ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

เวที อีเอชไอเอ เหมืองโปแตชอุดรฯ ขวางไม่ให้ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ เข้าร่วม

เวที อีเอชไอเอ เหมืองโปแตชอุดรฯ ขวางไม่ให้ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ เข้าร่วม

23 July 2012

848

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี จำนวนกว่า 300 คน ได้รวมตัวกันที่บริเวณสนามทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี เพื่อที่จะไปเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ของโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี โดย บริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (เอพีพีซี) ว่าจ้าง บริษัท ทีม คอลซัลติ้ง เอนจีเนียริ่ง จำกัด ให้ดำเนินการศึกษา และทำการจัดเวทีที่โรงแรมบ้านเชียง ในเวลา07.00 น .- 14.00 น. แต่กลับถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าไปร่วมเวทีเพื่อแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ต่อร่างรายงานดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ได้สนธิกำลังกันจากหลายสถานีในจังหวัดอุดรฯ เพื่อกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ นอกจากนี้ก็มีการตั้งด่านสกัดเป็นจุดๆ เริ่มตั้งแต่บริเวณสี่แยกบายพาสอุดรธานี ไปจนถึงบริเวณสนามทุ่งศรีเมือง ส่วนบริเวณโรงแรมบ้านเชียงซึ่งเป็นสถานที่ดำเนินการจัดประชุม มีการจัดกำลังเป็นสองชั้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากันเป็นแนวปิดประตูทางเข้าออกของโรงแรม ส่วนภายในบริเวณโรงแรมยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ อส. ซึ่งทางฝ่ายปกครองจังหวัดอุดรฯ จัดเตรียมมา รวมจำนวนกว่า 200 นาย กระจายกันตรึงกำลังทั่วโรงแรม โดยเฉพาะประตูทางเข้าด้านหน้าที่มีกำลังตำรวจอย่างหนาแน่นที่พยายามกันไม่ ให้ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ และคนภายนอกที่สนใจในเมืองเข้าไปเข้าร่วมเวที นอกจากสื่อมวลชน และชาวบ้านฝ่ายที่บริษัทเกณฑ์เข้ามาร่วมเวที ขณะ เดียวกันก็พบว่ามีสมาชิกชมรมคนรักอุดรจำนวนหนึ่ง นำโดยนายขวัญชัย ไพรพนา ได้นำรถบรรทุก 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงมาดักรอที่หน้าโรงแรม เพื่อเตรียมเผชิญหน้ากับกลุ่มอนุรักษ์ฯ หลังจากนั้นกลุ่มอนุรักษ์ฯ ประมาณ 30 คน ได้ไปยืนถือป้ายคัดค้านการจัดเวทีที่ด้านหน้าโรงแรม และแบ่งกลุ่มชาวบ้านกระจายกันออกทำการรณรงค์ให้ข้อมูล แจกเอกสารใบปลิว ถึงความไม่ชอบธรรมและการกีดกันไม่ให้เข้าร่วมเวที อีเอชไอเอ ในครั้งนี้ โดยเดินไปตามบริเวณ ตลาดเทศบาลบ้านเชียง ตลาดบ้านห้วย และตลอดแนวสองฝั่งถนนโพธิ์ศรี จนถึงสถานีรถไฟอุดรธานี ซึ่งได้รับความสนใจจาก พ่อค้าแม่ค้าในตลาด และคนในเมืองอุดรฯ เป็นอย่างดี นาง มณี บุญรอด แกนนำชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้กล่าวถึง ความตั้งใจของกลุ่มอนุรักษ์ฯ ที่จะไปเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ว่า ต้องการที่จะไปเสนอมุมมองความคิดเห็นของชาวบ้าน ที่ติดตามโครงการเหมืองแร่โปแตชจังหวัดอุดรธานีมาเป็นระยะเวลากว่า 12 ปี “กลุ่ม อนุรักษ์ฯ เป็นผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่โครงการฯ อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการเสนอข้อมูลผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และก็มีข้อเสนอแนะต่อโครงการฯ ด้วย แต่พอมาถึงก็ถูกกีดกันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนาย ไม่ให้ชาวบ้านเข้าร่วม และยิ่งไปกว่านั้น นายขวัญชัย ไพรพนา ก็ได้พากลุ่มชมรมคนรักอุดรฯ และรถเครื่องเสียงขนาดใหญ่ มาขัดขวาง ดิฉันจึงอยากจะตั้งคำถามถึงกลุ่มชมรมคนรักอุดรว่าที่ผ่านมาประกาศต่อสาธารณะ ว่าเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ในวันนี้กลับมีพฤติกรรมที่สวนทางกัน โดยมาปิดกั้นการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อมาแสดงความคิดเห็นต่อโครงการเหมืองโปแตช” นางมณีกล่าว ด้าน นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานงานศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ (ศสส.) อีสาน ได้กล่าวถึงกรณีการปิดกั้นชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ในการที่จะเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ในครั้งนี้ว่า การจัดเวทีของบริษัทเอพีพีซี ในวันนี้ บริษัทต้องการจะสร้างภาพต่อสาธารณชนว่ามีความจริงใจในการทำ อีเอชไอเอ เพื่อผลักดันโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี เพราะในความเป็นจริงนั้นโครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี ไม่เป็นโครงการรุนแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 ที่ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดให้ทำ อีเอชไอเอ จึงไม่จำเป็นต้องทำ อีเอชไอเอ เพื่อเสนอให้ คณะกรรมการองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมพิจารณา ที่ต้องทำคือ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอเพียงเท่านั้น นายสุวิทย์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “การ จัดเวทีอีเอชไอเอ ของบริษัทในวันนี้ เป็นการแนะนำจาก กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ หรือ กพร. ให้ดำเนินการทำ แต่กลุ่มอนุรักษ์ฯ กลับถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อโครงการฯ ตามรัฐธรรมนูญ กพร. จึงสมควรที่จะออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ในส่วนของราชการจังหวัดอุดรธานีนั้น ก่อนหน้านี้ 2 วัน ชาวบ้านได้เข้าพบผู้ว่าฯ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อความไม่ชอบธรรมในการจัดเวทีมาแล้ว แต่ผู้ว่าฯ กลับไปปรากฏตัวเป็นประธานเปิดงาน ทั้งๆ ที่ผู้ว่าฯ ควรใช้สติปัญญาพิจารณาว่า ควรจะสนับสนุนเวทีลักษณะนี้หรือไม่ ซึ่งถ้าต่อไปชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ จะดำเนินการจัดเวทีให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการเหมืองแร่โปแตชฯ ผู้ว่าฯ ก็ต้องมาร่วมเช่นกัน” ศูนย์สื่อชุมชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ศสธ.)

Recent posts