Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ไบโอไทยขึ้นศาลสู้คดีซีพีเอฟฟ้อง 200 ล้าน ปม “ปลาหมอคางดำ” ชี้สิทธิแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะไม่ควรถูกปิดปาก

ไบโอไทยขึ้นศาลสู้คดีซีพีเอฟฟ้อง 200 ล้าน ปม “ปลาหมอคางดำ” ชี้สิทธิแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะไม่ควรถูกปิดปาก

28 October 2025

1564

เครือข่ายเกษตรกร-ภาคประชาชนร่วมให้กำลังใจ วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญขณะศาลนนทบุรีนัดคุ้มครองสิทธิและสอบคำให้การ ทนาย EnLaw ยันใช้สิทธิสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ด้านซีพีเอฟย้ำฟ้องเพื่อปกป้องชื่อเสียงองค์กร

 

วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี มีการพิจารณาคดีนัดแรก ระหว่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กับ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) และมูลนิธิไบโอไทย ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา**

คดีนี้มีต้นเหตุจากการที่มูลนิธิไบโอไทยนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในเวทีวิชาการสาธารณะเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 พร้อมการถ่ายทอดสดออนไลน์ ซึ่งซีพีเอฟอ้างว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม

บรรยากาศที่ศาลจังหวัดนนทบุรีในวันนี้ มีประชาชนจากเครือข่ายเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ พร้อมนักศึกษาและอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมสังเกตการณ์จำนวนมาก รวมถึงตัวแทนองค์กรสิทธิมนุษยชนจาก Protection International (PI) ที่เดินทางมาให้กำลังใจนายวิฑูรย์ และร่วมเรียกร้องให้เคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ

 

นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความจาก มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) เปิดเผยภายหลังการพิจารณาคดีว่า

วันนี้เป็นนัดคุ้มครองสิทธิและสอบคำให้การจำเลยทั้งสอง ซึ่งจำเลยได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยผู้เสียหายคือบริษัทซีพีเอฟได้ยื่นคำร้องเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม เรียกค่าเสียหายรวม 200 ล้านบาท แยกเป็นคดีจากเวทีสาธารณะ 100 ล้านบาท และจากการเผยแพร่ออนไลน์อีก 100 ล้านบาท

ศาลได้นัดให้ทั้งสองฝ่ายยื่นคำให้การและพยานหลักฐานเพิ่มเติมในวันที่ 1 ธันวาคม 2568
ทนายความระบุว่า การกระทำที่โจทก์กล่าวอ้างมีหลายกรรม แต่ทุกกรรมจำเลยยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิด เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิและแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ซึ่งควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

 

เดิมพันคือชีวิตชาวบ้าน ระบบนิเวศ และความมั่นคงอาหารของประเทศ

นายวิฑูรย์กล่าวภายหลังการพิจารณาว่า

คดีนี้เราไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเราเองหรือเพื่อไบโอไทยเท่านั้น แต่เพื่อชีวิตของชาวบ้าน ระบบนิเวศ และความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ การตั้งคำถามเรื่องการระบาดของปลาหมอคางดำเป็นสิ่งที่ประชาชนพึงทำได้ เพราะมันกระทบต่อสาธารณะโดยตรง

เขายังระบุว่า หลักฐานที่ไบโอไทยใช้ในการนำเสนอในเวทีสัมมนาเมื่อปีที่แล้ว เป็นข้อมูลเชิงวิชาการที่ตรวจสอบได้ และในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ยังมีข้อมูลใหม่จากคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและหน่วยงานรัฐเพิ่มเติม

ผมเชื่อว่าหลักฐานทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้คดีนี้และคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปลาหมอคางดำ

นายวิฑูรย์ยังกล่าวถึงการดำเนินการคู่ขนานของภาคประชาชนว่า วันนี้จะมีการยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศ เขตภัยพิบัติจากปลาหมอคางดำเพื่อให้สามารถใช้งบประมาณเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างเป็นธรรม

เมื่อโรงงานน้ำตาลเสียหายยังได้รับงบชดเชย 39 ล้านบาท รัฐบาลก็ควรดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำเช่นกัน

 

ซีพีเอฟย้ำ ใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียง

ด้านบริษัทซีพีเอฟออกแถลงการณ์ยืนยันว่า การฟ้องร้องในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องข้อเท็จจริงและชื่อเสียงขององค์กร โดยระบุว่า ข้อมูลและภาพถ่ายที่มูลนิธิไบโอไทยนำเสนอในเวทีสาธารณะเป็นข้อมูลเท็จ เช่น ภาพบ่อดินและกระบวนการคัดไข่ปลาที่บริษัทอ้างว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

 

ภาคประชาสังคมชี้ คดีฟ้องปิดปากละเมิดสิทธินักปกป้องสิทธิมนุษยชน

นางสุธีรา เปงอิน จากองค์กร Protection International (PI) ระบุว่า การที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหรือประชาชนที่ตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมถูกฟ้องร้องจากบริษัทเอกชน ถือเป็นลักษณะของ คดีฟ้องปิดปาก (SLAPP)” ซึ่งละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นตาม ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (UN Declaration on Human Rights Defenders)

สิทธิในการตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบอาหารเป็นสิทธิของประชาชน และเป็นพันธกรณีของรัฐที่จะต้องคุ้มครองนักปกป้องสิทธิเหล่านี้ตามกติการะหว่างประเทศICCPR”

เธอยังเรียกร้องให้รัฐเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำอย่างจริงจัง และผลักดันให้เกิดกลไกความรับผิดทางธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (Business and Human Rights) ตามแนวทางของสหประชาชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก

 

คดี ปลาหมอคางดำจึงไม่ได้เป็นเพียงคดีหมิ่นประมาทระหว่างองค์กรเอกชนกับภาคประชาชนเท่านั้น หากแต่สะท้อนถึงเส้นบาง ๆ ระหว่าง สิทธิในการปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ กับ อำนาจทางธุรกิจ ที่กำลังถูกทดสอบในสังคมไทย

 

 

ภาพข่าวจาก มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW

 

 

 

ที่เกี่ยวข้อง:

อัยการส่งฟ้อง “วิฑูรย์ BIOTHAI” คดีหมิ่นประมาท CPF จากกรณีปลาหมอคางดำ

Recent posts