Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

สำหรับท่านที่โอนเงินหลังวันที่ 9 เมษายน 2569 ทางเราจะส่งใบเสร็จหลังเทศกาลสงกรานต์
For those who make payments after April 9, 2026, we will issue the receipt after the Songkran Festival.

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
6 April 2016 1743

สมาคมฯต้านโลกร้อนยื่นนายกฯ “ขอซื้อคืนต้นไม้”

สมาคมฯต้านโลกร้อนยื่นนายกฯ “ขอซื้อคืนต้นไม้”
    หวังกระตุ้นจิตสำนึกข้าราชการไทยให้รู้จักปัญหาโลกร้อน ภัยแล้ง อันมีสาเหตุสำคัญมาจากการตัดต้นไม้ของหน่วยงานรัฐเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งขัดกับคำแถลงของนายกฯที่เวทีโลกร้อน   วันนี้ เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและเครือข่ายภาคประชาชนได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อ “ขอซื้อคืนต้นไม้” ขนาด 2 - 3 คนโอบ ที่แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักทางหลวงที่ 6 (เพชรบูรณ์) กรมทางหลวง ได้ขายให้เอกชนโดยวิธีการประมูลไปแล้วเกือบ 500 ต้นในราคม 1.245 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เอกชนได้ทำการตัดโค่นไปแล้วกว่า 50 ต้น เป็นเหตุให้ภาคประชาชนต้องออกมาคัดค้านผ่านสื่อสาธารณะและโซเชียลมีเดียอย่างหนักในขณะนี้   การขยายถนนของกรมทางหลวงสามารถทำได้ แต่ทว่าไม่มีความจำเป็นเลยที่รัฐจะต้อง “ขายต้นไม้กิน” ในราคาที่ถูกแสนถูก เพราะตลอด 2 ฟากฝั่งของถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ยังมีพื้นที่ว่าตามแนวเขตทางอีกฟากละเกือบ 20 เมตรที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ สามารถปรับแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้   การตัดต้นไม้เป็นต้นเหตุของการเพิ่มปัญหาโลกร้อน และภัยแล้ง ในขณะที่นโยบายของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ต้องการให้ช่วยกันรักษาป่า รักษาต้นไม้ แต่ทว่าหน่วยงานของรัฐกลับเป็น “อิเหนา” เสียเองเยี่ยงนี้แล้วจะไปรณรงค์บอกกล่าวให้ภาคประชาชนช่วยกันรักษาป่า รักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

thaingo060459-7

  ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อต้นปีท่านนายกรัฐมนตรียังได้ไปแถลงต่อเวทีสหประชาชาติที่ประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับเวทีการ  ประชุมว่าด้วยโลกร้อน (COP21) ว่าประเทศไทยมีโรดแม็ปว่าจะลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อนให้ได้ 20 – 25   % แต่การปล่อยให้กรมทางหลวงและหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ตัดต้นไม้กันเป็นว่าเล่นโดยไม่คำนึงถึง      นโยบายและปัญหาที่ตามมาแบบนี้จะให้ชาวบ้านเขาเชื่อมั่นท่านนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร

  สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและเครือข่ายภาคประชาชนจึงเดินทางมายื่นหนังสือต่อท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อเรียกร้อง ดังนี้   1)สั่งการให้กระทรวงคมนาคม โดยแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักทางหลวงที่ 6 (เพชรบูรณ์) กรมทางหลวง ทบทวนแบบแปลนหรือแนวเส้นทางโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข 12 เพื่อรองรับเส้นทางยุทธศาสตร์สายเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เสียใหม่เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่ออุโมงค์ต้นไม้หรือต้นไม้ขนาดใหญ่ในปัจจุบันที่เติบโตสวยงามให้ร่มเงาตลอดแนวถนนทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ช่วงแยกพ่อผาเมืองถึงศูนย์สร้างหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์   2)สั่งการให้กระทรวงคมนาคม โดยแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักทางหลวงที่ 6 (เพชรบูรณ์) กรมทางหลวง กดดันและเจรจากับภาคเอกชนที่ประมูลซื้อขายต้นไม้ไปได้แล้วนั้น เพื่อที่จะอนุญาตให้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ภาคเอกชนและประชาชน ได้ “ซื้อคืนต้นไม้” ที่ยังไม่ได้ทำการตัดโค่นเกือบ 450 ต้นตลอดสองข้างทางของถนนทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ช่วงแยกพ่อผาเมืองถึงศูนย์สร้างหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่เอกชนที่ประมูลได้ยังไม่ทำการตัดโค่น เพื่อเก็บรักษาไว้ให้ประชาชนชาวเพชรบูรณ์และประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามของต้นไม้ทั้งสองฟากฝั่งของถนนได้ตลอดไป และช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย...นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

Related Articles

Recent Articles