Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

“รวมพลคนรักษ์เขากระบี่” ร้องรัฐบาลตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริง ระเบิดภูเขา 4 อำเภอ หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม แหล่งโบราณคดี การท่องเที่ยว

“รวมพลคนรักษ์เขากระบี่” ร้องรัฐบาลตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริง ระเบิดภูเขา 4 อำเภอ หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม แหล่งโบราณคดี การท่องเที่ยว

20 October 2025

1332

 

กลุ่มรักษ์เขากระบี่รวมพลังหน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.แร่ หลังเอกชนยื่นขอสัมปทานระเบิดภูเขาใน 4 อำเภอ กระทบแหล่งน้ำใต้ดิน ฟอสซิลโลก และเศรษฐกิจท่องเที่ยว

 

20 ตุลาคม 2568 กลุ่มรักษ์เขากระบี่ รวมพลังชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ภายใต้ชื่อ “รวมพลคนรักษ์เขากระบี่ ร่วมปกป้องภูเขากระบี่” เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริงกรณีการระเบิดภูเขาในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดกระบี่ ได้แก่ อำเภอเมือง ลำทับ อ่าวลึก และปลายพระยา หลังมีการยื่นขอสัมปทานทำเหมืองแร่โดยภาคเอกชนต่อเนื่องหลายปี

 

กลุ่มรักษ์เขากระบี่ ซึ่งเป็นการรวมตัวของภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และนักอนุรักษ์ในพื้นที่ ยืนยันจุดยืนไม่เห็นด้วย กับการระเบิดภูเขา ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ ได้แก่

1. ผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำใต้ดิน ภูเขาในพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งธารน้ำใต้ดินสำคัญ ใช้ในการเกษตรและอุปโภคบริโภคของประชาชนทั้งจังหวัด การระเบิดภูเขาอาจทำลายระบบนิเวศนี้และเสี่ยงต่อการทรุดตัวของดิน ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วในพื้นที่บางส่วนของจังหวัด

2. การทำลายแหล่งโบราณคดีและฟอสซิลโลก นักวิชาการหลายสถาบันยืนยันว่าภูเขากระบี่เป็นแหล่งฟอสซิลและโบราณคดีสำคัญระดับโลก หากถูกระเบิดจะสูญเสียหลักฐานทางธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างไม่อาจฟื้นคืน

3. ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ถ้ำในภูเขากระบี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวทางทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นรายได้หลักของจังหวัด หากมีการทำลายภูเขา อาจกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง

 

ข้อเสนอ 5 ประการ ถึงรัฐบาล

กลุ่มฯ เสนอให้รัฐบาลแต่งตั้ง “คณะกรรมการแก้ไขปัญหาภูเขากระบี่ 4 อำเภอ” ตามหลักการในมาตรา 17 วรรค 4 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 โดยมีข้อเสนอหลักดังนี้

  1. ตั้งคณะกรรมการอิสระศึกษาข้อเท็จจริงโดยใช้หลักวิชาการเป็นเกณฑ์ตัดสิน
  2. ศึกษาว่าพื้นที่ 4 อำเภอเข้าข่ายเป็นแหล่งต้นน้ำและแหล่งโบราณ ตามกฎหมายหรือไม่ หากใช่ ให้ขึ้นทะเบียนและถอดออกจากแผนแม่บทบริหารจัดการแร่
  3. ระหว่างดำเนินการศึกษา ขอให้ทุกหน่วยงาน ชะลอการอนุมัติหรืออนุญาตกิจการเหมืองในพื้นที่ทั้งหมด
  4. ให้คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.แร่
  5. ให้มีสัดส่วนคณะกรรมการภาครัฐและภาคประชาชนเท่ากัน โดยผ่านการหารือร่วม

 

ก่อนหน้านี้ ในปี 2567 รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน ได้ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 143/2567 แต่งตั้ง “คณะกรรมการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภูเขา 4 อำเภอ จังหวัดกระบี่” เพื่อศึกษาว่าพื้นที่ดังกล่าวเข้าข่ายเป็น “แหล่งน้ำและแหล่งโบราณ” ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 หรือไม่ เพื่อพิจารณาการถอดพื้นที่ออกจากแผนแม่บททรัพยากรแร่ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการยังไม่ทันได้เริ่มดำเนินงานก็สิ้นสุดลง เนื่องจากนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ทำให้การศึกษาข้อเท็จจริงต้องยุติลง

 

กลุ่มรักษ์เขากระบี่จึงเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบัน นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการใหม่เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงตามวัตถุประสงค์เดิม พร้อมขอให้ชะลอการอนุมัติสัมปทานและกิจกรรมระเบิดภูเขาทุกประเภท จนกว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศของพื้นที่

 

ส.ส.กระบี่หลายพรรคหนุน ตั้งกรรมการใหม่เพื่อหาข้อเท็จจริง

ก่อนหน้าการชุมนุม เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายพิศิษฏ์ เป็ดทองประธานกลุ่มรักษ์เขากระบี่ พร้อมคณะ ได้ยื่นหนังสือต่อคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ได้แก่ นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง นายกิตติ กิตติธรกุล นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจจากพรรคภูมิใจไทย และนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เพื่อให้นำเรื่องกราบเรียนนายกรัฐมนตรี

 

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กล่าวว่า “ในฐานะ ส.ส.พื้นที่ ติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง และเห็นว่าควรให้ทุกฝ่ายได้เข้ามาศึกษาอย่างเป็นธรรม ไม่เห็นด้วยกับการทำลายสิ่งแวดล้อม และขอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการใหม่เพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างโปร่งใส

ขณะที่นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ระบุว่า “การระเบิดภูเขาในพื้นที่กระบี่ไม่เพียงกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังกระทบต่อวิถีชีวิตและต้นน้ำของประชาชนทั้ง 4 อำเภอ” พร้อมย้ำว่าได้ติดตามเรื่องนี้ในสภาฯ และตั้งกระทู้ถามไปแล้ว เพื่อให้รัฐบาลทบทวนแผนแม่บทเหมืองแร่ และกำหนดแนวทางทวงคืนต้นน้ำทรัพยากรธรรมชาติ

 

การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ของกลุ่มฯ ไม่ใช่แค่หยุดการระเบิดภูเขา แต่ต้องการให้รัฐบาลสร้างบรรทัดฐานใหม่ของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ที่เคารพสิทธิชุมชนและสมดุลกับเศรษฐกิจ

การแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาใหม่จึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในกระบี่เท่านั้น แต่เป็นบททดสอบสำคัญต่อนโยบายการจัดการทรัพยากรของชาติ ที่จะกำหนดทิศทางการอยู่ร่วมกันระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ในอนาคต

และขณะนี้ ประชาชนกำลังรอท่าทีจากรัฐบาลว่าจะรับข้อเสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริงตามคำขอหรือไม่ ซึ่งผลการตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่ออนาคตของภูเขากระบี่ และแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของไทยในระยะยาว

 

 

 

ภาพและข้อมูลจาก รวมพลคนรักษ์เขากระบี่ 

Recent posts