Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

คดีกองทัพเรือฟ้องสำนักข่าวภูเก็ตหวาน ศาลนัดฟังคำพิพากษา 1 กันยายน 2558

คดีกองทัพเรือฟ้องสำนักข่าวภูเก็ตหวาน ศาลนัดฟังคำพิพากษา 1 กันยายน 2558

22 July 2015

6327

 

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 ที่ห้องพิจาณาคดี 4 ศาลจังหวัดภูเก็ต ได้มีการสืบพยานจำเลยในคดีที่กองทัพเรือดำเนินคดีกับสำนักข่าวภูเก็ตหวานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 1 กันยายน 2558 เวลา 09.00 น.

คดีนี้กองทัพเรือดำเนินคดีกับสำนักข่าวภูเก็ตหวานซึ่งเป็นเวบไซต์หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษออนไลน์ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 กรณีเผยแพร่รายงานพิเศษของสำนักข่าวรอยเตอร์ เรื่อง ทหารไทยได้รับผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ผู้อพยพทางเรือ ในคดีหมายเลขดำที่ 2161/2557 ระหว่าง  พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์   กับ   บริษัท บิ๊ก ไอซ์แลนด์ มีเดีย จำกัด  โดยนายอลัน จอห์น มอริสัน กรรมการผู้มีอำนาจ กับพวกรวม 3 คน จำเลย

โดยจำเลยทั้งสอง ได้เบิกความยืนยันถึงการทำตามหลักวิชาชีพของสื่อมวลชนและเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีพยานในส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พยานนักวิชาการ ผู้เชียวชาญเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผู้ทำงานกับโรฮิงญา รวมทั้งสิ้น 7 ปาก มีประเด็นสำคัญ คือ

นายอลัน จอห์น  มอริสัน  ได้เบิกความยืนยันอกสารที่มีการอ้างว่ากองทัพเรือได้เงินค่าหัวจากชาวโรฮิงญาหัวละ 2,000 บาท นั้น  มาจากรอยเตอร์ ซึ่งระบุว่ากองกำลังทางเรือเป็นผู้ที่ได้รับเงิน ไม่ใช่กองทัพเรือ  เหตุที่ลงข้อความดังกล่าว เนื่องจากสำนักข่าวภูเก็ตหวานติดตามเกี่ยวกับเรื่องชาวโรฮิงญามาเป็นเวลา นาน  และสำนักข่าวภูเก็ตหวานเห็นว่าเรื่องของโรฮิงญาเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและ คาดหวังว่ารัฐบาลจะมองเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเช่นกัน  และเพื่อต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหากมีการเรียก เก็บเงินจากชาวโรฮิงญา

นางสาวชุติมา  สีดาเสถียร  เบิกความต่อศาลว่า หลังจากอ่านข่าวของรอยเตอร์แล้ว ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง พล.ร.ท.ธราธร ขจิตสุวรรณ  ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาค 3 ในขณะนั้น แต่ไม่สามารถติดต่อได้  โดยติดต่ออยู่หลายครั้ง  จนกระทั่งโทรศัพท์ไปที่สำนักงานแล้วมีเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะโทรติดต่อกลับมา แต่ไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด หลังจากนั้นอีก 3 วัน กองทัพเรือได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยทางสำนักข่าวภูเก็ตหวานก็ได้นำเสนอข่าวดังกล่าวด้วย การที่พยายามติดต่อไปเป็นการรับฟังอีกฝ่ายที่ถูกพาดพิง ไม่ใช่เป็นการนำเสนอข่าวเพียงด้านเดียว นอกจากติดต่อไปที่กองทัพเรือแล้ว ก่อนลงข่าวก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปที่ กอ.รมน. และตำรวจน้ำ โดยบุคคลที่พยานติดต่อคือ พล.ท.มนัส  คงแป้น ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนแยก 1 ในขณะนั้น ปัจจุบันถูกดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์

นายแพทย์นิรันดร์  พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เบิกความต่อศาลว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2556 พยานได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายอลันและนางสาวชุติมาว่ามีการละเมิดสิทธิของสื่อมวลชน หลังจากรับคำร้องแล้ว ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองดำเนินการตรวจสอบ โดยได้เรียกฝ่ายผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาให้ถ้อยคำ ตลอดจนได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย แต่ก็ตกลงกันไม่ได้  พยานเห็นว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวมีไว้เพื่อปราบปรามอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้คอมพิวเตอร์ แต่จากประสบการณ์การทำงาน การบังคับใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์เนื่องจากมีการนำมาใช้กับความผิดอื่น เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น  

นาง สาวสาวตรี  สุขศรี  อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้เชียวชาญเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ เบิกความต่อศาลว่า  จากการทำวิจัยเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์พบปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เช่น มาตรา 14 ซึ่งค่อนข้างที่จะหาขอบเขตได้ยากในการตีความและปล่อยให้เจ้าพนักงานใช้ดุลยพินิจมากเกินไป มีการวางตำแหน่งของคำและการใช้ถ้อยคำที่สับสน โดยอธิบายว่า มาตรา 14(1) ไม่ได้มีเจตนารมณ์ในการใช้ฟ้องหมิ่นประมาท เจตนารมณ์ที่แท้จริงเพื่ออุดช่องว่างของการกระทำปลอมแปลงเอกสารที่ไม่สามารถจับต้องได้ ความผิดที่มุ่งหมายตามกฎหมายนี้ คือ ความผิดอาชกรรมคอมพิวเตอร์ เช่น การล่อเหยื่อออนไลน์ (Phishing) เป็นการหลอกลวงโดยใช้อีเมล์หรือเวบไซต์ปลอมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล แต่ปัจจุบันมีการนำไปใช้ฟ้องหมิ่นประมาทจำนวนมากซึ่งไม่ตรงตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมายฉบับดังกล่าว

โดยในการพิจารณาคดีสืบพยานโจทก์และจำเลย ในวันที่ 14 -16 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้น  มีองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรสิทธิมนุษยชนของไทยร่วมรับฟังและสังเกตการณ์การพิจารณาคดีด้วย เช่น  พันธมิตรเพื่อสื่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Press Aliance)  คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists คณะผู้แทนจากสหภาพยุโรป (EU) ผู้แทนจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ผู้แทนจากสถานทูตออสเตรเลีย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดเสรีภาพในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศิริวรรณ ว่องเกียรติไพศาล (ทนายความ)   081-8332619

ดูรายละเอียดคดีเพิ่มเติมได้ที่

http://phuketwan.com/tourism/phuket-journalists-face-court-april-says-prosecutor-20042/

หรือ http://freedom.ilaw.or.th/case/554

 

--

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)
โทรศัพท์ /แฟ๊กซ์ : 02-6930682
อีเมล์ : hrla2008@gmail.com
www.naksit.org

Recent posts