28 November 2012
1412
เรียบเรียงโดย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ฝ่ายวิชาการโครงการพัฒนาเครือข่ายตำบลสุขภาวะในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตากรุณาเสมอ ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกท่าน เมื่อวันที่ 13-14 พ.ย. 2555 ผู้เขียนและคณะทำงานโครงการพัฒนาเครือข่ายตำบลสุขภาวะในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน7 คน ได้เข้าร่วม(ร่วมกับภาคีกว่า 500 คน) ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนจังหวะก้าวการขับเคลื่อนเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ที่ชลพฤกษ์รีสอร์ท อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผลการประชุมทั่งสองวันมีข้อเสนอมากมายในการขับเคลื่อนเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้ 1. ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงพร้อมปรับปรุงแนวทางการขับเคลื่อน ใน 7 ประเด็นสาธารณะ ได้แก่ การดูแลสุขภาพโดยชุมชน การลงทุนด้านสุขภาพโดยชุมชน การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน การจัดการภัยพิบัติ เกษตรกรรมยั่งยืน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการจัดการสวัสดิการสังคมโดยชุมชน โดยผ่านแกนนำเครือข่ายตำบลสุขภาวะทั่วประเทศ โดยนางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สสส.) ได้ให้ทัศนะพอสรุปได้ว่า “การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทบทวนจังหวะก้าวและยกระดับการทำงานเครือข่ายตำบลสุขภาวะ โดยรูปแบบการทำงาน เราจะกระตุ้นให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองใน 7 ประเด็นสาธารณะสำคัญดังกล่าวโดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สสส.) จะประสานไปยังเครือข่ายฯที่มีความเชี่ยวชาญ ให้เข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างชุมชนท้องถิ่นด้วยกัน เพราะ สสส. เป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุนให้ชุมชนเรียนรู้ด้วยตนเองและสร้างการเรียนรู้ระดับเครือข่ายด้วยกัน ทั้งนี้ ระยะเวลา 3 ปี เรามีเครือข่ายตำบลสุขภาวะจากทั่วประเทศทั้งหมด 1,500 แห่งที่สามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมี 300 ตำบลที่สามารถเป็นแม่ข่ายสำคัญในการขยายฐานตำบลสุขภาวะให้เพิ่มมากขึ้นต่อไป...นอกจากนี้ สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สสส.) จะยังจัดฝึกอบรมการแกนนำเครือข่ายในเรื่องการทำข้อมูล ,การเก็บข้อมูลคนในชุมชน, การวิเคราะห์ วิจัยชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถรู้ถึงปัญหาที่ชุมชนกำลังประสบอยู่ จนนำไปสู่การแก้ไขได้ด้วยตนเอง รวมถึงการอบรมด้านการสื่อสาร เพื่อให้สามารถสื่อสารกับสื่อมวลชนได้อย่างมีทักษะและกระบวนการที่ถูกต้อง” 2. ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชุมชนเพื่อชุมชน ทพ.กฤษดา เรืองอารย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ทัศนะพอสรุปใจความได้ว่า “การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้น่าอยู่ว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการตลอด 2 วันที่ผ่านมา ก็เพื่อต้องการให้เครือข่ายตำบลสุขภาวะได้ทบทวน 7 ประเด็นสาธารณะที่ได้ดำเนินการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รวมถึงกำหนดประเด็นใดที่จะทำเพิ่มเติมต่อไปในปีหน้า เราตั้งเป้าในปี 2557 จะเพิ่มเครือข่ายตำบลสุขภาวะจาก 1,500 แห่ง ให้เป็น 3,500 แห่งทั่วประเทศ หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ประเทศไทยก็จะน่าอยู่ต่อไป โดยฝากถึงชุมชนที่กำลังจะเริ่มต้นพัฒนาตนเองไว้ว่า ปัจจัยในการจะสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ จะต้องเริ่มต้นที่ท้องถิ่น ถ้าผู้บริหารท้องถิ่นลุกขึ้นมาสร้างความสุข ใส่ใจความต้องการจริงๆ ของคนในชุมชน มากกว่าการไปก่อสร้างต่างๆ ผลที่ออกมาก็คือผู้นำก็จะได้รับความรัก การสนับสนุนจากประชาชนอย่างแท้จริงและยั่งยืน