Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

สมาพันธ์คนไร้บ้านไทย - เครือข่ายสลัม 4 ภาค เดินสายเสนอ “วาระที่อยู่อาศัยแห่งชาติ 2569” ต่อ 5 พรรคการเมือง เรียกร้องบรรจุเป็นนโยบายหลัก ชี้ที่อยู่อาศัยคือสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่สินค้าเก็งกำไร

สมาพันธ์คนไร้บ้านไทย - เครือข่ายสลัม 4 ภาค เดินสายเสนอ “วาระที่อยู่อาศัยแห่งชาติ 2569” ต่อ 5 พรรคการเมือง เรียกร้องบรรจุเป็นนโยบายหลัก ชี้ที่อยู่อาศัยคือสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่สินค้าเก็งกำไร

12 January 2026

11906

สมาพันธ์คนไร้บ้านไทย - เครือข่ายสลัม 4 ภาค เดินสายเสนอ วาระที่อยู่อาศัยแห่งชาติ 2569” ต่อ 5 พรรคการเมือง เรียกร้องบรรจุเป็นนโยบายหลัก ชี้ที่อยู่อาศัยคือสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่สินค้าเก็งกำไร

 

ระหว่างวันที่ 7-9 มกราคม 2569 สมาพันธ์คนไร้บ้านไทย ร่วมกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค เดินสายเข้าพบและยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายด้านที่อยู่อาศัยต่อ 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม เพื่อผลักดันให้บรรจุเป็นนโยบายหลักของพรรคในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับ สิทธิในที่อยู่อาศัย ให้เป็นวาระสาธารณะและเป็นนโยบายเชิงโครงสร้างของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดินและวิกฤตราคาที่อยู่อาศัยที่ทวีความรุนแรง โดยภาคประชาชนย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ควรเป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านอำนาจบริหาร แต่ต้องเป็นการ เปลี่ยนผ่านโครงสร้างที่กดทับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มาอย่างยาวนาน

 

เครือข่ายสลัม 4 ภาค ระบุว่า ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ปี 2567 ชี้ชัดว่าความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง กลุ่มคนส่วนน้อยถือครองที่ดินส่วนใหญ่ของประเทศ ขณะที่เกษตรกรและคนจนเมืองจำนวนมากไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ต้องเช่าที่ดินหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่รกร้าง

ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยว่า ราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครมีอัตราส่วนราคาต่อรายได้สูงถึง 21 เท่า หมายความว่าครัวเรือนระดับปานกลางต้องใช้รายได้ทั้งหมดถึง 21 ปีจึงจะสามารถซื้อบ้านได้ สะท้อนความล้มเหลวของกลไกตลาดเสรีในการจัดหาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนส่วนใหญ่ และหากรัฐยังเพิกเฉย ประเทศอาจเผชิญปัญหาการไร้บ้านและภาระหนี้สินระยะยาวในวงกว้าง

จากบริบทดังกล่าว เครือข่ายสลัม 4 ภาค จึงเสนอ วาระที่อยู่อาศัยแห่งชาติ 2569” และเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการปฏิรูปที่ดินและระบบที่อยู่อาศัย เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยยืนยันว่าที่อยู่อาศัยคือสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่สินค้าเพื่อการเก็งกำไร

 

ข้อเสนอด้านที่อยู่อาศัยของเครือข่ายสลัม 4 ภาค

สิทธิในที่อยู่อาศัยคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ ต้องถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญ

รูปแบบการจัดการที่อยู่อาศัยในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ การจัดบริการที่อยู่อาศัยโดยเอกชน และการจัดบริการหรือสนับสนุนที่อยู่อาศัยโดยภาครัฐ ซึ่งเครือข่ายสลัม 4 ภาคมีข้อเสนอดังนี้

1. การจัดบริการที่อยู่อาศัยโดยเอกชน สำหรับประชาชนทั่วไป

  1. เพิ่มมาตรการให้ธนาคารผ่อนปรนเงื่อนไข และลดดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้อยู่ในอัตราไม่เกินร้อยละ 2 สำหรับที่อยู่อาศัยราคา 2–3 ล้านบาท จนกว่าจะผ่อนหมด
  2. อุดหนุนค่าเช่าที่อยู่อาศัยรายเดือนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของรายได้เฉลี่ยครัวเรือน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี

 

2. การจัดบริการหรือสนับสนุนที่อยู่อาศัยโดยภาครัฐ สำหรับผู้มีรายได้น้อย

  1. สนับสนุนที่อยู่อาศัยในลักษณะการเช่าในราคาถูก ที่มีคุณภาพและมั่นคง โดยให้หน่วยงานรัฐ เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน การเคหะแห่งชาติ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่จัดสร้าง ปรับปรุง หรือสนับสนุนให้เกิดที่อยู่อาศัยเช่าราคาถูกสำหรับผู้มีรายได้น้อย
  2. อุดหนุนงบประมาณการจัดสร้างที่อยู่อาศัยให้หน่วยงานรัฐไม่ต่ำกว่า 160,000 บาทต่อหน่วย (อ้างอิงจากโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองและริมรางรถไฟ) เพื่อทำให้ที่อยู่อาศัยมีราคาถูกลง
  3. ควบคุมอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของภาครัฐไม่เกินร้อยละ 2-4 ต่อปี ตามเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละองค์กร
  4. นำที่ดินของหน่วยงานรัฐทุกหน่วยมาแบ่งปันเพื่อจัดสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูก
  5. แก้ไขกฎหมายท้องถิ่นให้มีอำนาจหน้าที่ในการสนับสนุนที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เช่น การจัดสร้างที่อยู่อาศัย หรือสนับสนุนความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ
  6. สนับสนุนให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยแก้ไขระเบียบ ข้อบังคับ หรือกฎหมายที่เป็นอุปสรรค

 

ขณะเดียวกัน สมาพันธ์คนไร้บ้านไทย ได้นำเสนอข้อเสนอนโยบายที่สะท้อนสถานการณ์ของคนไร้บ้านและผู้เปราะบางด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งยังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ โดยยืนยันว่าการไร้บ้านไม่ใช่ความล้มเหลวของปัจเจกบุคคล แต่คือความล้มเหลวของรัฐที่ขาดหลักประกันด้านที่อยู่อาศัย

สมาพันธ์ฯ ชี้ว่า ประสบการณ์จากพื้นที่จริง เช่น โครงการห้องเช่าคนละครึ่ง โครงการห้องเช่าราคาถูก และจุดพักฉุกเฉินกลางเมือง แสดงให้เห็นชัดว่า เมื่อคนไร้บ้านมีที่อยู่อาศัย พวกเขาสามารถตั้งหลักชีวิต เข้าถึงงาน สุขภาพดีขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี

 

ข้อเสนอนโยบายสมาพันธ์คนไร้บ้านไทย เสนอให้ทุกพรรคการเมืองบรรจุข้อเสนอต่อไปนี้ เป็น "นโยบายหลัก" ในการหาเสียงและต้องทำทันทีเมื่อได้เป็นรัฐบาล ดังนี้

1. ต้องบรรจุ "สิทธิในที่อยู่อาศัย" ไว้ในรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองต้องผลักดันให้ที่อยู่อาศัยเป็น "สิทธิขั้นพื้นฐาน" รัฐต้องมีหน้าที่จัดหาหลักประกันให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย ไม่ให้ใครต้องถูกทิ้งให้อยู่ข้างถนนเพียงเพราะความยากจน หรือข้อจำกัดทางทะเบียนราษฎร์

2. ขยายผลโมเดลที่ทำได้จริง โครงการห้องเช่าคนละครึ่ง และโครงการห้องเช่าราคาถูก ที่ดำเนินการโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องได้รับการสานต่อ และยกระดับเป็นนโยบายสำคัญที่มีงบประมาณเพียงพอที่จะขยายครอบคลุมทั่วประเทศ

3. ปลดล็อกที่ดินรัฐ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย และคนไร้บ้าน ใช้ทรัพยากรของรัฐ เพื่อแก้ปัญหาทางสังคม เป็นการลดต้นทุนด้านที่อยู่อาศัย ทำให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้นในราคาถูก

4. การจัดตั้งกองทุนหลักประกันความมั่นคงเพื่อป้องกันการไร้บ้าน "กองทุนช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อคงสิทธิที่อยู่อาศัย" (Eviction Prevention Fund) รัฐต้องเปลี่ยนจากการสงเคราะห์ปลายเหตุมาเป็นการสร้างระบบ "ป้องกัน" กลุ่มคนจนเมืองที่เสี่ยงจะหลุดออกมาอยู่ข้างถนนจากวิกฤตเศรษฐกิจระยะสั้น โดยทำงานร่วมกับ "ระบบติดตามความเปราะบางทางสังคมเชิงรุก" เพื่อระบุกลุ่มเป้าหมายที่มีสัญญาณความเสี่ยง กลไกนี้จะช่วยรักษาที่อยู่อาศัย และสุขภาวะทางจิตของกลุ่มเสี่ยงไม่ให้พังทลาย ซึ่งประหยัดงบประมาณภาครัฐในระยะยาวมากกว่าการตามเยียวยาเมื่อกลายเป็นคนไร้บ้านถาวรไปแล้ว

5. ปฏิรูประบบงบประมาณท้องถิ่นให้ยึดตามการใช้ชีวิตจริง และปรับปรุงอำนาจหน้าที่ให้สามารถดำเนินการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ติดล็อกระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่ให้ดูแลเฉพาะผู้มีชื่อใน "ทะเบียนบ้าน" ทำให้คนไร้บ้านหรือประชากรแฝงกลายเป็นคนตกหล่นเชิงนโยบาย จึงเสนอให้เปลี่ยนมาเป็นการ "จัดสรรงบประมาณตามจำนวน

ประชากรที่ใช้ชีวิตและรับบริการจริงในพื้นที่" เพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจทางกฎหมายและงบประมาณในการจัดสวัสดิการพื้นฐาน เช่น การจ้างงานรายวัน การดูแลสุขภาพปฐมภูมิเชิงรก และจัดตั้งจุดพัก ฉุกเฉินกลางเมือง บนความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ เป็นต้น

6. ยกระดับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งสู่การบริหารจัดการร่วมกับภาคประชาชน (Co-management Model) การทำงานในลักษณะสถานสงเคราะห์ปิด และการยุบรวมศูนย์ฯ ในหลายจังหวัดทำให้การเข้าถึงสิทธิทำได้ยาก จึงเสนอให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) "หยุดการยุบรวมศูนย์ฯ" และปรับบทบาทสู่การเป็นศูนย์สร้างโอกาสที่ทำงานเชิงรุกในพื้นที่สาธารณะ โดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการร่วม ที่ให้ภาคประชาชน และท้องถิ่นมีส่วนร่วมตัดสินใจ บนฐานของการเคารพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสอดคล้องกับสภาพปัญหาจริงของคนในเมือง

 

สมาพันธ์คนไร้บ้านไทย และเครือข่ายสลัม 4 ภาค ยืนยันว่าจะติดตามท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองอย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่าการสนับสนุนทางการเมืองจะมอบให้กับพรรคที่แสดงเจตจำนงอย่างแท้จริงในการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย เพราะ ที่อยู่อาศัยคือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นสิทธิที่รัฐต้องรับประกันให้กับทุกคน

 

 

ข้อมูลและภาพจาก สมาพันธ์คนไร้บ้านไทย Thai Homeless Confederation  , เครือข่ายสลัม๔ภาค Four Regions Slum Network 

Recent posts