ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ในคดีสงครามยาเสพติดอันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์

ในคดีสงครามยาเสพติดอันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์

22 July 2015

5291

ขอเชิญร่วมฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง

ในคดีสงครามยาเสพติดอันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์

วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 เวลา 09.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี 813 ศาลอาญา  ถนนรัชดาภิเษก  มีนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำที่ อ.3252/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อ.2600/2555  ระหว่าง พนักงานอัยการ  สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1   โจทก์  กับ ด.ต.อังคาร  คำมูลนา ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน จำเลย จึงขอเชิญสื่อมวลชนและท่านผู้สนใจเข้าร่วมฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันและเวลาดังกล่าว 

คดีนี้ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 แต่เนื่องจากจำเลยที่ 3 ไม่มาศาล  โดยนายประกันของจำเลยที่ 3 แถลงต่อศาลว่า   จำเลยที่ 3 ย้ายเข้ามาทำงานที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และไม่สามารถติดต่อจำเลยที่ 3 ได้ ศาลตรวจสำนวนดูแล้วปรากฏว่า ยังไม่สามารถส่งหมายให้กับจำเลยที่ 3 ได้ จึงเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ออกไปในวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 เวลา 09.00 น. หากจำเลยที่ 3 ไม่มาศาลตามนัดศาลจะพิจารณาสั่งเรื่องสัญญาประกันต่อไป

โดย คดีดังกล่าวโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ ก่อน  ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย  และเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาการะทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ   สืบเนื่องจากกรณีนายเกียรติศักดิ์        ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปี เด็กนักเรียน จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตด้วยการถูกฆ่าแขวนคอที่กระท่อมกลางทุ่งนาใน จ.ร้อยเอ็ด หลังจากได้รับการปล่อยตัวจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2547 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามกับยาเสพติด โดยญาติของนายเกียรติศักดิ์ ในฐานะผู้เสียหายได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการด้วย

คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ว่า  

1.         จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199, 289 (4) ประกอบมาตรา 83 ลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ประหารชีวิต ฐานร่วมกันย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย จำคุก 1 ปี แต่เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษอื่นมารวมอีกได้ ให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว  

2.         จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 200 วรรคแรก ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ ลงโทษจำคุก 7 ปี

 

3.         จำเลยที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนในการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

4.         ยกฟ้องจำเลยที่ 4

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2555 โจทก์ร่วมได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาในส่วนของจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 โดยขอให้ศาลลงโทษจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 เช่นเดียวกับจำเลยที่ 1  ที่ 2 และที่ 3 ทั้งนี้ พนักงานอัยการโจทก์ก็ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเช่นกัน แต่ได้ยื่นอุทธรณ์เฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 5 และที่ 6

เดือนมกราคม 2556 จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา โดยระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวมาโดยตลอด

ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดย 1 ในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว คือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549 โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียว ยาความเสียหายจากการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์  ถิตย์บุญครอง อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์  ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์  ถิตย์บุญครอง ทั้งนี้  สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานในการให้ความช่วยเหลือกรณีกลุ่มประชาชนใน พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ที่เสียชีวิตและถูกอุ้มหายช่วงระหว่างปี 2546-2548 เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นทนายความให้แก่โจทก์ร่วมในคดีนี้ และทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานดังกล่าวด้วย

ในปี 2548 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2552 พนักงานอัยการ  สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้อง ด.ต.อังคาร  คำมูลนา ที่ 1    ด.ต.สุดธินัน  โนนทิง ที่ 2   ด.ต.พรรณศิลป์  อุปนันท์ ที่ 3  พ.ต.ท.สำเภา  อินดี ที่ 4   พ.ต.อ.มนตรี  ศรีบุญลือ ที่ 5   พ.ต.ท.สุมิตร  นันท์สถิต ที่ 6  เป็นจำเลยในคดีดังกล่าว  นับเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง การรวบรวมพยานหลักฐาน และการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน 02-6930682                

วราภรณ์  อุทัยรังษี  (ทนายความ)             084-8091997

 

--

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)
โทรศัพท์ /แฟ๊กซ์ : 02-6930682
อีเมล์ : hrla2008@gmail.com
www.naksit.org
........................................................
Human rights Lawyers Association (HRLA)
email : hrla2008@gmail.com  tel/fax : 02-6930682 
 www.naksit.org

Recent posts