29 August 2025
25
วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ หรือ P-move) ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนกรณีศาลแขวงดุสิตพิพากษาให้นายจำนงค์ หนูพันธ์ ที่ปรึกษาพีมูฟ มีความผิดฐานจัดการชุมนุมในรัศมี 50 เมตรรอบทำเนียบรัฐบาล ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 7 วรรค 4 และปรับเป็นเงิน 10,000 บาท ภายหลังลดเหลือ 7,500 บาท
พีมูฟเห็นว่า คดีนี้ไม่ใช่เพียงการตัดสินลงโทษบุคคลหนึ่ง แต่คือการกดทับสิทธิของประชาชนจากชุมชนเล็ก ๆ ทั่วประเทศ ที่กว่า 500 คนได้เดินทางไกลเพื่อชุมนุมอย่างสงบ ระหว่างวันที่ 3–17 ตุลาคม 2566 เพื่อปกป้องสิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่สูญเสียไปเพราะนโยบายรัฐที่ไม่เป็นธรรม แต่สิ่งที่ประชาชนได้รับกลับเป็นการถูกดำเนินคดีอาญา
แถลงการณ์ระบุว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็น “กฎหมายอำนวยความสะดวก” หากแต่ถูกใช้เป็น “เครื่องมือควบคุมและลิดรอนสิทธิ” โดยเฉพาะการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ห้ามชุมนุมรอบสถานที่ราชการโดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ขัดต่อหลักสากลด้านสิทธิมนุษยชน และทำให้การใช้สิทธิชุมนุมซึ่งควรได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ ถูกตีความกลายเป็นความผิด เพียงเพราะสถานที่นั้นอยู่ใกล้หน่วยงานรัฐ
พีมูฟย้ำว่า “การชุมนุมไม่ใช่ความวุ่นวาย แต่คือที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน เมื่อประตูอื่น ๆ ถูกปิดตาย” พร้อมยืนยันว่าการใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ไทยต้องเคารพตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และความเห็นทั่วไปฉบับที่ 37 ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่ชี้ชัดว่าการห้ามชุมนุมในพื้นที่สาธารณะสำคัญอย่างเด็ดขาดเป็นการจำกัดสิทธิที่ไม่สมดุลและเกินความจำเป็น
ในแถลงการณ์ พีมูฟเสนอข้อเรียกร้องและแนวทางเคลื่อนไหว 4 ประการ ได้แก่
พีมูฟประกาศจะเดินหน้าสร้างพลังร่วมของชุมชน ภาคประชาชน และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อยืนยันว่า “สิทธิของประชาชนต้องไม่ถูกทำให้กลายเป็นอาชญากรรม”
ขอขอบคุณภาพจาก ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move