ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

NGO โต้กรมเหมืองแร่ฯ ยันทุนจีนรุกคืบเหมืองโปแตชอีสาน เล็งขยายพื้นที่ หนองคาย, นครพนม

NGO โต้กรมเหมืองแร่ฯ ยันทุนจีนรุกคืบเหมืองโปแตชอีสาน เล็งขยายพื้นที่ หนองคาย, นครพนม

14 July 2012

1075

จากการแถลงข่าวของอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง กพร. และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีหารือได้ข้อยุติการตรวจสอบขั้นตอนการขอประทานบัตรเหมืองแร่โปแตชทั้งนี้ ในเนื้อหาส่วนหนึ่งอธิบดี กพร.ได้ระบุว่า การเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อประมาณกลางเดือนเมษายน 2555 ได้มีการยกแหล่งแร่โปแตชให้ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทั้งแก้ไขกฎหมายอำนวยความสะดวกให้แก่บริษัทเหมืองแร่ของจีน นั้น ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง “กรม อุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะดำเนินการรับจดทะเบียนคำขออาชญาบัตรพิเศษ และดำเนินการคำขอตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่อไป มิได้มีการแก้ไขกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใดแต่อย่างใด” (ดูใน www.dpim.go.th) ด้าน นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานงานศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ (ศสส.) อีสานซึ่งได้ติดตามตรวจสอบกรณีการทำเหมืองแร่โปแตชในภาคอีสานมาอย่างต่อ เนื่อง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 9 พ.ค. 55 ว่า หลังจากที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยือนประเทศจีนก็ปรากฏว่ามีข่าว ที่เกี่ยวเนื่องกับนายทุนเหมืองของจีน รุกเข้ามาเพื่อขอสัมปทานแหล่งแร่ในภาคอีสานเพิ่มขึ้นอีกหลายพื้นที่ ทั้ง นี้ ตามขั้นตอนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศยกเลิกมาตรา6 ทวิวรรคสอง ของพ.ร.บ.แร่ 2510 ในเขตพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตสำหรับดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ได้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเปิดให้เอกชนสามารถยื่นคำขออาชญาบัตร กับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อประกอบการเชิงพาณิชย์ และทำการผลิตแร่โปแตช “จาก การติดตามพบว่ากำลังมีการยื่นขออาชญาบัตรเพื่อทำการสำรวจแหล่งแร่โปแตช ในพื้นที่อ.สังคม, อ.ท่อบ่อ, อ.ศรีเชียงใหม่ และอ.สระใคร จ.หนองคาย เนื้อที่ประมาณ1แสนไร่ อ.เรณูนคร และอ.พระธาตุพนม จ.นครพนม เนื่อที่ประมาณ1แสนไร่ เช่นเดียวกัน โดยบริษัท แม่โขงไมนิ่ง และบริษัท ไทยโปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างทั้งไทย-จีน และ ไทย-ฝรั่ง” นอกจากนี้โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ที่มีชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ คัดค้านมากว่า12ปี ก็มีข่าวว่าบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ผู้ขอประทานบัตรกำลังจะขายหุ้น เพื่อระดมให้กับโครงการที่ต้องใช้ทุนมหาศาลอย่างโครงการท่าเรือน้ำลึกและ นิคมอุตสาหกรรมทวายในพม่า พร้อมกันนี้ บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ก็ได้ตกลงที่จะขายหุ้นส่วนหนึ่งในเหมืองแร่อลูมิเนียมในลาวให้กับผู้ร่วมลง ทุนจากจีน(ดูใน http://www.bangkokpost.com/business/economics/290833/itd-set-to-sell-stakes) “ถึง แม้ว่ายังไม่มีการเปิดเผยออกมาก็เชื่อว่าเหมืองแร่โปแตชที่อุดรฯ จะขายให้จีน เพราะที่ผ่านมาอิตาเลี่ยนไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีกับนายทุนจีน ซึ่งรวมทั้งโครงการทวายนี้ด้วย” นายสุวิทย์ให้ข้อมูล นาย สุ วิทย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทุนจีนได้รุกคืบเข้ามาอย่างหนักในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีกลุ่มนักธุรกิจในนาม “สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน” เดินสายล็อบบี้ เพื่อให้เกิดการลงทุนในภาคอีสาน และการเดินทางไปเยือนประเทศจีนของนายกรัฐมนตรี ก็เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน โดยเฉพาะกรณีโครงการเหมืองแร่โปแตช หากว่าหน่วยงานของรัฐเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติเข้ามากอบโกยเอาทรัพยากร ก็จะเกิดผลกระทบตามมาอย่างมหาศาล “การทำเหมืองในประเทศจีนมี ปัญหามาก ทั้งในเรื่องมาตรฐานด้านวิศวกรรมที่ต่ำ เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมของในการตัดสินใจ ดังนั้น การที่ กพร.กำลังจะเอาแผ่นดินไทยไปขายให้ต่างชาติ กพร. ต้องตอบให้ได้ว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร” นายสุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย /// ที่มา ศูนย์สื่อชุมชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ศสธ.)

Recent posts