Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

คำขอร้องจากลูกปลากระตัก “ปลาข้าวสาร-ปลาสายไหม”

คำขอร้องจากลูกปลากระตัก “ปลาข้าวสาร-ปลาสายไหม”

4 September 2015

4542

Blogpost โดย อัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล -- สิงหาคม 24, 2558 ที่ 20:00 
 

ลูกปลาหลายชนิดถูกเปลี่ยนชื่อและนำมาขายในท้องตลาด ที่จริงแล้วลูกปลาเหล่านั้นไม่ใช่สัตว์น้ำสายพันธุ์ขนาดเล็ก แต่เป็นลูกปลาเศรษฐกิจที่ยังมีขนาดเล็กถูกจับมาด้วยอวนตาถี่ ซึ่งคนรักอาหารทะเลอาจยังไม่รู้ว่าได้กินลูกปลาที่น่าสงสารเหล่านี้ และทำลายระบบสำคัญของห่วงโซ่อาหารโดยไม่รู้ตัว
 

ชื่อที่เรียกของปลากะตัก มีอะไรบ้าง

ปลากะตักมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ปลาข้าวสาร ปลาฉิ้งฉ้าง ปลาไส้ตัน ปลานิ่วเกี๊ยะ ปลาหัวอ่อน 1 ปลามะลิ  ปลาเก๋ย ปลากล้วย 2 

ปลากะตัก ชนิดที่อยู่ในประเทศไทย คือพันธุ์อะไร 
มีขนาดใหญ่แค่ไหน

ปลากะตักที่พบในอ่าวไทยที่พบมี 4 ชนิด ทั้งบริเวณอ่าวไทยและอันดามัน มีขนาดที่แตกต่างกันไปตามสายพันธ์และเพื่อเป็นการป้องกันการตัดวงจรชีวิตสัตว์น้ำ เราแนะนำให้บริโภคปลาที่มีขนาดโตเต็มวัยตามขนาดความยาวแรกเริ่มสืบพันธุ์ ซึ่งปลากระตัก 4 ชนิดที่พบในไทยมีขนาดดังนี้

1. Encrasicholina heteroloba (Rüppell, 1837)  
ขนาดความยาวแรกเริ่มสืบพันธุ์ 5 - 6.7 cm  ขนาดใหญ่สุดที่พบ 12.0 cm 3

 


2. Encrasicholina punctifer  (Fowler, 1938)
ขนาดความยาวแรกเริ่มสืบพันธุ์  7 cm  ขนาดใหญ่สุดที่พบ 13 cm  4

 


3. Encrasicholina devisi (Whitley, 1940)
ขนาดความยาวแรกเริ่มสืบพันธุ์ 4 cm  ขนาดใหญ่สุดที่พบ 8 cm  5 

 


4. Stolephorus indicus  (van Hasselt, 1823)
ขนาดความยาวแรกเริ่มสืบพันธุ์ 12 cm  ขนาดใหญ่สุดที่พบ 15.5 cm  6  ในประเทศไทยพบว่ามีขนาดยาวสุด 10 cm7   
 

ประโยชน์และบทบาททางระบบนิเวศของปลากะตัก

ปลากะตักถือว่าเป็น สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่บริเวณผิวน้ำถึงกลางน้ำ8และเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ได้อย่างเป็นอิสระด้วยตัวเอง ไม่ขึ้นกับการเคลื่อนที่ของมวลน้ำ(Nekton)  ได้แก่ปลา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล หมึก เป็นต้น โดยพวกที่เป็นสัตว์กินเนื้อ carnivorous จะว่ายน้ำเพื่อหาอาหาร และหลบภัยจากศัตรูโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้แหล่งอาหารเสมอไป บางครั้งอาจมีการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานได้เพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ หรือเพื่อการผสมพันธุ์ 9

ปลากะตัก ซึ่งเป็นปลาในห่วงโซ่อาหารชั้นที่สามจากห้าชั้นของสัตว์ทะเล ปลากะตักกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร และเป็นอาหารของปลาหมึกและปลาเศรษฐกิจ เช่น ปลาอินทรี ปลาทรายแดง เป็นต้น ดังนั้นการเพิ่มหรือลดของปลากะตักจึงเป็นตัวชี้วัดความสมดุลของท้องทะเล หากจับปลากะตักมากเกินไป ปลาใหญ่ซึ่งกินปลากะตักเป็นอาหารย่อมลดปริมาณลง10

วิธีการจับปลากะตัก เครื่องมือประมงอะไร มีข้อเสียอย่างไร
อนุญาตให้ใช้เครื่องอะไรจับ

เครื่องมือประมงปลากะตักที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันที่ถูกกฏหมายมี 2 ชนิดด้วยกันคือ

เครื่องมือประมงประเภทอวนครอบ ช้อน ยก ประกอบแสงไฟล่อ ทำการประมงในเวลากลางคืน ตามกฎหมายประมง พ.ศ. 2490  กำหนดขนาดตาอวนต้องไม่ต่ำกว่า 0.6 เซนติเมตร และต้องทำประมงห่างจากฝั่ง 3 ไมล์ทะเล  ต่อมาตามประกาศ กระทรวงเกษตรฯปี 2543 อนุญาตเฉพาะเพียงจำนวนเท่าที่ได้รับการจดทะเบียนเท่านั้น หรือ ห้ามมิให้มีการออกใบอนุญาตเพิ่ม  เรือประมงที่ใช้เครื่องมือประมงชนิดนี้มีทั้งเรือขนาดเล็กหรือเรือประมงพื้นบ้านที่มีความยาวต่ำกว่า 14 เมตร และเรือประมงพานิชซึ่งมีความยาว 14 เมตรขึ้นไป

เครืองมือประมงอวนล้อมจับปลากะตักกลางวัน กฏหมายกำหนดให้ขนาดตาอวนไม่ต่ำกว่า 0.6 ซม. ห้ามใช้ประกอบแสงไฟล่อ และทำประมงได้ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเท่านั้น เรืออวนล้อมปลากะตักกลางวัน โดยทั่วไปกฏหมายอนุญาติให้ทำประมงได้ถึงบริเวณชายฝั่ง ยกเว้นในบางพื้นที่เท่านั้นที่มีการประกาศเป็นเขตห้ามทำอวนล้อมปลากะตักกลางวัน เช่น ในเขตอ่าวบางสะพาน ที่ประกาศจังหวัดห้ามทำประมงอวนล้อมปลากะตักกลางวันในเขต 3,000 เมตรจากชายฝั่ง  เป็นต้น ต่อมาตามประกาศ กระทรวงเกษตรฯปี 2543  อนุญาตเฉพาะเพียงจำนวนเท่าที่ได้รับการจดทะเบียนเท่านั้น หรือ ห้ามมิให้มีการออกใบอนุญาตเพิ่ม เรืออวนล้อมปลากะตักกลางวันเป็นเรือประมงกลางถึงใหญ่ ที่ใช้ลูกเรือไม่ต่ำกว่า 5 คน

อย่างไรก็ตามกฏหมายประมงในเรื่องการทำประมงปลากะตักมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการจับลูกปลากะตัก หรือที่เรียกว่าข้าวสาร หรือปลาสายไหม และทำลายทรัพยากรประมงชนิดอื่น ๆ ด้วย 11คือ

ประการที่ 1  การใช้แสงไฟล่อ และใช้อวนตาถี่ขนาด 0.6 ซม นั้นทำให้เกิดการจับสัตว์น้ำวัยอ่อนชนิดอื่น ๆ ขึ้นมาด้วยอย่างมาก โดยเฉพาะลูกปลาเศรษฐกิจชนิดต่าง ๆ 

ประการที่ 2  ขนาดตาอวน 0.6 ซม เป็นขนาดตาที่เล็กมากเกินไป ส่งผลให้ปลากะตักที่จับได้จะเป็นปลากะตักขนาดเล็กเสียเป็นส่วนใหญ่ (นอกจากนี้มีการใช้อวนตาเล็กกว่า .6 ซม กันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ไม่มีการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง) ปลากะตักขนาดเล็กมีราคาดีกว่าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะขนาดปลาข้าวสาร หรือปลาสายไหมมีราคาดีกว่าปลากะตักทั่วไปไม่ต่ำกว่า 3 เท่า 

ประการที่ 3 อวนล้อมปลากะตักกลางวันซึ่งเป็นเรื่อประมงขนาดใหญ่ขนาดใหญ่ มีลูกเรือประมงไม่ต่ำกว่า 6-7 คน แต่กฏหมายอนุญาตให้ตีอวนได้ถึงชายฝั่งได้นั้น ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับชาวประมงพื้นบ้านเป็นอย่างมาก เพราะเรืออวนล้อมเหล่านี้กวาดจับลูกปลาวัยอ่อน (ด้วยขนาดตาอวนที่เล็กมาก) ชนิดอื่น ๆ ไปด้วย และกวาดจับลูกปลากะตักที่เป็นอาหารของปลาชนิดอื่น ๆ ที่เป็นปลาเป้าหมายของชาวประมงพื้นบ้าน 

ประการที่ 4 ในปัจจุบันมีเรือประมงเถื่อน (เพราะไม่สามารถขออาชญาบัตรของทั้ง 2 เครื่องมือได้) อยู่เป็นจำนวนมาก แต่ขาดการบังคับใช้กฏหมายในการจับกุม

ประการที่ 5 จากการรายงานของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน เรืออวนล้อมปลากะตักกลางวัน ได้ออกทำการประมงเกินเวลาที่กฏหมายกำหนด (ก่อนพระอาทิตย์ตก) ด้วยการใช้ โซน่าวิ่งหาฝูงปลา หรือใช้แสงไฟล่อ ซึ่งเป็นการทำประมงที่ผิดกฏหมาย แต่ก็ไม่มีการบังคับใช้กฏหมายในการจับกุม

ผลพิสูจน์ “ปลาข้าวสาร-ปลาสายไหม” เป็นลูกปลากะตัก 

ยุติความเชื่อของชาวประมงมานานหลายทศวรรษ 12

นายสิทธิ บุณยรัตผลิน อธิบดีกรมประมง แถลงว่า สืบเนื่องจากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดให้ชาวประมงที่ใช้อวนช้อน อวนยก อวนครอบที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอวนล้อมจับปลากะตักเวลากลางวัน ห้ามใช้อวนที่มีขนาดช่องตาอวนเล็กกว่า 0.6 เซนติเมตรจับปลากะตัก ทั้งนี้เพื่อให้ลูกปลากะตัก คือปลาข้าวสาร-ปลาสายไหมและลูกสัตว์น้ำอื่นๆ สามารถรอดตาอวนได้ แต่ชาวประมงซึ่งมีความเชื่อว่าปลาข้าวสาร-ปลาสายไหมเป็นปลาสายพันธุ์อื่นซึ่งโตเต็มวัยแล้วสมควรนำขึ้นมาใช้ประโยชน์จึงขอใช้ขนาดช่องตาอวนเล็กกว่า 0.6 เซนติเมตรจับปลากะตัก เพื่อยุติข้อสงสัยของชาวประมงจับปลากะตักในจังหวัดระยอง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง

นายประกิต กันยาบาล ได้มีคำสั่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2546 ให้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งประกอบด้วยนักวิชาการประมงและชาวประมง เพื่อทำการพิสูจน์ปลาข้าวสาร-ปลาสายไหม

อธิบดีกรมประมง กล่าวต่อไปว่า การพิสูจน์ปลาข้าวสาร-ปลาสายไหมแบ่งการพิสูจน์เป็น 2 ชุด เริ่มปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2546 และวันที่. 30 กันยายน 2546 โดยผู้แทนชาวประมงเป็นผู้ประสานให้นักวิชาการกรมประมงออกไปรวบรวมปลาข้าวสาร-ปลาสายไหมจากเรืออวนล้อมจับปลากะตักกลางวันของชาวประมงได้ปลาข้าวสาร-ปลาสายไหมมีชีวิตจำนวน 34 ตัว ขนาดความยาวเหยียด 2.3-3.7 เซนติเมตร ได้ทดลองเลี้ยงปลาข้าวสาร-ปลาสายไหมที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง ในระหว่างการเลี้ยงได้บันทึกภาพนิ่งและภาพวิดีโอทุกขั้นตอนตั้งแต่การรวบรวมปลาจากเรือประมงจนถึงนำมาเลี้ยงที่ศูนย์วิจัยฯ โดยเลี้ยงในถังไฟเบอร์และได้บันทึกภาพการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของปลาทุกขั้นตอน โดยมีผู้แทนชาวประมงร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่ทำการทดลองเลี้ยงเพื่อพิสูจน์สายพันธุ์ปลา จนกระทั่งวันที่ 28 ตุลาคม 2546 หลังจากทดลองเลี้ยงได้ 39 วัน ปลาข้าวสาร-ปลาสายไหมมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงรูปร่างชัดเจนเป็นปลาโตเต็มวัยและมีลักษณะทางกายภาพเป็นปลากะตักทุกประการ ผลพิสูจน์บ่งบอกว่าเป็นปลากะตักตัวกลม สกุล Encrasicholinaที่พบในอ่าวไทยทั่วไป

อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า ผู้แทนชาวประมงที่จังหวัดระยองได้แต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการพิสูจน์ปลาข้าวสาร-ปลาสายไหมได้เข้าร่วมประชุมรับทราบผลการพิสูจน์ปลาข้าวสาร-ปลาสายไหมเป็นลูกของปลากะตักแล้ว กรมประมงจึงขอประกาศให้ชาวประมงจับปลากะตักด้วยอวนช้อน อวนยก อวนครอบประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอวนล้อมจับปลากะตักเวลากลางวัน ทั่วราชอาณาจักร ห้ามใช้ขนาดช่องตาอวนเล็กกว่า 0.6 เซ็นติเมตรจับปลากะตักโดยเด็ดขาดเพราะปลาข้าวสาร-ปลาสายไหมคือลูกของปลากะตัก 

ปลาข้าวสาร ปลาสายไหม และปลาฉิ้งฉ้าง  ชื่อที่หลากหลายเหล่านี้อันที่จริงแล้วเป็นลูกปลากะตักขนาดเล็กทั้งสิ้น จึงเป็นข้อถกเถียงเรื่องขนาด ซึ่งส่วนหนึ่งของรายงานวิจัย และบทวิเคราะห์ทั้งหมดนี้ได้รวบรวมมาไว้เพื่อตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับปลากะตัก เพื่อเลี่ยงการจับและการบริโภคในขนาดที่ยังไม่โตเต็มวัย ป้องกันการตัดวงจรชีวิตสัตว์น้ำ รวมถึงเป็นการปกป้องทรัพยากรทางทะเลของเราให้อยู่คู่ทะเลไทยไปอีกนานเท่านาน

แหล่งที่มา

[1] http://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/2010/6087/1/322465.pdf
[2] http://www.aquatoyou.com/index.php/2013-02-21-02-30-41/2013-02-21-02-34-17/213-anchovy
[3] http://www.fishbase.de/Summary/SpeciesSummary.php?ID=556&genusname=Encrasicholina&speciesname=heteroloba&AT=Encrasicholina+heteroloba#
[4] http://www.fishbase.de/Summary/SpeciesSummary.php?ID=558&genusname=Encrasicholina&speciesname=punctifer&AT=Encrasicholina+punctifer
[5] http://www.fishbase.se/summary/Encrasicholina-devisi.html
[6] http://www.fishbase.org/Summary/SpeciesSummary.php?id=569&lang=thai
[7] สมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์, เกษตรและสหกรณ์,กระทรวง กรมประมง . ภาพปลาและสัตว์น้ำของไทย . พิมพ์ครั้งที่2 . กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา , 2535.
[8] http://www.globalchange.umich.edu/globalchange2/current/lectures/fisheries/fisheries.html
[9] http://www.agri.kmitl.ac.th/elearning/courseware/aquatic/3_4.html
[10] "ทะเลไทย" โดย ภาคภูมิ วิธานติระวัฒน์ จากหนังสือ "ปลาหายไปไหน" และ รายงานการประมงในประเทศไทยโดย กรีนพีซ มิถุนายน พ.ศ.2555
[11] เครือข่ายประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์
[12] http://www.fisheries.go.th/pr/kaewsarn.htm
 
ที่มา: http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/-/blog/53887/

Recent posts