Development News and Information Sources

ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อต้นปีท่านนายกรัฐมนตรียังได้ไปแถลงต่อเวทีสหประชาชาติที่ประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับเวทีการ ประชุมว่าด้วยโลกร้อน (COP21) ว่าประเทศไทยมีโรดแม็ปว่าจะลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อนให้ได้ 20 – 25 % แต่การปล่อยให้กรมทางหลวงและหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ตัดต้นไม้กันเป็นว่าเล่นโดยไม่คำนึงถึง นโยบายและปัญหาที่ตามมาแบบนี้จะให้ชาวบ้านเขาเชื่อมั่นท่านนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร
สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและเครือข่ายภาคประชาชนจึงเดินทางมายื่นหนังสือต่อท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อเรียกร้อง ดังนี้ 1)สั่งการให้กระทรวงคมนาคม โดยแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักทางหลวงที่ 6 (เพชรบูรณ์) กรมทางหลวง ทบทวนแบบแปลนหรือแนวเส้นทางโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข 12 เพื่อรองรับเส้นทางยุทธศาสตร์สายเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เสียใหม่เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่ออุโมงค์ต้นไม้หรือต้นไม้ขนาดใหญ่ในปัจจุบันที่เติบโตสวยงามให้ร่มเงาตลอดแนวถนนทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ช่วงแยกพ่อผาเมืองถึงศูนย์สร้างหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ 2)สั่งการให้กระทรวงคมนาคม โดยแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักทางหลวงที่ 6 (เพชรบูรณ์) กรมทางหลวง กดดันและเจรจากับภาคเอกชนที่ประมูลซื้อขายต้นไม้ไปได้แล้วนั้น เพื่อที่จะอนุญาตให้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ภาคเอกชนและประชาชน ได้ “ซื้อคืนต้นไม้” ที่ยังไม่ได้ทำการตัดโค่นเกือบ 450 ต้นตลอดสองข้างทางของถนนทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ช่วงแยกพ่อผาเมืองถึงศูนย์สร้างหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่เอกชนที่ประมูลได้ยังไม่ทำการตัดโค่น เพื่อเก็บรักษาไว้ให้ประชาชนชาวเพชรบูรณ์และประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามของต้นไม้ทั้งสองฟากฝั่งของถนนได้ตลอดไป และช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย...นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด