Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

โศกนาฏกรรมเรือโรฮิงญา ยอดเสียชีวิตพุ่งต่อเนื่องมาเลเซีย - ไทยเร่งค้นหาผู้สูญหาย ท่ามกลางวิกฤติที่เลวร้ายลงในรัฐยะไข่และค่ายผู้ลี้ภัย

โศกนาฏกรรมเรือโรฮิงญา ยอดเสียชีวิตพุ่งต่อเนื่องมาเลเซีย - ไทยเร่งค้นหาผู้สูญหาย ท่ามกลางวิกฤติที่เลวร้ายลงในรัฐยะไข่และค่ายผู้ลี้ภัย

19 November 2025

455

ลังกาวี - สตูล / 11 พฤศจิกายน 2568 – ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเรือที่บรรทุกผู้อพยพชาวโรฮิงญาอับปางในน่านน้ำชายแดนไทย - มาเลเซียเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว อย่างน้อย 27 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศได้ขยายพื้นที่ค้นหาในทะเลอันดามัน

โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์เรือล่มหลายครั้งที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์เดียวกัน สะท้อนถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายขึ้นอย่างรวดเร็วของชาวโรฮิงญาทั้งในรัฐยะไข่และค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ ซึ่งขาดแคลนอาหาร งบประมาณ และความช่วยเหลือจากนานาชาติ

 

ผู้รอดชีวิตเล่าช่วงเวลาหวิดตาย ผมเห็นคนตายต่อหน้า

อิหม่าม ชารีฟ ผู้รอดชีวิตรายหนึ่งเปิดเผยว่า เขาเดินทางบนเรือใหญ่เป็นเวลา 8 วัน ก่อนถูกย้ายขึ้นเรือลำเล็กที่มีผู้คนราว 70 คน และเรือก็อับปางลงในเวลาไม่นาน

ผมเห็นคนตาย เขาจมน้ำต่อหน้าผม อิหม่ามกล่าว ก่อนถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่มาเลเซีย

เขาเล่าว่าต้องเกาะซากเรือลอยอยู่กลางทะเลหลายวัน ก่อนคลื่นพัดเข้าสู่ชายฝั่งลังกาวี

 

เหตุการณ์เรือล่ม 2 ครั้งใน 3 วัน - ผู้โดยสารกว่า 300 คนเดินทางจากยะไข่

ข้อมูลจากสำนักงานทางทะเลมาเลเซียและตำรวจรัฐเกดาห์ชี้ว่า ผู้อพยพราว 300 คน เดินทางออกจากรัฐยะไข่ เมียนมา ก่อนถูกลำเลียงขึ้นเรือลำเล็ก 2-3 ลำเมื่อใกล้ถึงน่านน้ำชายแดนไทย - มาเลเซีย

เหตุล่มครั้งแรกเมื่อประมาณ 3 วันก่อน มีผู้โดยสารถึง 90 คน ยังมีผู้สูญหายจำนวนมาก
เหตุล่มครั้งที่สองซึ่งเป็นเหตุล่าสุด มีผู้โดยสารประมาณ 70 คน

จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยผู้รอดชีวิต 13 คน ในน่านน้ำมาเลเซีย พบศพในมาเลเซีย 12 ศพ พบศพในไทย 6-9 ศพ (ตัวเลขยังสับสนจากหลายหน่วยงาน)

การค้นหาจะดำเนินต่อไปจนถึงวันเสาร์ โดยไทยได้ขยายพื้นที่ค้นหาบริเวณเกาะตะรุเตา ซึ่งเป็นจุดพบศพส่วนใหญ่

 

เบื้องหลังการหลบหนี ความรุนแรงในยะไข่ – วิกฤติค่ายผู้ลี้ภัย ค่าหัวเรือกว่า 100,000 บาทต่อคน

เหตุเรือล่มครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายในรัฐยะไข่ ซึ่งกำลังเผชิญความขัดแย้งระหว่าง กองทัพเมียนมา และ กองทัพอาระกัน (AA) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ชาวโรฮิงญาต้องเผชิญการขาดแคลนอาหาร การบังคับใช้แรงงาน การจำกัดการเดินทาง และการกักขังโดยพลการ

ขณะเดียวกัน ค่ายผู้ลี้ภัยในค็อกซ์บาซาร์ บังกลาเทศ ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยกว่า 1.2 ล้านคน กำลังประสบปัญหาตัดงบประมาณจากนานาชาติ ส่งผลให้ที่พัก การศึกษา และความช่วยเหลือต่าง ๆ ขาดแคลนอย่างหนัก

ชาวโรฮิงญาหลายคนยอมจ่ายเงินมากกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 105,000 บาท) ให้ขบวนการลักลอบขนคน เพื่อหวังไปถึงมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศมุสลิมและมีโอกาสหางานได้มากกว่า แต่หลายครั้งเส้นทางนี้กลับกลายเป็นเส้นทางสู่ความตาย

 

UNHCR - IOM ชี้ ปัญหาจะไม่จบ หากรากเหง้ายังอยู่

ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงต้นพฤศจิกายนปีนี้ มีชาวโรฮิงญากว่า 5,300 คน เดินทางออกจากเมียนมาและบังกลาเทศทางเรือ และมากกว่า 600 คน ถูกแจ้งว่าตายหรือสูญหาย

แถลงการณ์ร่วมของ UNHCR และ IOM ระบุว่า ตราบใดที่ความรุนแรงในเมียนมายังดำเนินอยู่ ผู้ลี้ภัยจะยังเสี่ยงชีวิตเพื่อแสวงหาความปลอดภัย

ทั้งสององค์กรเสนอความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ไทย - มาเลเซีย และเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง

 

แอมเนสตี้เรียกร้องอาเซียน หยุดผลักดันเรือ - ให้ขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย

โจ ฟรีแมน นักวิจัยด้านเมียนมาของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่ชาวโรฮิงญายังต้องเผชิญ และเรียกร้องว่า รัฐบาลมาเลเซียและไทยต้องจัด ค้นหาและกู้ภัยอย่างครอบคลุม ต้องไม่ผลักดันเรือออกจากน่านน้ำ และต้องอนุญาตให้เรือทุกลำที่บรรทุกผู้ลี้ภัย ขึ้นฝั่งในประเทศที่ใกล้ที่สุดอย่างปลอดภัย

ด้านมาเลเซียซึ่งไม่รับรองสถานะผู้ลี้ภัย ถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังมีรายงานว่าได้ผลักเรือผู้อพยพกว่า 300 คนออกน่านน้ำเมื่อเดือนมกราคมปีนี้

 

เหตุเรือล่มครั้งล่าสุดไม่เพียงสะท้อนวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายขึ้นในรัฐยะไข่และค่ายผู้ลี้ภัย แต่ยังตอกย้ำข้อเรียกร้องให้ภูมิภาคอาเซียนร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องชีวิตของผู้ลี้ภัยที่ยังคงต้องเสี่ยงชีวิตบนเส้นทางทะเลที่เต็มไปด้วยความตาย

 

 

อ้างอิงจาก: Reuters ,  Channel NewsAsia

ภาพจาก: Reuters

Recent posts