Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศาลอุทธรณ์ยืนโทษ “ธนพร วิจันทร์” คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการทวงสิทธิแรงงานช่วงโควิด-19

ศาลอุทธรณ์ยืนโทษ “ธนพร วิจันทร์” คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการทวงสิทธิแรงงานช่วงโควิด-19

4 September 2025

757

คำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการพาแรงงานข้ามชาติยื่นหนังสือเรียกร้องมาตรการเยียวยา ขณะที่ฝ่ายธนพรเตรียมฎีกาต่อ

วันที่ 3 กันยายน 2568 ศาลแขวงพระนครเหนืออ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีของ ธนพร วิจันทร์ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านแรงงานและผู้นำสหภาพแรงงาน ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2564 ที่ธนพรพาแรงงานข้ามชาติไปยื่นหนังสือทวงถามมาตรการเยียวยาและสิทธิในการเข้าถึงวัคซีนในช่วงโควิด-19 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 20,000 บาท โดยรอลงอาญา 1 ปี เหตุผลคือการกระทำฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ขณะที่ฝ่ายธนพรยืนยันว่าจะฎีกาต่อ

29 ตุลาคม 2564 ธนพรในฐานะตัวแทนแรงงาน พร้อมเครือข่ายช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานจากสหภาพคนทำงาน (Workers’Union) เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group) และเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน (Labour Network for Peoples Rights) เดินทางไปกระทรวงแรงงานเพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องมาตรการช่วยเหลือแรงงานก่อสร้างและแรงงานข้ามชาติ ทั้งการเยียวยาจากโควิด-19 และการขึ้นทะเบียนแรงงาน แม้การยื่นหนังสือจะเป็นไปอย่างสงบ แต่แรงงานข้ามชาติ 7 คนถูกควบคุมตัวในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาธนพรในตอนแรกว่า ช่วยเหลือซ่อนเร้นแรงงานต่างด้าวก่อนเปลี่ยนเป็นข้อหา จัดการชุมนุมหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

7 พฤศจิกายน 2565 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ธนพรมีความผิด ลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 20,000 บาท แต่รอลงอาญา เนื่องจากไม่เคยต้องโทษมาก่อน ต่อมาธนพรพร้อมทนายได้ยื่นอุทธรณ์ โดยให้เหตุผลว่าการชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในกรณีนี้ไม่สมเหตุสมผล

 

การทวงสิทธิไม่ควรถูกทำให้เป็นอาชญากรรม

ธนพรอธิบายว่า เราเพียงแค่ไปยื่นหนังสือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อเรียกร้องให้แรงงานข้ามชาติได้เข้าถึงวัคซีน แต่กลับถูกตีความว่าเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

เธอมองว่าคดีนี้สะท้อนความท้าทายของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยย้ำว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเองเพียงคนเดียว แต่เพื่อยืนยันว่าการปกป้องสิทธิแรงงานคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ

 

คำถามต่อการใช้กฎหมายฉุกเฉิน

กรณีของธนพรทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงการตีความและบังคับใช้กฎหมายในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะใน 3 ประเด็นสำคัญ

  1. การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ควรระมัดระวัง เดิมกฎหมายออกมาเพื่อควบคุมโรค แต่ถูกใช้กับการรวมตัวเรียกร้องสิทธิ จึงเกิดคำถามว่าเป็นการตีความที่เกินขอบเขตหรือไม่
  2. สิทธิการชุมนุมโดยสงบ รัฐธรรมนูญและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการรวมตัวและยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐ การกระทำเช่นนี้ควรถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่อาชญากรรม
  3. ผลกระทบต่อผู้ปกป้องสิทธิแรงงาน การดำเนินคดีอาจสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว ทำให้แรงงานและภาคประชาสังคมไม่กล้าออกมาใช้สิทธิของตนเอง อาจเข้าข่ายการใช้กฎหมายเพื่อปิดปาก (SLAPP)

 

ปัจจุบัน ธนพรและทีมทนายความเตรียมฎีกาต่อ โดยยืนยันว่ามีหลายประเด็นที่ยังต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน

คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงการพิพากษาบุคคลหนึ่ง แต่สะท้อนถึงเส้นบาง ๆ ระหว่างการใช้กฎหมายพิเศษเพื่อรักษาความสงบ กับการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน คำถามสำคัญคือ เราจะสร้างระบบยุติธรรมที่เคารพสิทธิในการชุมนุมและการปกป้องสิทธิของประชาชนได้อย่างไร โดยไม่ต้องแลกมากับการถูกทำให้เป็นผู้กระทำผิด

 

 

 

ที่มา  Migrant Working Group (MWG)

ภาพจาก ประชาไท

Recent posts