Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

นักวิชาการชี้ การจับกุมเด็กชายวัย 13 ปี ผิดอนุสัญญาสิทธิเด็ก เรียกร้องรัฐเร่งแก้ไขและยึดหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก

นักวิชาการชี้ การจับกุมเด็กชายวัย 13 ปี ผิดอนุสัญญาสิทธิเด็ก เรียกร้องรัฐเร่งแก้ไขและยึดหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก

28 August 2025

850

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 กรณีการจับกุมเด็กนักเรียนชายวัย 13 ปีในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ได้สร้างความตื่นตระหนกในสังคมเป็นอย่างมาก หลังครูผู้สอนโพสต์คลิปเหตุการณ์ลงเฟซบุ๊ก พร้อมข้อความตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการกระทำดังกล่าว ก่อนจะลบไป ด้านนักวิชาการหลายคนระบุ การจับกุมเด็กชาย เป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่กำหนดให้รัฐภาคีต้องคุ้มครองสิทธิของเด็กทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า การจับกุมเด็กในลักษณะนี้ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี โดยเฉพาะเมื่อเด็กถูกจับในโรงเรียนโดยไม่มีหมายจับ และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ถือว่าผิดทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายคุ้มครองเด็กหลายฉบับ

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ปริญญายังชี้ว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวง พม. ได้ทำ MOU กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อไม่ให้มีการจับกุมและส่งเด็กที่ไม่มีสัญชาติออกนอกประเทศโดยทันที แต่ควรหาทางช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และ UNICEF กำลังติดตามและดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา

นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง โดยระบุว่า “การนำเด็กเข้าคุกถือเป็นความผิดพลาดและน่าอับอายของประเทศไทย” พร้อมชี้ว่าเด็กไม่ควรถูกลงโทษในฐานะผู้กระทำผิด เพราะไม่ได้เข้ามาเอง แต่ติดตามผู้ปกครองมา จึงควรได้รับการคุ้มครองตามหลัก “ประโยชน์สูงสุดของเด็ก” และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

เธอยังกล่าวถึงบันทึกความเข้าใจ (MOU-ATD) ที่รัฐไทยทำไว้กับหลายกระทรวง ซึ่งกำหนดให้มีทางเลือกแทนการกักตัวเด็ก แต่กรณีนี้สะท้อนถึงการขาดความเข้าใจในหลักสิทธิเด็ก พร้อมเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปล่อยตัวเด็กโดยทันที และดำเนินการเยียวยาทางจิตใจอย่างเร่งด่วน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อรรถพล อนันตวรสกุล คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า “การศึกษา คือ สิทธิเหนือพรมแดน” โดยชี้ว่าโรงเรียนไม่ควรถูกใช้เป็นพื้นที่ในการจับกุมเด็ก เพราะเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ควรส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาเด็กทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ

ผศ.อรรถพล ยังเน้นว่า เด็กทุกคนมีสิทธิในการศึกษาโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือสถานะทางกฎหมาย การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงละเมิดสิทธิเด็ก แต่ยังเป็นการละเมิดกฎหมายในประเทศและละเมิดกติกาสากล เขาเตือนว่าอย่าให้ความเกลียดชังในสังคมช่วงนี้บดบังหลักการทางกฎหมายและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่ประเทศไทยได้ลงนามไว้

อรรถพลยังกล่าวว่า เด็กที่มีบัตร G-Code สามารถเข้าเรียนได้จนถึงอายุ 18 ปี และการจับเด็กในโรงเรียนโดยไม่มีหมายจับถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้สังคมไทยดึงสติกลับมา และยึดหลัก “ประโยชน์สูงสุดของเด็ก” เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ รหัส G-Code เป็นรหัสประจำตัวนักเรียนที่กำหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย เพื่อใช้สำหรับเด็กที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร 

การมีระบบ G-Code ถือเป็นกลไกที่สะท้อนความพยายามของประเทศไทยในการไม่ทิ้งเด็กคนใดไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร ซึ่งอาจเป็นเด็กต่างด้าว เด็กไร้สัญชาติ หรือเด็กที่ไม่มีเอกสารระบุตัวตนตามกฎหมาย เช่น สูติบัตรหรือบัตรประชาชน

นักวิชาการและองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างเห็นพ้องว่า การจับกุมเด็กชายวัย 13 ปีในโรงเรียนเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง และเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งดำเนินการแก้ไข เยียวยา และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต โดยยึดหลัก “ประโยชน์สูงสุดของเด็ก” เป็นหัวใจสำคัญในการพิจารณา

Recent posts