2 February 2026
202
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักข่าว The Reporters และรายการข่าว 3 มิติ จัดเวทีดีเบต “เลือกตั้ง 69: วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนรับฟัง ตรวจสอบ และตั้งคำถามต่อจุดยืนของพรรคการเมืองเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ก่อนการเลือกตั้งปี 2569
เวทีดังกล่าวตั้งต้นจากความเชื่อว่า การเลือกตั้งไม่ใช่เพียงการเลือกผู้แทนหรือพรรคการเมือง แต่คือการเลือกทิศทางประเทศ ว่าสิทธิมนุษยชนจะเป็นเพียงถ้อยคำในนโยบาย หรือจะถูกนำไปใช้จริงในการบริหารประเทศ ภายใต้แคมเปญ #VoteForHumanRights ที่ชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีความหมาย เพื่อประเทศไทยที่เคารพศักดิ์ศรี เสรีภาพ และความเป็นธรรมของทุกคน
ในช่วงเปิดเวที เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวชย์กุล จากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน 7 ประเด็นหลัก ที่ต้องการให้พรรคการเมืองตอบให้ชัดและผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ได้แก่
เสรีภาพในการแสดงออก
ความยุติธรรมที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน
การคุ้มครองประชาชนจากการละเมิดสิทธิในความควบคุมของรัฐ
ระบบการบริหารที่ยึดหลักนิติธรรมและความรับผิดชอบ
สิทธิความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในพื้นที่ดิจิทัล
สิทธิในที่อยู่อาศัย ทรัพยากร และการพัฒนาที่เคารพสิทธิมนุษยชน
ความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน
เพชรรัตน์ยังชวนผู้ร่วมเวทีสะท้อนภาพการเมืองไทยผ่านแนวคิด “การเมืองที่อยากพักได้จริง” ตั้งแต่การพักจากการละเมิดสิทธิ ระบบอำนาจนิยม การไม่เห็นคุณค่าของคนตัวเล็ก การถูกฟ้องปิดปาก (SLAPP) ไปจนถึงการเมืองที่ไม่ทำให้ประชาชนต้องอยู่กับความหวาดระแวง พร้อมตั้งคำถามถึงพรรคการเมืองว่า พร้อมหรือไม่ที่จะทำให้การเมืองเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน
รศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า หลายประเทศทั่วโลกไม่ได้มองว่าการเลือกตั้งเป็นคำตอบสุดท้ายของประชาธิปไตยอีกต่อไป เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือคุณภาพของสิทธิมนุษยชนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพในการแสดงออก ความปลอดภัยของผู้เห็นต่าง หรือระบบยุติธรรมที่คุ้มครองทุกคนอย่างเท่าเทียม พร้อมย้ำว่า “คุณภาพประชาธิปไตย ส่วนหนึ่งวัดจากคุณภาพสิทธิมนุษยชน”
ด้าน ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนว่า การเมืองไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเหมือนมีสองโลกคู่ขนาน โลกหนึ่งคือบรรยากาศการเลือกตั้งและการแข่งขันนโยบาย ขณะที่อีกโลกหนึ่งคือความจริงที่การละเมิดสิทธิ คดีทางการเมือง และการจำกัดเสรีภาพยังคงดำเนินต่อไป ทำให้คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่าใครชนะเลือกตั้ง แต่คือสิทธิมนุษยชนจะขยับไปทางใดหลังจากนั้น
เวทีนี้มีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองร่วมแสดงจุดยืนต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างหลากหลาย
พรรครวมไทยสร้างชาติ เน้นประเด็นพลังงาน ที่ดิน และการชนกับทุนผูกขาด พร้อมเสนอแนวคิดตั้ง “ศาลที่ดิน” และผลักดันร่างกฎหมายจัดการกากอุตสาหกรรม ขณะที่ยอมรับว่ากฎหมายบางฉบับ เช่น กฎหมายการชุมนุมและการฟ้องปิดปาก ควรได้รับการแก้ไขในอนาคต
พรรคพลวัต ย้ำว่าสิทธิมนุษยชนอาจเป็นเรื่องที่ไม่ “เซ็กซี่” ในทางการเมือง แต่เป็นกระดูกสันหลังของพรรค โดยเน้นเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ลี้ภัย และบทบาทของภาคประชาสังคม พร้อมชี้ว่าการเรียกร้องสิทธิไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นสิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์
พรรคไทยสร้างไทย เสนอให้มองสิทธิมนุษยชนไม่ใช่อุดมการณ์ลอยๆ แต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความมั่นคง สันติภาพ และความเชื่อมั่นของสังคม พร้อมเสนอให้ให้น้ำหนักสิทธิมนุษยชนมากกว่ามิติความมั่นคงแบบเดิม
พรรคประชาชน เน้นการปกป้องสิทธิผ่านการแก้ไขกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็น Anti-SLAPP นิรโทษกรรมทางการเมือง การคุ้มครองเสรีภาพการแสดงออก และความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม
พรรคประชาชาติ ชูแนวคิดสังคมพหุวัฒนธรรม ย้ำการยกเลิกกฎหมายพิเศษในพื้นที่ชายแดนใต้ การจำกัดอำนาจการสอดแนมของรัฐ และการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
พรรคประชาธิปัตย์ เสนอการจำกัดอำนาจรัฐ ตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ ปราบปรามทุนเทาและอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการแก้ปัญหาวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ
เวที “เลือกตั้ง 69: วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน” สะท้อนชัดว่า สิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ลอยๆ และไม่ใช่เรื่องที่จบลงในวันเลือกตั้ง หากแต่เป็นคุณค่าและมาตรฐานที่ต้องฝังอยู่ในกฎหมาย การเมือง และชีวิตประจำวันของผู้คน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการตัดสินว่าใครจะเป็นรัฐบาล แต่คือการตัดสินใจร่วมกันว่า ประเทศไทยจะเดินไปบนเส้นทางที่เคารพศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์ของทุกคนหรือไม่
อ่านเพิ่มเติม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย