ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ชี้แจงถูกตั้งกรรมการสอบวินัยกรณีจัดซื้อ ATK ช่วงโควิด-19

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ชี้แจงถูกตั้งกรรมการสอบวินัยกรณีจัดซื้อ ATK ช่วงโควิด-19

21 August 2025

187

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เขากำลังจะถูกให้ออกจากราชการ หลังถูกตั้งกรรมการสอบวินัยหลายครั้งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

นพ.สุภัทรกล่าวว่า การให้ความเห็นคัดค้านนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม อาจทำให้เขาได้รับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าการสอบสวนวินัยกว่า 10 ครั้งที่ผ่านมา จบลงด้วยการตักเตือนหรือภาคทัณฑ์ แต่ต่อมาเขาถูกย้ายจากโรงพยาบาลจะนะไปโรงพยาบาลสะบ้าย้อย และถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกรณีการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในโครงการ แพทย์ชนบทบุกกรุงจำนวน 3 ครั้ง ระหว่างกรกฎาคมสิงหาคม 2564 ในช่วงวิกฤตโควิด-19

นพ.สุภัทรชี้แจงว่า การจัดซื้อ ATK เกิดขึ้นภายใต้ความจำเป็น เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้จัดหาให้ และมาตรฐานในขณะนั้นยังคงใช้ RT-PCR เป็นหลัก แกนนำหลายโรงพยาบาลจึงแบ่งหน้าที่ช่วยกันจัดซื้อ โดยเขาดำเนินการจัดซื้อในนามโรงพยาบาลจะนะ ตามจำนวนผู้เข้ารับการตรวจซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้

เขาระบุเพิ่มเติมว่า จุดยืนขณะนั้นคือ ทุกคนที่มารอต้องได้รับการตรวจ รวมผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด 192,905 คน และพบผู้ติดเชื้อ 22,451 ราย การจัดซื้อ ATK ของโรงพยาบาลจะนะในโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น 5 ครั้ง ขณะที่โรงพยาบาลอื่นที่จัดซื้อในลักษณะเดียวกันไม่ได้ถูกตั้งกรรมการสอบสวน

นพ.สุภัทรกล่าวว่า "ที่ผ่านมาผมพยายามชี้แจงตามระบบ ไม่เปิดเรื่องสู่สาธารณะ คิดว่าระบบราชการยังให้ความเป็นธรรมได้บ้าง แต่วันนี้ผมถูกต้อนจนเข้ามุม ถึงเวลาที่จะต้องเปิดความจริงให้สาธารณะทราบ ถ้าเชื่อมั่นในความเป็นผม “สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” เรามาสู้ด้วยกัน ระบบราชการต้องมีความเป็นธรรมให้กับข้าราชการและประชาชนได้ ประเทศจึงจะมีความหวัง"

กรณีดังกล่าวสร้างคำถามต่อระบบราชการไทยในหลายประเด็น เช่น

  • ความเป็นธรรมของการสอบสวนวินัยในกรณีเดียวกันระหว่างโรงพยาบาลต่าง ๆ
  • การตัดสินใจให้ออกจากราชการสะท้อนหลักนิติธรรมหรือไม่
  • ผลกระทบต่อบุคลากรสาธารณสุขหากเกิดความกังวลต่อการวิพากษ์นโยบาย

กรณีของ นพ.สุภัทรจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของข้าราชการคนหนึ่ง แต่ยังเป็นประเด็นที่สาธารณะสามารถติดตามและตั้งคำถามต่อความโปร่งใสและความเป็นธรรมในระบบราชการไทย

Recent posts