสากลที่ประเทศในโลกประชาธิปไตย ต่างยอมรับ นี่คือระบอบประชาธิปไตย ที่ผมก็เชื่อเช่นกัน การชุมนุมเริ่มขยายวงกกว้าง แผ่ แพร่ขยาย ส่งสัญญาณเตือน “รัฐบาล” และขอให้ลาออก เพื่อเลือกตั้งใหม่ ตามกฎเกณฑ์ของระบอบ ว่า เมื่อประชาชน คนส่วนใหญ่ เกือบทั้งประเทศ ออกมาแสดงพลังไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็ต้องลาออก
!!  



แต่แล้ว ทุกอย่างก็ดับวูบ มืดมน
!!    เกิดรัฐประหาร ขึ้น ในวันที่ 19 กันยายน 2549  ประชาชนส่วนหนึ่ง เฮลั่น ปรบมือ แซ่ซ้อง  แห่แหนกันถือดอกไม้ ออกมามอบให้ทหาร ยกทหารขึ้นเป็นฮีโร่ “กู้ชาติ” อีกส่วนหนึ่งช็อค อกหัก  ตกใจ มีคำถาม และเริ่มผิดหวัง แล้วจากนั้น ก็เอาแต่กราดเกรี้ยว ฟูมฟาย ด่าตัวเอง  ซึ่งในจำนวนนี้มีผมด้วยคนหนึ่ง เพราะเราไม่เคยเชื่อเรื่องยึดอำนาจ ไม่ยอมรับการแทรกแซงการเมืองจากทหาร และเสียใจ ผิดหวัง หัวใจสลายที่ ผู้นำขบวนการเคลื่อนไหว NGOs ยอมรับ หรือที่หนักหนาสาหัส คือ ชื่นมื่น ร่วมงานจิบไวน์กับผู้นำทหาร อย่างออกหน้าออกตา ทั้งๆ ที่นั่นคือการฉีก “กฎหมายรัฐธรรมนูญ 2540” กฎหมายที่ประชาชน ทั้งประเทศ ร่วมกันร่างขึ้นมา แกนนำหลายคน ผันไปรับตำแหน่งทางการเมืองจากการแต่งตั้งโดยทหาร ที่ยึดอำนาจ

ปี
2550 ผมหันหลังกลับบ้าน  ทำไร่ ปลูกต้นไม้ ใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่ชนบท ไม่สนใจ ไส่รับรู้ข่าวสารบ้านเมือง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และไม่กลับไปเดินตามเส้นทางปณิธาน งานพัฒนา ( NGOs) จากใครอีกแล้ว.....

รำลึก
16 ปี แห่งความหลัง ทั้งรัก ทั้งชัง ทั้งหวาน และขมขื่น