Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

สำหรับท่านที่โอนเงินหลังวันที่ 9 เมษายน 2569 ทางเราจะส่งใบเสร็จหลังเทศกาลสงกรานต์
For those who make payments after April 9, 2026, we will issue the receipt after the Songkran Festival.

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
16 March 2026 2987

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมออกแถลงการณ์ ประณามความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ย้ำสังคมไทยต้องยืนอยู่บนความยุติธรรมและการเคารพความหลากหลาย

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมออกแถลงการณ์ ประณามความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ย้ำสังคมไทยต้องยืนอยู่บนความยุติธรรมและการเคารพความหลากหลาย

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมออกแถลงการณ์ ประณามความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ย้ำสังคมไทยต้องยืนอยู่บนความยุติธรรมและการเคารพความหลากหลาย

 

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเครือข่ายชุมชนกะเหรี่ยงใน 16 จังหวัดทั่วประเทศไทย นำโดย ผศ.ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ในฐานะประธานเครือข่ายฯ ได้ออกแถลงการณ์สาธารณะต่อเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง โดยเครือข่ายฯ ระบุอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมิใช่เพียงความขัดแย้งระหว่างปัจเจกบุคคล แต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างและคำถามสำคัญต่อสังคมไทยในวงกว้าง

เหตุการณ์ที่นำไปสู่การออกแถลงการณ์ครั้งนี้ คือกรณีที่มีการทำร้ายร่างกายบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยง การบังคับให้ขอโทษต่อหน้าสาธารณะ และมีการนำภาพหรือคลิปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยผู้กระทำกล่าวอ้างว่าเป็นการ "สั่งสอน" หรือ "กู้ศักดิ์ศรีคนไทย" ซึ่งถ้อยคำเหล่านี้ได้รับการแชร์ต่อในวงกว้างและสร้างความกังวลให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์และนักสิทธิมนุษยชนทั่วประเทศ

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ย้ำในแถลงการณ์ว่า องค์กรมิได้ต้องการกล่าวหาหรือเข้าข้างบุคคลใดเป็นการส่วนตัว แต่ต้องการชี้ให้สังคมเห็นว่าปรากฏการณ์นี้กำลังตั้งคำถามต่อหลักการพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยว่า "เราจะยืนอยู่บนหลักการของความยุติธรรม หรือปล่อยให้ความเกลียดชังและศาลเตี้ยกลายเป็นเครื่องมือของสังคม"

 

4 จุดยืนหลักของเครือข่ายฯ

แถลงการณ์ฉบับนี้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนใน 4 ประเด็นสำคัญ

1. กะเหรี่ยงคือส่วนหนึ่งของแผ่นดินนี้

เครือข่ายฯ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่ร่วมสร้างบ้านสร้างเมือง และดูแลผืนแผ่นดิน ภูเขา ป่าไม้ และสายน้ำของภูมิภาคนี้มาช้านาน ก่อนที่คำว่า "รัฐชาติ" จะถือกำเนิดขึ้น และก่อนที่จะมีการลากเส้นพรมแดนบนแผนที่ กะเหรี่ยงจึงมิใช่ "คนนอก" ของสังคมไทย แต่คือพลเมืองสยามและพลเมืองไทยโดยสมบูรณ์

แถลงการณ์อ้างถึงภูมิปัญญาของปราชญ์กะเหรี่ยงที่ว่า "ผืนดินไม่เคยถามว่าเรามาจากเผ่าไหน สายน้ำไม่เคยถามว่าเราพูดภาษาอะไร มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ตั้งกำแพงขึ้นระหว่างกัน" ซึ่งสะท้อนแก่นแท้ของการอยู่ร่วมกันในฐานะมนุษย์โดยไม่คำนึงถึงอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์

2. การทำร้ายคนต่างวัฒนธรรมไม่ใช่การปกป้องชาติ

เครือข่ายฯ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการสร้างวาทกรรมว่าการทำร้ายบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยงคือการ "ปกป้องคนไทย" หรือ "กู้ศักดิ์ศรีคนไทย" และชี้ว่าการอ้างความรักชาติเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับความรุนแรงต่อผู้ที่มีวัฒนธรรมแตกต่างออกไปนั้น เป็นแนวคิดที่อันตรายอย่างยิ่งต่อสังคมพหุวัฒนธรรม

เครือข่ายฯ ยืนยันว่า "ความเป็นไทย" ไม่เคยถูกสร้างขึ้นจากความเกลียดชัง แต่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากการอยู่ร่วมกันของผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมมาตลอดประวัติศาสตร์ และเตือนสังคมด้วยว่า "ไฟที่จุดเพื่อเผาคนอื่น สุดท้ายจะเผาบ้านของตัวเอง"

3. ศาลเตี้ยไม่ใช่ความยุติธรรม

เครือข่ายฯ ประกาศชัดเจนว่าไม่อาจยอมรับการใช้ความรุนแรง การรุมทำร้าย หรือการตั้งศาลเตี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาในสังคม ไม่ว่าผู้ถูกกระทำจะเป็นใคร และไม่ว่าข้อกล่าวหาจะเป็นอย่างไรก็ตาม

แถลงการณ์ระบุอย่างหนักแน่นว่า ในรัฐที่ยึดหลักนิติธรรม ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ตั้งตนเป็นผู้พิพากษาเหนือกฎหมาย การใช้กำลัง การใช้ความรุนแรง หรือการประจานผ่านสื่อ ล้วนไม่ใช่กระบวนการยุติธรรม พร้อมอ้างภูมิปัญญาชนเผ่าว่า "ผู้ที่ถือกำปั้นอาจคิดว่าตนมีอำนาจ แต่ผู้ที่ยึดความยุติธรรมต่างหากคือผู้ที่เข้มแข็งกว่า"

4. ศักดิ์ศรีของมนุษย์ไม่มีลำดับชั้น

เครือข่ายฯ ปฏิเสธการลดทอนคุณค่าของมนุษย์ผ่านการเหมารวมทางอัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นคำว่า "คนไทย" "คนกะเหรี่ยง" หรือชาติพันธุ์ใดก็ตาม โดยยืนยันหลักการพื้นฐานว่า ศักดิ์ศรีของมนุษย์ไม่เคยมีลำดับชั้น และไม่อาจถูกวัดด้วยชาติกำเนิดหรืออัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์

 

ข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อหน่วยงานรัฐ

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้ยื่นข้อเรียกร้องที่เป็นรูปธรรม 3 ข้อต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

ข้อเรียกร้องที่ 1 ขอให้มีการตรวจสอบและพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและเป็นธรรม บนหลักความเสมอภาคและหลักนิติธรรม หากปรากฏว่าฝ่ายใดมีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ต้องนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเคร่งครัด โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติหรือยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลใดทั้งสิ้น

ข้อเรียกร้องที่ 2 ขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ พร้อมทั้งนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุด มิใช่ปล่อยผ่านหรือยุติเรื่องโดยไม่มีการดำเนินคดี

ข้อเรียกร้องที่ 3 เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเครือข่ายชุมชนใน 16 จังหวัดทั่วประเทศไทย จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์

 

ข้อเสนอเชิงนโยบาย นำ พ.ร.บ. ชาติพันธุ์มาใช้

นอกจากข้อเรียกร้องเฉพาะกรณี เครือข่ายฯ ยังได้เสนอมิติเชิงนโยบายในระยะยาว โดยขอให้มีการนำ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการพิจารณาในกรณีนี้ โดยมองว่ากฎหมายที่เคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรมคือรากฐานสำคัญของสังคมที่เป็นธรรม และเป็นหลักประกันว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำในอนาคต

การเรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองชาติพันธุ์อย่างจริงจังนี้ สอดคล้องกับทิศทางของนานาชาติที่ให้ความสำคัญกับสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เครือข่ายฯ ได้แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อพี่น้องชาวไทยทุกเชื้อชาติ ทุกกลุ่มอาชีพ ที่มีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ และร่วมกันออกมาแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยระบุว่า "เสียงของท่านคือความหวังของสังคม"

การที่สังคมส่วนหนึ่งลุกขึ้นมาปฏิเสธความรุนแรงและวาทกรรมเกลียดชัง คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าสังคมไทยยังมีรากฐานของความเป็นธรรมและเมตตาธรรม ซึ่งเครือข่ายฯ มองว่าเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

 

แถลงการณ์ฉบับนี้ปิดท้ายด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของเครือข่ายฯ ต่ออนาคตของสังคมไทยว่า

"ป่าจะอยู่ได้เพราะต้นไม้หลายชนิด สังคมที่หลากหลายทางวัฒนธรรมจะอยู่ได้เพราะมนุษย์เคารพกัน สันติภาพมิได้เกิดจากการที่ผู้หนึ่งชนะอีกผู้หนึ่ง แต่เกิดจากการที่มนุษย์ทุกคนได้รับการยอมรับในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์"

ในโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษแห่งความหลากหลาย การทดสอบสำคัญของสังคมไทยมิใช่การทำให้ทุกคนเหมือนกัน แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความแตกต่างโดยไม่ทำร้ายกัน เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมยืนยันว่าจะติดตามกระบวนการยุติธรรมในกรณีนี้อย่างใกล้ชิด ด้วยความเชื่อมั่นในมนุษยธรรมและความหวังต่อสังคมที่ยืนอยู่บนความยุติธรรมอย่างแท้จริง

 

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม มีชุมชนสมาชิกใน 16 จังหวัดทั่วประเทศไทย ทำงานด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม สิทธิชาติพันธุ์ และสิ่งแวดล้อม ติดต่อและติดตามได้ผ่านช่องทางของเครือข่ายฯ

 

อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มได้ที่ เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ- KNCE

Recent Articles