26 August 2025
50
สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 เรียกร้องให้สถาบันการเงินทุกแห่งเร่งดำเนินการออกมาตรการรองรับการทำธุรกรรมทางการเงินของคนตาบอดผ่าน Mobile Banking และ e-Money หลังพบว่ายังมีอุปสรรคและการถูกปฏิเสธการให้บริการ แม้จะมีกฎหมายและประกาศที่กำหนดสิทธิไว้แล้วก็ตาม
แถลงการณ์ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์และการทุจริตทางการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น รัฐบาลจึงได้ออกพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2568 โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การยืนยันตัวตนด้วยเทคโนโลยีชีวมิติ เช่น การสแกนใบหน้า และระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันการสวมรอยทำธุรกรรม
อย่างไรก็ตาม กระบวนการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าส่งผลกระทบต่อคนตาบอด โดยสมาคมฯ เคยมีหนังสือถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2566 เพื่อร้องเรียนและขอแนวทางแก้ไข ก่อนจะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สมาคมธนาคารไทย และองค์กรด้านคนพิการ เพื่อหามาตรการรองรับ อาทิ การยกเว้นการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า หรือพัฒนาระบบสแกนใบหน้าที่คนตาบอดสามารถใช้งานได้ด้วยตนเอง
แม้จะมีการหารือและกำหนดแนวทางร่วมกันแล้ว แต่สมาคมฯ ยังพบว่าในทางปฏิบัติ สถาบันการเงินหลายแห่งยังไม่มีมาตรการรองรับ และยังคงใช้การสแกนใบหน้าเป็นหลักเท่านั้น ขัดกับประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 4/2568 ที่ระบุชัดว่าสถาบันการเงินสามารถงดเว้นการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในกรณีผู้ใช้บริการมีข้อจำกัด เช่น คนพิการทางสายตา โดยต้องจัดหาวิธีลดความเสี่ยงทดแทน
นอกจากนี้ ยังพบว่าพนักงานธนาคารหลายแห่งขาดความเข้าใจในนโยบาย เมื่อคนตาบอดขอใช้สิทธิยกเว้นการสแกนใบหน้า กลับถูกปฏิเสธการให้บริการ
สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยยืนยันว่าจะติดตามและผลักดันอย่างใกล้ชิดกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้สถาบันการเงินออกมาตรการรองรับอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นย้ำว่า การเข้าถึงการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนตาบอดต้องได้รับอย่างเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป
ทั้งนี้ สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้สถาบันการเงินทุกแห่งเร่งดำเนินการโดยเร็ว พร้อมประกาศความพร้อมที่จะร่วมมือกับธนาคารทุกแห่ง เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่ยังคงอยู่ในปัจจุบันให้หมดไป