ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ยื่นหนังสือเอาผิดเหมืองโปแตช ครอบครองวัตถุระเบิดเกินกำหนด ทั้งที่ EIA ระบุไม่จำเป็นต้องใช้ จี้รัฐเร่งตรวจสอบเสียงคล้ายระเบิดในพื้นที่

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ยื่นหนังสือเอาผิดเหมืองโปแตช ครอบครองวัตถุระเบิดเกินกำหนด ทั้งที่ EIA ระบุไม่จำเป็นต้องใช้ จี้รัฐเร่งตรวจสอบเสียงคล้ายระเบิดในพื้นที่

20 August 2025

185

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ว่าการอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มนักปกป้องสิทธิมนุษยชน “ฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด” พร้อมด้วย กริษณุภูมิ นิลนามะ ทนายความสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายอำเภอด่านขุนทด เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินคดีเอาผิดกับบริษัท ไทยคาลิ จำกัด ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่โปแตช กรณีครอบครองวัตถุระเบิดเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งที่รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ปี 2556 ระบุชัดว่าโครงการเหมืองใต้ดินดังกล่าว “ไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุระเบิด”

ในหนังสือร้องเรียน กลุ่มฯ ระบุว่า บริษัทฯ ได้ยื่นขออนุญาตใช้วัตถุระเบิดอ้างว่าใช้ในการทำเหมืองหิน ทั้งที่ความจริงคือเป็นเหมืองโปแตชใต้ดิน โดยรายงาน EIA ที่ได้รับความเห็นชอบเมื่อปี 2556 ระบุไว้ชัดเจนว่าจะไม่มีการใช้วัตถุระเบิด อีกทั้งยังไม่มีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระเบิด แต่กลับพบว่ามีการก่อสร้างโรงเก็บวัตถุระเบิด ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการโดยไม่ชอบ

นอกจากนี้ กลุ่มฯ ยังชี้ว่า บริษัท ไทยคาลิ จำกัด ได้รับใบอนุญาตซื้อ มี และใช้วัตถุระเบิด (แบบ ป.5) ตั้งแต่ 28 มีนาคม 2559 ถึง 27 มีนาคม 2560 แต่ภายหลังใบอนุญาตหมดอายุแล้ว บริษัทฯ ยังคงครอบครองวัตถุระเบิดไว้อีกเกือบ 2 ปี จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เข้าดำเนินการทำลายในวันที่ 26 มีนาคม 2562 การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 37, 38 และ 41 ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ อีกทั้งยังมีกรณีครอบครองยุทธภัณฑ์เกินกำหนดใบอนุญาตกว่า 10 เดือน

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดจึงเรียกร้องให้อำเภอด่านขุนทด ในฐานะนายทะเบียนท้องที่ ดำเนินการเอาผิดกับบริษัทฯ อย่างถึงที่สุด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ พร้อมย้ำว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ยื่นหนังสือทวงถามข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐหลายครั้ง แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

ด้านผู้แทนนักปกป้องสิทธิฯ หลายราย กล่าวปราศรัยต่อหน้าที่ว่าการอำเภอ ระบุว่า ปัญหานี้เป็นความเสี่ยงที่กระทบต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ขณะที่หน่วยงานรัฐกลับเพิกเฉย และยังมีข้อสังเกตถึงเสียงคล้ายระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งที่บริษัทไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้วัตถุระเบิดแล้ว

ขณะที่อำเภอด่านขุนทด มอบหมายให้ประภัสสร สิริ ปลัดอำเภออาวุโส พร้อมด้วยเจษฎากร วงษ์บุญญารัตน์ ปลัดอำเภอ มารับหนังสือแทนนายอำเภอ โดยระบุว่าจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาและรายงานต่อจังหวัดตามขั้นตอน

ภายหลัง กลุ่มฯ ได้เดินทางต่อไปยังสถานีตำรวจภูธรด่านขุนทด เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับบริษัท ไทยคาลิ จำกัด โดยอ้างอิงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 123 และ 127 เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่ง ร.ต.ท.เบญจมินทร์ จันทร์ชมภู พนักงานสอบสวน ได้รับคำกล่าวโทษไว้แล้ว

ด้านสุธีรา เปงอิน จากองค์กรโพรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (PI) ย้ำว่า การเคลื่อนไหวของนักปกป้องสิทธิฯ ในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิชุมชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างโปร่งใส และป้องกันการใช้การฟ้องคดีเชิงยุทธศาสตร์ (SLAPP) มาคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีบทบาทในการเคลื่อนไหว

กริษณุภูมิ นิลนามะ ทนายความสิทธิมนุษยชน เปิดเผยภายหลังการแจ้งความว่า การครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ต่อใบอนุญาตถือเป็นความผิดชัดเจน และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

 

 

ภาพประกอบจาก กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด

Recent posts