ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ยื่นหนังสือต่อ กมธ. ให้คงการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมแบบทางตรง 1 คน 1 สิทธิ

เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ยื่นหนังสือต่อ กมธ. ให้คงการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมแบบทางตรง 1 คน 1 สิทธิ

26 August 2025

54

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 13.30 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน นำคณะเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน โดยมี น.ส.ธนพร วิจันทร์ เป็นผู้แทน ยื่นหนังสือต่อนายชินโชติ แสงสังข์ รองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน คนที่สาม วุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม วุฒิสภา เรียกร้องให้คงการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมแบบทางตรงตามหลักการ “1 คน 1 สิทธิ”

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สืบเนื่องจากรายงานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ได้พิจารณาปรับหลักเกณฑ์การเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน โดยเสนอ 4 สูตรใหม่ ได้แก่

  • สูตรที่ 1 ให้ผู้ใช้สิทธิโหวตได้เพียง 1 คน จากผู้สมัครทั้งหมด (เดิมเลือกได้ 7 คน)
  • สูตรที่ 2 เลือกตั้งผู้แทน 200 คน ก่อน จากนั้นให้ผู้แทนดังกล่าวเลือกกันเอง คล้ายการเลือกตั้ง ส.ว.
  • สูตรที่ 3 เลือกตั้งผู้แทนระดับจังหวัดก่อน แล้วให้ผู้แทนจังหวัดเลือกกันเองในระดับประเทศ
  • สูตรที่ 4 เลือกตั้งระดับจังหวัดก่อน แล้วให้ผู้แทนจังหวัดเลือกกันเองเป็นกรรมการกลาง และให้กรรมการกลางแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งมาออกแบบวิธีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง

แม้ต่อมาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 นายชินโชติ แสงสังข์ จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวยืนยันว่า ไม่มีเจตนาล้มเลือกตั้ง เพียงแต่ต้องการประหยัดงบประมาณและลดอิทธิพลทางการเมือง แต่เครือข่ายแรงงานฯ มองว่า การปรับแก้กติกาเช่นนี้คือการใช้อำนาจทางการเมืองไม่ต่างจากการแก้กฎหมายเลือกตั้งทั่วไป และเป็นการลดทอนอำนาจประชาชนผู้ประกันตนโดยตรง

เครือข่ายฯ ชี้ว่า กว่าที่แรงงานจะได้สิทธิทางการเมือง ต้องผ่านการต่อสู้มายาวนานเพื่อผลักดันสิทธิประโยชน์ เช่น เงินบำนาญชราภาพ เงินชดเชยว่างงาน เงินสงเคราะห์บุตร รวมถึงสิทธิเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม แต่สิทธิดังกล่าวเคยถูก “แช่แข็ง” ยาวนานกว่า 10 ปีภายใต้การยึดอำนาจของ คสช. ส่งผลให้รัฐบาลค้างจ่ายเงินสมทบกองทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาท ก่อความเสียหายทั้งในด้านโอกาสลงทุนและการจ่ายสิทธิประโยชน์ อีกทั้งยังมีกรณีการใช้งบลงทุนที่ไม่เหมาะสม เช่น การลงทุนในตึกสกายไนน์ ดังนั้นการอ้างเหตุผลเรื่องงบประมาณเลือกตั้งเพียง 68 ล้านบาท ไม่อาจชี้ได้ว่าเป็นการลดการเมืองแทรกแซง แต่คือการตัดสิทธิแรงงานออกจากอำนาจประชาธิปไตยในการเลือกผู้แทนของตน

นายเซีย จำปาทอง กล่าวว่า ในฐานะที่เป็น ส.ส.สัดส่วนผู้ใช้แรงงาน ตนเคยยื่นเรื่องเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมโดยตรงหลายครั้ง และเมื่อมีการเลือกตั้งครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2566 แม้จะมีปัญหาบางส่วน แต่สำนักงานประกันสังคมควรนำบทเรียนไปปรับปรุง ไม่ใช่หันไปใช้ระบบเลือกตั้งทางอ้อม สิ่งสำคัญที่พิสูจน์แล้วคือผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธิใช้เสียงตนเอง ต่างจากอดีตที่ให้เพียงผู้แทนสหภาพแรงงานเป็นผู้เลือกแทน จึงยืนยันว่าหลักการเลือกตั้งโดยตรง “1 สิทธิ 1 เสียง” คือหัวใจสำคัญ

ด้านนายชินโชติ แสงสังข์ ชี้แจงว่า สาเหตุที่คณะอนุกรรมาธิการต้องเสนอแนวทางใหม่ เป็นเพราะแม้ผู้ประกันตนที่มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนกว่า 24–25 ล้านคน แต่กลับมีผู้มาใช้สิทธิเพียง 158,000 คน ถือว่าน้อยมาก จึงจำเป็นต้องพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อขยายการมีส่วนร่วม โดยยืนยันว่าทั้ง 4 สูตรเป็นเพียงข้อเสนอ ยังไม่ใช่มติชี้ขาด และ 3 ใน 4 สูตรยังคงเป็นการเลือกตั้งทางตรง เพียงแต่ปรับวิธีการให้เอื้อต่อการออกมาใช้สิทธิ เช่น สูตรที่ 4 เสนอให้จัด “สัปดาห์แห่งการเลือกตั้ง” ยาว 5–7 วัน เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการเลือกตั้งได้สะดวกขึ้น

นายชินโชติ ย้ำว่า ตนไม่มีปัญหากับคณะกรรมการประกันสังคมชุดปัจจุบัน และชื่นชมผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อแรงงาน เช่น การคำนวณเงินบำนาญชราภาพ พร้อมยืนยันว่า คณะอนุกรรมาธิการจะนำข้อห่วงใยของแรงงานเข้าสู่การพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนเสนอความเห็นต่อคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา และส่งต่อให้กระทรวงแรงงานเป็นผู้ตัดสินใจ โดยย้ำว่าคณะอนุกรรมาธิการไม่มีอำนาจแทรกแซงการดำเนินการของกระทรวงแรงงานแต่อย่างใด

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

Recent posts