ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

เครือข่ายอากาศสะอาด เปิดข้อเสนอเชิงนโยบายกฎหมายอากาศสะอาดต่อ ว่าที่รัฐบาลใหม่ ชี้รัฐต้องเลิกแก้ปัญหาแบบต่างคนต่างทำ

เครือข่ายอากาศสะอาด เปิดข้อเสนอเชิงนโยบายกฎหมายอากาศสะอาดต่อ ว่าที่รัฐบาลใหม่ ชี้รัฐต้องเลิกแก้ปัญหาแบบต่างคนต่างทำ

12 January 2026

1965

เสนอปฏิรูปโครงสร้างบริหาร ตั้งศูนย์กลางข้อมูลอากาศ ยึดสิทธิในอากาศสะอาด จัดตั้งกองทุนอากาศสะอาด และใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย เพื่อคุ้มครองประชาชนและกลุ่มเปราะบาง

 

 

แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 มาตรการหรือนโยบายที่ทำระหว่างรอกฎหมายอากาศสะอาดออก ระยะที่ 2 มาตรการที่ต้องมีในกฎหมายอากาศสะอาด และระยะที่ 3 มาตรการหลังกฎหมายอากาศสะอาดมีผลบังคับใช้แล้ว

 

ระยะที่ 1 มาตรการหรือนโยบายที่ทำระหว่างรอกฎหมายอากาศสะอาดออก

รัฐบาลใหม่สามารถใช้อำนาจบริหารเพื่อรื้อระบบการทำงานเดิมได้ทันที โดยจัดตั้งศูนย์กลางเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ที่รวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงาน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้มีข้อมูลชุดเดียวในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา ต้องใช้เทคโนโลยีที่มีเพื่อติดตามพื้นที่การเผาและการตรวจจับความร้อนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษให้ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้ทันที (Real-time)

ด้านการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา ต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอและเหมาะสมต่อการจัดการปัญหาระดับพื้นที่ และต้องสอดคล้องกับฤดูฝุ่นและรอบการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ท้องถิ่นและเกษตรกรสามารถจัดการเชื้อเพลิงและรับมือกับปัญหาก่อนเกิดปัญหาไฟป่า รวมไปถึงการใช้นโยบายการต่างประเทศเชิงรุกและการห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากการเผาที่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทานได้อย่างแท้จริง

 

ระยะที่ 2 มาตรการที่ต้องมีในกฎหมายอากาศสะอาด

รัฐบาลใหม่ ต้องช่วยผลักดันให้ประเทศไทยมีกฎหมายอากาศสะอาด โดยกฎหมายต้องมีสาระสำคัญ ดังนี้

(1) การปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการ ทลายไซโล และกระจายอำนาจอย่างมีส่วนร่วม

ปัญหาเรื้อรังของการจัดการมลพิษทางอากาศของประเทศไทย คือ การทำงานแบบแยกส่วน ขาดเอกภาพ และสั่งการจากบนลงล่าง เพื่อแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลชุดใหม่ต้องผลักดันให้กฎหมายมีการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง ควรมีคณะกรรมการที่รับผิดชอบใน ระดับนโยบายทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสั่งการ เพื่อกำหนดทิศทางและบูรณาการข้ามกระทรวงไม่ให้เกิดภาวะต่างคนต่างทำ มีคณะกรรมการ ระดับกำกับดูแลทำหน้าที่ติดตามหน่วยงานรัฐให้ปฏิบัติตามแผน มีคณะกรรมการเฉพาะด้านทั้ง ด้านวิชาการเพื่อนำองค์ความรู้ทางวิชาการและวิทยาศาสตร์มาใช้กำหนดมาตรการและเครื่องมือต่าง ๆ ให้มีมาตรฐาน และคณะกรรมการ เครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่อออกแบบกลไกการใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม นอกจากนี้ ต้องมีองค์กรสำนักงาน ที่รับผิดชอบการจัดการปัญหาโดยตรง และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อจัดการปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้บทบาท "นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด" ซึ่งมาจากการเลือกตั้งและยึดโยงกับประชาชนเป็นประธานกรรมการการขับเคลื่อนระดับจังหวัด เพื่อให้สามารถใช้งบประมาณท้องถิ่นแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีและต่อเนื่อง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่กำกับดูแลในภาพรวม

 

(2) ปรับเปลี่ยนมุมมองการจัดการ ให้อยู่บนฐานของ สิทธิในอากาศสะอาด

กฎหมายต้องเปลี่ยนมุมมองจากการแก้ปัญหาที่มุ่งไปที่มลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดมลพิษ ไปเป็นการจัดการเพื่ออากาศสะอาดในฐานะที่สิทธิในอากาศสะอาดเป็นสิทธิมนุษยชน ที่มุ่งหมายว่าประชาชนมีสิทธิ

ในอากาศสะอาดที่ปลอดภัยต่อสุขภาพซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับสิทธิในการมีชีวิต ควบคู่ไปกับสิทธิเชิงกระบวนการที่รับประกันว่าประชาชนมี "สิทธิที่จะรู้" ข้อมูลมลพิษ "สิทธิมีส่วนร่วม" ในการตัดสินใจ และ "สิทธิเข้าถึงความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม" เพื่อการฟ้องร้องเยียวยา

 

(3) ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศมากกว่าคนทั่วไป

กฎหมายต้องออกแบบเพื่อเอื้อต่อกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ รวมถึงคนที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น ไรเดอร์ วินมอเตอร์ไซค์ ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และกรรมกร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องสัมผัสค่าฝุ่นเกินมาตรฐานสะสมอย่างต่อเนื่องและไม่มีทางเลือกในการหยุดงาน รัฐจึงต้องจัดมาตรการคุ้มครองเป็นพิเศษแก่กลุ่มเปราะบาง เช่น การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล การตรวจสุขภาพเชิงรุก

 

(4) ต้องมีมาตรการจูงใจ (Carrot) ที่ควบคู่ไปกับมาตรการลงโทษ (Stick)

กฎหมายต้องไม่เน้นแต่บทลงโทษ เพราะไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้ ต้องออกแบบกฎหมายที่ผสมผสานเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ทั้งการบังคับและการจูงใจ ยึดหลัก "ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย" อย่างเคร่งครัด ผ่านการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมอากาศสะอาดจากกิจกรรมที่ปล่อยมลพิษ กำหนดให้มีค่าเสียหายเชิงลงโทษในคดีแพ่งเพื่อป้องปรามผู้จงใจปล่อยมลพิษ และกำหนดความรับผิดของสถาบันการเงิน ให้ต้องตรวจสอบความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมก่อนปล่อยสินเชื่อ หากเพิกเฉยต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหาย

กฎหมายต้องจัดตั้ง "กองทุนอากาศสะอาด" ที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นอิสระจากระบบงบประมาณปกติ โดยแหล่งรายได้ของกองทุนมาจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาดจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ ไม่ใช่มาจากภาษีของประชาชน และต้องเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากกองทุนสิ่งแวดล้อมที่เป็นการจัดการแบบกระจายทรัพยากรไปในทุกด้านของสิ่งแวดล้อม

 

(5) การบริหารจัดการอากาศสะอาดโดยมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย

กฎหมายต้องมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยที่แตกต่างจากเครื่องมือในปัจจุบัน เช่น กำหนดให้มีดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพ (AQHI) และมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดเพื่อสวัสดิภาพของสาธารณะระดับพื้นที่ จัดทำระบบฐานข้อมูลอากาศสะอาด ที่เปิดเผยข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษให้ประชาชนตรวจสอบได้แบบ Real-time มีระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนคุณภาพอากาศ รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ผู้ที่มีหน้าที่มีอำนาจประกาศจำแนกพื้นที่คุณภาพอากาศ และประกาศ "เขตเฝ้าระวัง" และ "เขตประสบมลพิษ" เพื่อสั่งการควบคุมได้ทันที มีกฎหมาย ป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP) เพื่อคุ้มครองประชาชนที่แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนเรื่องมลพิษทางอากาศโดยสุจริต ไม่ให้ถูกกลุ่มทุนฟ้องร้องดำเนินคดีกลั่นแกล้ง

สำหรับการจัดการมลพิษทางอากาศในภาคการเกษตร ควรต้องมองปัญหาให้ครบทั้งห่วงโซ่อุปทาน

มีระบบห้ามโรงงานรับซื้อผลผลิตจากการเผา และต้องมีระบบตรวจสอบย้อนกลับได้จริง สำคัญที่สุด คือ เราต้องออกแบบนโยบายและกฎหมายที่ไม่ใช่เป็นเพียงการ "ฟอกเขียว" โดยต้องไม่ตัดทอนกลไกบังคับใช้เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน

 

ระยะที่ 3 มาตรการหลังกฎหมายอากาศสะอาดมีผลบังคับใช้แล้ว

รัฐบาลต้องเร่งตรากฎหมายลำดับรองภายในกรอบเวลาที่กฎหมายแม่บทกำหนด เพื่อให้มาตรการหลักในกฎหมายแม่บทมีผลปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมจากผู้ก่อมลพิษ การบริหารกองทุนอากาศสะอาด การกำหนดรายละเอียดของดัชนี มาตรฐาน เครื่องมือ และมาตรการต่าง ๆ เร่งการจัดตั้งองค์กรที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อให้มีความคล่องตัวและสามารถแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนได้ รวมทั้งเร่งสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้การขับเคลื่อนกฎหมายไม่ถูกล็อค หรือติดขัด

 

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม

เว็บไซต์ https://thailandcan.net

เฟซบุ๊ค Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด