ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีงาน thaingo ดูและคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

การผลิตซ้ำใหม่ ของขบวนการเยาวชน คนหนุ่มสาวอีสาน

 

เรื่องประวัติศาสตร์ประชาชน เรื่องพลังปลุกใจของมัน ถ้าหยิบขึ้นมาใช้ ให้ถูกที่ถูกเวลา ถูกคน เรื่องเก่าๆ ก็มีอำนาจในปัจจุบันได้เช่นกันนะครับ อาทิ ประวัติศาสตร์นักต่อสู้ นักเคลื่อนไหว เพื่อประชาธิปไตย อย่าง จิตร ภูมิศักดิ์ ครูครอง จันดาวงศ์ นายเตียง ศิริขันธ์ และอีกหลายๆ คน ซึ่งวันนี้ ก็ยังได้กลับมามีชีวิตชีวา มีพลัง และถูกขับขานใหม่ อีกครั้ง  กระตุ้นการรู้สึก สำนึกทางการเมืองให้คนหนุ่มสาว และประชาชนผู้รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตย  มาโดยตลอด กระตุ้นการแลกเปลี่ยน ตั้งคำถาม และตอบคำถาม ซึ่ง บทสรุปสุดท้าย ก็คือ อีหรอบ  เดิมๆ คนเดิมๆ กลุ่มเดิมๆ ขั้วเดิมๆ และ เลวร้าย เช่นเดิม ในสถานการณ์ที่ โลกภายนอก เขาเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปมาก

วันนี้ (
31 พ.ค.25040 ) ครบรอบวันถูกสังหาร ครูครอง จันดาวงศ์  ผมเห็นภาพประชาชน เยาวชน คนหนุ่มสาว จัดงานรำลึกถึงครูครอง จึงทำให้นึกขึ้นได้ว่า ผมเคยวิเคราะห์บทบาทประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนอีสานจะกลับมาชีวิตในหัวใจคนหนุ่มสาว อีสาน ในทศวรรษนี้ ซึ่งก็จริง

ความน่าสนใจในขณะนี้ คือ ความบังเอิญของประวัติศาสตร์ เชิงบริบท กลับมาเหมือนเดิม อำนาจมืด ทหาร รัฐบาลเผด็จการ ความไม่ชอบธรรม ความเคลือบแคลง สงสัยต่างๆ รวมถึง การบริหารประเทศที่ไร้ประสิทธิภาพ เศรษฐกิจตกต่ำ สภาพสังคม เสื่อมทรุด เกิดความอัดอั้น อึดอัดไปทั่ว แถมยังมาเจอโรคระบาด และ การแก้ไขปัญหาที่ ไม่ตรงจุด ไม่ได้ผล ไม่สมเหตุสมผล หรือ โง่...
!!

ครูครอง จันดาวงศ์ (28 มกราคม พ.ศ. 2451 – 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2504) เป็นครู นักการเมืองและนักเคลื่อนไหวชาวไทย เป็นหนึ่งในสมาชิกขบวนการเสรีไทยสายอีสาน[1] ช่วงบั้นปลายชีวิตเป็นผู้ต้องโทษตามมาตรา 17 ของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เจ้าของวลี "เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ" ( อ้างจากเว็บวิกิพีเดีย )  ครูครอง ถูกจับพิพากษารับ โทษประหาร โดยไม่ผ่านกระบวนยุติธรรม ที่กรุงเทพฯ และถูกนำมาสังหารให้ชาวบ้านดู ที่บ้านเกิด อ.สว่างดินแดน สกนคร ทำให้ ครูครอง จันดาวงศ์ ถูกขับขานเป็แรงบันดาลใจ เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เป็นสัญลักษณ์การต่อต้านเผด็จการ เรื่อยมา

นี่เป็นแค่บางตอน ของชีวิตคนๆ เดียวที่ ถูกอำนาจทมิฬ จากรัฐบาลทหาร กระทำ และยังมีหลายชีวิตในเวลานั้น ที่ถูกพิพากษาโทษประหารโดยไม่ผ่านศาลยุติธรรม ความคับแค้นนี้ จุดไฟความปวดร้าว และติดปะทุทุกที เมื่อเล่าขานออกไป นั่นเพราะ รัฐไทย และชนชั้นนำ ซึ่งมีไม่กี่คน ไม่เคยจดจำเป็นบทเรียน และเชื่อแต่เพียงว่า ความรุนแรง เด็ดขาด คือ มาตรการที่ได้ผล

 

ผมติดตาม บทบาท คนหนุ่มสาวอีสาน  ตั้งแต่ ปี 2549 หลังจากได้ทำกิจกรรมกับ คนหนุ่มสาวนักศึกษา ม.มหาสารคามและ  ม.อุบลราชธานี จากนั้น ก็เฝ้ามองบทบาท กลุ่มดาวดิน ชมรมคนสร้างฝัน ขบวนการคนหนุ่มสาวอีกหลายกลุ่มหลายชมรม หลายรุ่น มาเรื่อยๆ ที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศ ผลิตซ้ำ ตีความใหม่ จากตำนาน เรื่องเล่าขาน ประวัติศาสตร์ ต่างๆ ของคนอีสาน ที่ลุกขึ้นต่อสู้ กับความไม่ยุติธรรม

ประวัติศาสตร์ เก่าๆ ที่เข้ากับสถานการณ์ บ้านเมือง  สะสมจากปริมาณสู่คุณภาพ ทำให้
10 กว่าปีมานี้ บนเส้นทางการสร้างต้นแบบทางสำนึกการเมือง แบบใหม่  ในความคิดคนหนุ่มสาว ทั้งมหาวิทยาลัย นักกิจกรรม กลุ่มปัญญาชน ศิลปิน กวี นักดนตรี ล้วนแต่มีส่วนร่วม อย่างสำคัญ รวมถึงสถานการณ์การต่อสู้ ของชาวบ้าน ประชาชน ที่เกิดขึ้น  อยู่ตลอดเวลาและที่สำคัญ ความเหลวแหลกของรัฐ ภายใต้การบังเหียนของ กลุ่มอำนาจเดิม ๆ  และ บทบาทของทหาร ที่เอนเอียง  ที่ใช้แนวทาง อำนาจนิยม และเผด็จการ ในการจัดการ


และจากนี้ไปลูกหลานของแกนนำ ของนักต่อสู้ ของนักเคลื่อนไหว ของเหยื่อจากความรุนแรง ของคนที่รักความยุติธรรม ของประชาชนคนไทยทุกๆ คน เดินออกมา ชูมือ เหมือนครูครอง และ ออกมาตะโกนไปตามท้องถนน “เผด้จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”