พีมูฟออกแถลงการณ์หลังเจรจารัฐบาลใหม่ ชี้เห็นทิศทาง 10 นโยบายและตั้งคณะกรรมการบางชุดแล้ว คืบหน้าแต่ยังไม่พอ - รัฐบาลใหม่ต้องเร่งปัญหาเก่า ไม่ใช่แค่นับหนึ่งใหม่

พีมูฟออกแถลงการณ์หลังเจรจารัฐบาลใหม่ ชี้เห็นทิศทาง 10 นโยบายและตั้งคณะกรรมการบางชุดแล้ว คืบหน้าแต่ยังไม่พอ - รัฐบาลใหม่ต้องเร่งปัญหาเก่า ไม่ใช่แค่นับหนึ่งใหม่
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล หลังเจรจากับตัวแทนรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล โดยระบุว่าเห็นสัญญาณคืบหน้าในระดับนโยบายและมีการขับเคลื่อนคณะกรรมการแก้ปัญหาบางชุดแล้ว แต่ย้ำชัดว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก และรัฐบาลชุดใหม่ต้องไม่หยุดแค่การเริ่มต้น หากแต่ต้องเร่งสะสางปัญหาที่ค้างคามาหลายรัฐบาล
พีมูฟยืนยันให้รัฐบาลสานต่อแนวนโยบาย 10 ด้านที่ขับเคลื่อนมาต่อเนื่องหลายรัฐบาล ได้แก่ สิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย, การกระจายอำนาจ, การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, ที่ดินและการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การป้องกันภัยพิบัติ, การคุ้มครองชาติพันธุ์และสิทธิความเป็นมนุษย์, สิทธิและสถานะบุคคล, นโยบายรัฐสวัสดิการ และที่อยู่อาศัย-การพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
หนึ่งในประเด็นที่พีมูฟให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ พีมูฟยังเรียกร้องให้เร่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจหลายชุด ได้แก่
- คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ เพื่อกำกับติดตามภาพรวม
- คณะกรรมการขับเคลื่อนสิทธิ เสรีภาพ การกระจายอำนาจ และการจัดการภัยพิบัติ
- คณะกรรมการแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
- คณะกรรมการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ดินชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล
- คณะกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและชาวกะเหรี่ยง
แถลงการณ์ระบุว่ามีความคืบหน้าในแนวทางนโยบาย 10 ด้าน และการแต่งตั้งคณะกรรมการบางชุดได้เริ่มขยับแล้ว ซึ่งถือเป็นความพึงพอใจในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม พีมูฟเน้นย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการต่อสู้
ขบวนการยังแสดงความกังวลอย่างตรงไปตรงมาว่านโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภาแทบไม่มีส่วนใดที่ตอบโจทย์คนจนและคนชายขอบอย่างแท้จริง
พีมูฟประกาศชัดว่าการเจรจาครั้งนี้คือ “การเปิดฉากต่อสู้ครั้งใหม่ในรัฐบาลใหม่” และจะติดตามกำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด หากรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับปัญหาของชนชั้นนำมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน ขบวนการยืนยันว่าพร้อมกลับมาทวงสัญญาอีกครั้ง
“ไม่ว่ารัฐบาลไหน เราจะยังยืนหยัดเดินหน้าต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชนและสังคมที่เป็นธรรมโดยแท้จริง" - ส่วนหนึ่งจากแถลงการณ์พีมูฟ